ผมพูดในรายการ DailynewsToday และนำเสนอในพื้นที่นี้มาแล้ว 2-3 เดือน กรณีที่ประชุม กกต. ได้มีการถกเถียงกัน แล้วมีมติเสียงส่วนใหญ่ “ไม่รับ” หลักฐานเส้นเงินของขบวนการฮั้วสว. ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) ไปจัดหามาประเคนให้
ทั้งที่ ร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก หัวหน้าคณะสืบสวนและไต่สวน ชุดที่ 26 ทำหนังสือแจ้งมายังกกต.ว่าควรพิจารณารับไว้เถอะ!
“พยัคฆ์น้อย” ทราบว่าปกติเจ้าหน้าที่สำนักงาน กกต.-กกต. มีอำนาจในการแสวงหาพยาน หลักฐานด้วยตัวเอง และขอจากหน่วยงานอื่น ๆ ได้อยู่แล้ว แต่นี่ “ดีเอสไอ” หามาให้พร้อม แต่ กกต.ส่วนใหญ่ 4 คน “ไม่รับ”
ไม่รู้ว่า กกต. 4 คน กลัวอะไรในสิ่งที่ดีเอสไอไปหามาให้? กลัวว่าจะทำงานหนักขึ้น? เกรงว่าจะยากลำบากในการใช้ “ดุลพินิจ” หรือว่า “เล็งเห็นผล” ไว้ก่อนว่าถ้ารับหลักฐานเส้นเงิน จะไม่เป็นผลดีกับกลุ่ม สว. 138 คน ที่เลือกเราเข้ามาเป็นกกต. ที่สำคัญถ้าพัวพันไปถึงชั้น 4 และกรรมการบริหารพรรคการเมือง จะแก้ไขยากลำบากใช่มั้ย?
เรื่องนี้ นายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ กกต.เสียงข้างน้อย ได้ออกมายืนยันเมื่อวันที่ 15 ก.ย.69 ว่าเครือข่ายฮั้ว สว.ส่วนใหญ่ใช้เงินสดในการทำงาน จ่ายเงินผ่านคนใกล้ชิดของนักการเมือง และเป็นแค่หลักพันบาท หลักหมื่นบาท มีเจอบ้างโอนเงินกันหลักแสนบาทที่สุราษฎร์ธานี จึงพยายามหาต้นทางว่าโอนมาจากไหน แต่กกต.ไม่มีข้อมูลนี้ เพราะ กกต. 4 ต่อ 3 มีมติไม่รับข้อมูลหลักฐานทางการเงินจากดีเอสไอ
ต่อมาวันที่ 16 ก.ย. 69 สำนักงาน กกต. ชี้แจงว่าได้ตรวจสอบรายงานการประชุม กกต. ครั้งที่ 4/2569 เมื่อวันที่ 12 ม.ค. 69 พบว่ากกต.ได้พิจารณาแล้วมีมติด้วยคะแนนเสียง 4 ต่อ 3 ไม่เห็นด้วยที่จะรับสำเนาเอกสารหลักฐาน หรือพยานหลักฐานอื่นที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งความเห็นของคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ หรือผู้มีอำนาจตามกฎหมาย ตามสำนวนการสอบสวนคดีพิเศษที่ 24/2568
ทั้งนี้ ในที่ประชุม กกต. ได้อภิปรายว่า ขณะนั้นกกต.ยังไม่ได้รับสำนวนการไต่สวนการเลือก สว. มาจากคณะอนุกรรมการวินิจฉัยและชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 จึงยังไม่ขอรับสำนวนและเอกสารทั้งปวงมาจากดีเอสไอ โดยรายงานการประชุมดังกล่าว ไม่มีการกล่าวถึงหรือมีการเสนอรายละเอียดเกี่ยวกับการทำธุรกรรมทางการเงิน (เส้นเงิน) ของบุคคลใดบุคคลหนึ่งให้ กกต.รับไว้พิจารณา
ประกอบกับในระหว่างที่มีการประชุมเพื่อพิจารณาสำนวนการไต่สวนการเลือก สว. 11 ครั้ง ไม่มี กกต.คนใด ร้องขอให้นำสำนวนการสอบสวนคดีพิเศษที่ 24/2568 มาประกอบการพิจารณาแต่ประการใด
“พยัคฆ์น้อย” มองว่ากรณีดังกล่าว ยิ่งชี้แจง ก็ไม่ต่างอะไรกับ “วัวพันหลัก” เนื่องจากการ “ไม่รับ” หลักฐานเส้นเงินไว้ตั้งแต่แรก จนนายสิทธิโชติต้องออกมาบอกให้สังคมรับทราบ! งานนี้ถือว่าเข้าข่าย “ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ” หรือไม่กกต. 4 คน?
กรณี “ไม่รับ” หลักฐานเส้นเงิน! หนักหนาสาหัสกว่าการวินิจฉัยเป่า “โพยฮั้ว” ให้เป็นแค่ “บันทึกช่วยจำ” อีกนะ 4 กกต.!!.
พยัคฆ์น้อย



