อาหารอินเดียมื้อนั้น! นายอนุทินอาจจะต้องการโชว์ศักยภาพว่า 1.ยังมีพรรคกล้าธรรมไว้คอยถ่วงดุลอำนาจกับพรรคเพื่อไทย และ 2.เพื่อป้องปรามพรรคเล็กพรรคน้อย รวมกันกว่า 20 เสียง ไม่ให้ฉวยโอกาส “โก่งค่าตัว” กันจนเกินควร เพราะถึงอย่างไรเมื่อถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ ก็ต้องดูแลกันตามสมควร เป็นประเพณีปฏิบัติอยู่แล้ว
แต่มีคำถามตามมาว่า ในอนาคตพรรคภูมิใจไทยจะควบรวมกับพรรคกล้าธรรมหรือไม่? ส่วนตัว “พยัคฆ์น้อย” มองว่า “ไม่” เพราะ ร.อ.ธรรมนัสมองเกมการเมืองออกว่าอยู่พรรคใคร พรรคมันไปแบบนี้ดีกว่า! ประเภทที่ว่าผมยกมือให้คุณ คุณต้องปรับคณะรัฐมนตรี (ปรับ ครม.) เอาพรรคกล้าธรรมเข้าร่วม ครม. ส่วนเรื่องอื่นว่ากันทีหลัง
นายอนุทินต้องปฏิเสธเสียงหลง! กับนักข่าวไว้ก่อน ว่ายังไม่ปรับครม. แค่ไปกินข้าวกันตามประสาเพื่อนสนิทที่รู้จักกันมานานเท่านั้น
แต่ “พยัคฆ์น้อย” ประเมินว่าหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจจบแล้ว! “พรรคฝ่ายคอย” ไม่ยกมือให้ฟรี!อย่างแน่นอน นายอนุทินต้องปรับ ครม. ก่อนสิ้นปี 69 เอาพรรคกล้าธรรมที่มีอยู่ 50 กว่าเสียง เข้ามาร่วมรัฐบาล แต่ยังพูดตอนนี้ไม่ได้ เพราะจะเกิดแรง “กระเพื่อม” ทั้งในพรรคและนอกพรรค แล้วนายกฯ จะรับโทรศัพท์ไม่ไหว จากคนที่มีรายชื่อว่าจะถูกปรับออกจาก ครม.
นายอนุทินคงไม่แตะต้องกระทรวงที่พรรคเพื่อไทยควบคุมดูแลอยู่ แต่จะสะกิดให้มีการเปลี่ยนตัว “รัฐมนตรี” บางคนของพรรคเพื่อไทยหรือเปล่า อันนี้ยังไม่แน่ชัด!
ส่วนพรรคกล้าธรรม คงได้คุม 2 เก้าอี้รัฐมนตรีว่าการฯ และ 3 เก้าอี้รัฐมนตรีช่วยฯ โดย 2 กระทรวงที่พรรคกล้าธรรมมีโอกาสได้เข้ามาดูแลมากที่สุด คือ กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงอุตสาหกรรม
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ โควตาคนนอก เป็น รมว.พาณิชย์มาแล้ว 2 รอบ เกือบ ๆ 1 ปี แต่ผลงานยังไม่เข้าตานัก! แถมยังถูกฝ่ายค้านขออภิปรายไม่ไว้วางใจในครั้งนี้ ด้วยข้อกล่าวหาว่าไร้ภาวะผู้นำ ไร้ตัวตนในการแก้ไขวิกฤติของประเทศ บริหารราชการแผ่นดินผิดพลาด ปล่อยปละละเลยในการแก้ไขวิกฤติ ส่งผลให้ประชาชนต้องแบกรับด้วยตนเอง ไร้ความสามารถในการแก้ไขวิกฤติค่าครองชีพในปัจจุบัน ปล่อยให้ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคขึ้นสูงจนกระทบต่อการดำเนินชีวิตของประชาชน
ขณะที่ นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม มีเหตุผลเดียวเท่านั้นที่จะถูกปรับออก คือ การเลือกตั้งคราวที่แล้วใช้ทุนรอนตัวเองบ้างหรือเปล่า?
แม้จะมีการปรับ ครม. แต่คงไม่ได้ช่วยให้การบริหารประเทศราบรื่น รุดหน้า ประชาชนลืมตาอ้าปากมากนัก เพราะปัญหาไม่ได้อยู่ที่ “รัฐมนตรี” แต่อยู่ที่นายกฯ ไม่มียุทธศาสตร์ ไม่มีโครงการใหญ่ ๆ มากระตุ้นเศรษฐกิจ มีแต่กู้มาแจก กู้มากินกันไป ส่วนนายกฯ หมดเวลาไปกับเรื่องราวจับฉ่ายรายวัน (เปลี่ยนเสื้อวินมอเตอร์ไซค์)!!.
ดาวฤกษ์



