ตอนน้ำมันขาดแคลนและแพง! ก็นึกถึงรถไฟฟ้าความเร็วสูง แต่ลืมว่าเคยไปขับไล่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง คิดทำโครงการรถไฟฟ้าทั้งระบบในปี  56 โดยมีตัวเลือกจากหลายประเทศ และไม่แพง เพราะกลัวเป็นหนี้กันชั่วลูกชั่วหลาน รอให้ “ถนนลูกรัง” หมดไปจากประเทศก่อนดีมั้ย?

แต่รัฐบาลรัฐประหาร ลุยทำรถไฟฟ้าความเร็วสูงไทย–จีน สายแรกกรุงเทพฯ–นครราชสีมา ประมาณ 250 กิโลเมตร ตั้งแต่ธ.ค.60 ทั้งที่ “ถนนลูกรัง” ยังไม่หมด! จนถึงต.ค.69 ก่อสร้างคืบหน้าไม่ถึง 60% กว่าจะเสร็จต้องแพงกว่ารัฐบาลที่คิดจะทำเมื่อปี 56 กิโลเมตรละไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท อย่างแน่นอน

รวมทั้งรถไฟฟ้าเชื่อม 3 สนามบิน อนุมัติลงมือสร้างปี 62 (รัฐบาลประยุทธ์) จนถึงปัจจุบันไม่ได้คืบหน้าไปไหนเลย ถ้าคิดจะทำต่อ ต้องเปิดประมูลกันใหม่!

มาถึงปัญหาน้ำท่วมซ้ำ ๆ ซาก ๆ แม้จะไม่หนักเท่าปี 54 แต่ก็เสียเงินงบประมาณไปหลายแสนล้านบาท ในการแก้ปัญหาน้ำท่วม-ภัยแล้ง โดยเฉพาะช่วงปี 58-66 แทบไม่มีอะไรจับต้องได้เลย!

หลังเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ ปี 54 “รัฐบาลยิ่งลักษณ์” จะทำโครงการบริหารจัดการน้ำ ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ ทั้ง 25 ลุ่มน้ำทั่วประเทศ อย่างเป็นระบบและยั่งยืน มูลค่า 3.5 แสนล้านบาท จึงเชิญข้าราชการที่เกี่ยวข้อง–นักวิชาการสถาบันต่างๆ–ฝ่ายการเมือง–เจ้าหน้าที่โครงการพระราชดำริฯ รวมทั้งบริษัทชั้นนำจากต่างประเทศ มาระดมสมองออกมาเป็นโครงการบริหารจัดการน้ำ 10 โมดูล

10 โมดูล ครอบคลุมการสร้างอ่างเก็บน้ำอย่างเหมาะสมและยั่งยืนในพื้นที่ลุ่มน้ำปิง ยม น่าน สะแกกรัง และป่าสัก, จัดทำผังการใช้ที่ดิน การใช้ประโยชน์ที่ดินบนพื้นที่ลุ่มน้ำ, จัดทำทางน้ำหลาก (Floodway) ทางผันน้ำ (Flood diversion channel) ปรับปรุงระบบคลังข้อมูล ระบบพยากรณ์ เตือนภัย รวมทั้งการบริหารจัดการน้ำกรณีต่าง ๆ ในพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยา เป็นต้น แต่ถูกรัฐประหารเมื่อปี 57 จึงไม่ได้ทำ
อะไรเลย!

จากปี 54 ถึงปี 69 พื้นที่เปลี่ยนแปลงไปมากตามสภาพของผังเมือง–ชุมชน–การขยายตัวของเมือง และการสร้างถนนสายใหม่ ๆ ก็ปัดฝุ่นเอา 10 โมดูล มาตรวจสอบสิ! ว่าโมดูลไหนยังพอปรับใช้ได้ก็ควรทำ!

เหมือนอย่างที่มีการโยนหินถามทางเมื่อ 3 วันก่อน เกี่ยวกับโครงการผันน้ำชัยนาท-ป่าสัก-อ่าวไทย ระยะทาง 270 กิโลเมตร เงินลงทุน 1.6 แสนล้านบาท ที่มีข่าวว่า “รัฐบาลอนุทิน” เตรียมผลักดันเข้าคณะรัฐมนตรี มันคือส่วนหนึ่งของ 10 โมดูลนั่นแหละ แต่ถ้าลงมือทำก่อนปี 57 คงไม่แพงแบบนี้

หรือจะ “ถมทะเล” ทำเขื่อนกั้นน้ำทะเล เหมือนในต่างประเทศ เพราะพื้นดินกรุงเทพฯ สูงกว่าระดับน้ำทะเลนิดเดียว และทรุดตัวลงทุกปี ขณะที่น้ำทะเลสูงขึ้นทุกปีจากภาวะโลกร้อน เหมือนที่ “อดีตนายกฯ ทักษิณ” เคยพูดไว้ ก็ต้องรีบดำเนินการเป็น “วาระแห่งชาติ” เนื่องโครงการลักษณะนี้ใช้เงินลงทุนสูง และต้องใช้เวลาเป็น 10 ปี กว่าจะเสร็จ!

แต่ถ้าไม่ทำอะไรเลย ต้องเจอปัญหาน้ำท่วมไปเรื่อย ๆ หรือไม่ก็ต้อง “ย้ายเมืองหลวง” โดยช่วง 30 ปีที่ผ่านมา มีการพูดถึงการย้ายเมืองหลวงไปอยู่ อ.ท่าตะเกียบ จ.ฉะเชิงเทรา และ จ.นครนายก แต่ไม่สำเร็จ!

สรุปคือที่ผ่านมา มีการคิดเสนอแนะทำโครงการเพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมอย่างเป็นระบบ แต่ติดปัญหาเรื่อง “อคติ–ขวางคลอง–ถ่วงความเจริญ” เราจึงต้องลำบากกันต่อไป!!.

พยัคฆ์น้อย

คลิกอ่านบทความทั้งหมดได้ที่นี่