โลกฟุตบอลเข้าสู่ช่วงพักเบรกทีมชาติอย่างทุกครั้ง แม้ครั้งนี้จะแตกต่างไปเล็กน้อยที่จะนานกว่าเดิมจาก 2 สัปดาห์ เป็น 3 สัปดาห์ตามความต้องการของ ฟีฟ่า ซึ่งทีมชาติโปรตุเกส ได้ประกาศไปก่อนหน้าแล้วว่า จะเรียก คริสเตียโน โรนัลโด มาลงเล่นในศึกยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก อีกครั้งหลังทุกคนคิดว่า จากฟุตบอลโลก 2026 คงเป็นจุดจบที่สวยงามระหว่างเขากับทีม

แต่ ฮอร์เก เชซุส กุนซือวัยเก๋าคนใหม่ของทัพ “ฝอยทอง” ก็ไม่ลังเลที่จะใส่ชื่อ “CR7” ลงไปในทีมชุดนี้ ท่ามกลางกระแสว่า โรนัลโด จะได้เป็นตัวจริงเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา หรือจะแค่มาลงเล่นสลับกับนั่งสำรองบ้างกันแน่ เพราะแพสชั่น ความทะเยอทะยานของเขา ไม่เคยหยุดแค่ม้านั่งสำรอง

เกมแรกที่ชนะ เวลส์ 1-0 โรนัลโด ยังได้ลงเป็นตัวจริงอยู่ ทว่าในเกมถัดมาที่บุกไปเยือน ทีมชาตินอร์เวย์ พร้อมเก็บชัยชนะมา 2-1 กลายเป็นชนวนเหตุความแตกร้าวของ โรนัลโด และ ฮอร์เก เชซุส เมื่อสตาร์วัย 41 ปี ไม่พอใจที่ตัวเองไม่ได้ลงเล่นเลยในเกมนี้แม้แต่วินาทีเดียว

ปฏิกิริยาต่อมา จึงกลายเป็น “น้ำมันที่ราดบนกองไฟ” เพราะ โรนัลโด ขอแสดงความไม่พอใจให้เห็นชัดๆ กันไปเลย ด้วยการเลือกที่จะแยกซ้อม และท้ายที่สุดก็ตัดสินใจเก็บกระเป๋าเดินทางออกจากแคมป์เก็บตัวที่เดนมาร์กด้วยเครื่องบินส่วนตัวทันที

เพียงเท่านี้ก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้กลายเป็นเรื่องราวใหญ่โต จน เปโดร โปรเอนซา ประธานสหพันธ์ฟุตบอลโปรตุเกส (FPF) ต้องบินด่วนเพื่อปเคลียร์สถานการณ์ แต่ก็ยังไม่ลงตัว ขณะที่โค้ชยืนกรานในแนวทางการทำทีมของตนเอง โดยไม่สนกับสิ่งที่เกิดขึ้น

ที่น่าแปลกคือ ก่อนหน้านั้นในงานแถลงข่าวก่อนเกมแรกที่จะพบกับ เวลส์ คริสเตียโน โรนัลโด ยังบอกเหตุผลที่ตัวเขาได้มีชื่อติดทีมมาลุยเกมทีมชาตินี้ เพราะหารือกับ ประธานสหพันธ์ฟุตบอลโปรตุเกส รวมถึง ฮอร์เก เชซุส ผู้จัดการทีมแล้ว ซึ่งเจ้าตัวก็มั่นใจว่า ยังดีพอที่จะช่วยทีมคว้าแชมป์สมัยที่ 3 ในรายการ เนชั่นส์ ลีก นี้ได้

โดยสาเหตุและเบื้องลึกเบื้องหลังที่แท้จริง ยังไม่มีใครรู้ว่า จริงๆ แล้วมันเกิดอะไรขึ้นบ้าง ก่อนที่ “พี่โด้” จะตัดสินใจบินออกจากแคมป์ด้วเครื่องบินส่วนตัว ซึ่งเจ้าตัวย้ำชัด จะเปิดเผยความจริงเบื้องหลังการตัดสินใจครั้งนี้ให้แฟนบอลชาวโปรตุเกสได้รับทราบในภายหลัง

แม้ เชซุส จะออกมาปฏิเสธว่าไม่มีความขัดแย้งใด ๆ เกิดขึ้น โดยยืนยันว่าการไม่ส่ง โรนัลโด้ลงสนามเป็นเพียงการตัดสินใจเรื่องแท็กติกของโค้ชเท่านั้น แต่มันเดือดกว่าเมื่อรายงานของสื่อเจ้าดังของโปรตุเกสอย่าง “โอ โจโก้” ที่บอกว่า โรนัลโด อาจตัดสินใจไม่ลงเล่นให้ทีมชาติอีกต่อไปแล้ว!?

ร่ายเรียงกันมายาวเหยียด ตัดภาพมาอีกฝั่งที่ทวีปอเมริกาใต้ ทีมชาตอาร์เจนตินา ก็กำลังจะจัดแมตช์อำลาอย่างสมเกียรติให้ ลิโอเนล เมสซี ผู้เป็นดั่งพระเจ้าของทัพ “ฟ้าขาว” ในยุคนี้ ทำให้สถานการณ์ของ เมสซี ต่างกับ โรนัลโด “ฟ้ากับเหว” เพราะ เมสซี ประกาศเลิกเล่นทีมชาติหลังจบศึกฟุตบอลโลก 2026 แบบไม่ต้องมีอะไรค้างคาและต้องสงสัยอะไรอีกต่อไป

ต้องยอมรับว่า สิ่งที่สหพันธ์ฟุตบอลอาร์เจนตินา (AFA) กำลังทำให้ เมสซี คือการที่จะอำลาตำนานของชาติแบบที่การจากไปครั้งนี้จะเป็นเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ที่สมศักดิ์ศรี แทนที่จะปล่อยให้จบลงอย่างเงียบๆ ซึ่ง โรนัลโด เองก็ควรจะได้รับอะไรแบบนี้ แต่เพราะความทะเยอทะยานที่มีอยู่ในตัวแข้งดังรายนี้ อาจส่งผลเสียมากกว่าส่งผลดีในช่วงบั้นปลายอาชีพ

การที่ โรนัลโด ยังมีเป้าหมายอยู่กับการยิงให้ครบ 1,000 ลูก หรือแชมป์เนชั่นส์ ลีก สมัย 3 กับทัพ “ฝอยทอง” เป็นเหมือนหนังสักเรื่องที่ตลอดทางปูมาดีมาก แต่ตอนจบกับเขียบบทผิดแค่นิดเดียว จนอาจกลายเป็นหนังที่หาทางลงที่ไม่เจอจนอยู่ดีๆ ก็ตัดจบแบบละครไทยเสียอย่างนั้น ถือเป็นอะไรที่น่าเสียดายหาก 2 ยอดแข้งแห่งยุคจะมีจุดจบกับทีมชาติที่แตกต่างกัน ทั้งที่ก็ทุ่มเทอย่างเต็มที่เพื่อตราบนหน้าอก