โรคอีดีหรือการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ พบได้บ่อยที่สุดในบรรดาความผิดปกติทางเพศที่พบในเพศชาย ความเครียด ความวิตกกังวล ภาวะซึมเศร้า การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มาก กลิ่นตัวเหม็นจากบุหรี่ ความจืดชืดของลีลารักระหว่างมีเพศสัมพันธ์ โรคประจำตัวหรืออาการเจ็บป่วย การรับประทานยาบางอย่างเช่น ยารักษาภาวะซึมเศร้า ยานอนหลับ อาจมีผลทำให้เกิดการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศได้ มีผลการศึกษาจากงานวิจัยในประเทศบราซิลจากผู้ชายกลุ่มตัวอย่าง 250 คนซึ่งกำลังได้รับการรักษาเกี่ยวกับระบบสืบพันธุ์ ได้ชี้ว่าในหมู่ผู้ชายที่ดื่มแอลกอฮอล์และกาแฟ พร้อมรับประทานอาหารที่ไม่ให้คุณค่ากับร่างกาย จะทำให้ภาวะสืบพันธุ์ของฝ่ายชายนั้นลดน้อยลง

นอกจากนี้การมีน้ำหนักตัวสูงเกินมาตรฐาน หรือการสูบบุหรี่ยังทำให้อสุจิมีการเคลื่อนไหวได้น้อยลงอีกด้วย  สำหรับชายไทยการไม่ยอมแข็งตัวของอวัยวะเพศ หรือแข็งตัวได้ไม่นานพอซึ่งเป็นปัญหาที่พบมากถึง 30% ในชายที่อายุ 40 ปีขึ้นไปที่มีปัญหาเกี่ยวกับการแข็งตัว โดยมีถึงสองในสามที่มีปัญหาในระดับปานกลางถึงรุนแรง การแข็งตัวของอวัยวะเพศชาย เริ่มจากการมีสิ่งเร้ามากระตุ้นให้เกิดความรู้สึกทางเพศก่อน แล้วสมองจะส่งสัญญาณไปยังอวัยวะเพศผ่านทางระบบประสาท ทำให้มีการคลายตัวของกล้ามเนื้อควบคุมการไหลเวียนของเลือดเข้าอวัยวะเพศ ขณะเดียวกันหลอดเลือดแดงที่ไปเลี้ยงอวัยวะเพศจะขยายตัวขึ้นเป็นสองเท่า ทำให้เลือดไหลมาคั่งอยู่ภายในอวัยวะเพศ และเลือดถูกกักไว้โดยเนื้อเยื่อรอบ ๆ เป็นผลให้มีการแข็งตัวขึ้น  ถ้ามีอะไรก็ตามที่มาขัดขวางขบวนการเหล่านี้ จะส่งผลให้เกิดการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศทั้งสิ้น

การป้องกันที่อาจพอทำได้ไม่ยาก ควรลดหรืองดอาหารที่มีเนื้อสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม รับประทานปลา ผัก ผลไม้ ปลาทะเลอุดมด้วยกรดไขมันไม่อิ่มตัวที่เรียกว่าโอเมก้า 3 ช่วยให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น เลือดจึงไปเลี้ยงและคั่งบริเวณอวัยวะเพศได้ดี ที่สำคัญคืออย่าเครียด เพราะความเครียดมีผลกับอารมณ์เพศ มีผลต่อการสร้างฮอร์โมนเพศชาย ร่าเริงแจ่มใส ออกกำลังกายเป็นประจำให้ร่างกายแข็งแรง โดยเฉพาะการออกกำลังกล้ามเนื้ออวัยวะเพศ ให้ฝึกกับแพทย์จะได้วิธีที่ถูกต้อง หากกระทำแล้วไม่ดีขึ้น ต้องเข้ารับการฟื้นฟูกับแพทย์ทั้งระบบ ปัจจุบันมีวิธีการฟื้นฟูแบบผสมผสานหลายวิธีช่วยให้กลับมาแข็งตัวดีขึ้นสามารถร่วมเพศได้อย่างมีความสุขแข็งแรงเทียบเท่าวัย 30 แม้จะอายุ 70-80 ปีก็ตาม.