@ในที่สุด เดือนรอมฎอนของปีนี้ ก็หนีไม่พ้นคำว่า “รอมฎอนเลือด” เฉกเช่น 17 ปี ที่ผ่านมา เมื่อ “กองกำลังติดอาวุธ” ที่อ้างว่าเป็นขบวนการแบ่งแยกดินแดน “พูโล” ที่มี “คัสตูรี มะโกตา” เป็นหัวหน้า และอ้างว่าเป็นผู้ “สั่งการ” ให้เป็นผู้ “ก่อการร้าย” ด้วย “ระเบิดแสวงเครื่อง” ในพื้นที่ ต.แป้น อ.สายบุรี จ.ปัตตานี ผลคือคน “ไทยพุทธ” เสียชีวิต 1 ราย และ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ชุด “เก็บกู้ระเบิด” บาดเจ็บ 3 นาย….ตามมาด้วยการ “แขวนป้ายผ้า” มีข้อความ “ปัตตานีไม่ใช่สยาม” ในพื้นที่ จ.นราธิวาส และตามมาด้วยการ “ลอบยิง” ผู้ต้องสงสัยว่าเป็น “แนวร่วม” ที่ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ปล่อยตัวจาก “ศูนย์ควบคุม” เพื่อให้ กลับมาอยู่กับครอบครัวในเดือนรอมฎอน ตาม “เงื่อนไข” การลงนาม “หยุดยิง” ระหว่าง กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า กับ “กองกำลังติดอาวุธ” ของขบวนการแบ่งแยกดินแดน “บีอาร์เอ็น” ซึ่งเป็นข้อตกลงระหว่าง พล.อ.วัลลภ รักเสนาะ หัวหน้าคณะ “พูดคุยสันติสุข” ฝ่ายรัฐไทย กับ นายหิพนี มะเร๊ะ หัวหน้าคณะ “เจรจาสันติภาพ” ของ ขบวนการแบ่งแยกดินแดน “บีอาร์เอ็น” ซึ่งมี “สารัตถะ” ที่สำคัญคือ สร้าง “สันติสุข” ในเดือนรอนฎอนมีกำหนด 40 วัน ตั้งแต่ 1 เมษายน-10 พฤษภาคม 2565 ส่วนหลังจากพ้น 40 วันไปแล้ว “กองกำลังติดอาวุธ” ของ “บีอาร์เอ็น” จะก่อเหตุ “โจมตี” เจ้าหน้าที่ ด้วย “ระเบิดแสวงเครื่อง” และ วิธีการอื่นๆ อีกหรือไม่ ไม่มีพูดถึง …เช่นเดียวกับที่ หลัง 40 วัน จากการ “หยุดยิง” กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า จะมีการ “บังคับใช้กฎหมาย” อย่างเดิม ด้วยการ “ปิดล้อม, ตรวจค้น และ วิสามัญ” อย่างที่ผ่านมา หรือไม่ ก็ไม่มีรายละเอียดให้เห็น …แต่ที่แน่ชัดคือ สถานการณ์ของ “ไฟใต้” ไม่ได้สงบและมี “สันติสุข” อย่างที่ คณะ “พูดคุยสันติสุข” และ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ต้องการ เพราะ ขบวนการแบ่งแยกดินแดนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่ได้มีเพียง “บีอาร์เอ็น” ระเบิดแสวงเครื่อง ที่ “สายบุรี” จะเป็น “ฝีมือ” ของ “พูโล” หรือของ “บีอาร์เอ็น” ยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจน แต่ถ้ามีคำตอบที่ชัดเจนว่า ไม่ใช่ฝีมือของ “บีอาร์เอ็น” ก็แสดงให้เห็นว่า การ “พูดคุย” กับ “บีอาร์เอ็น” เพียงกลุ่มเดียว ก็ไม่ได้ทำให้ “ไฟใต้มอดดับ”…และสาเหตุที่ “พูโล” ที่มี “คัสตูรี มะโกตา” เป็น “ผู้นำ” ก็แถลงการณ์ อย่างชัดเจนว่า สาเหตุที่ “พูโล” ต้องกลับมาก่อการร้าย เพราะ “ตกขบวนการพูดคุยสันติภาพ” และมีการบอกต่อไปว่า ขบวนการแบ่งแยกดินแดนไม่ได้มี “บีอาร์เอ็น” เพียงขบวนการเดียว….
@ประเด็น “ระเบิดแสวงเครื่อง” และความ “เคลื่อนไหว” อื่นๆ ที่เกิดขึ้น และ “พูโล” อ้างความ “รับผิดชอบ” เป็นเรื่องที่ “ไม่เล็ก” ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม, พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม, พล.อ.สุพจน์ มาลานิยม เลขาธิการสภาความมั่นคง (สมช.) พล.อ.วัลลภ รักเสนาะ หัวหน้าคณะ “พูดคุยสันติสุข” และ พล.ท.เกรียงไกร ศรีรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 4 /ผอ.กอ.รมน.ภาค 4 ต้องมีการ “จับเข่าคุยกัน” ถึงการ “ขับเคลื่อน” ขบวนการ “พูดคุย” ว่าจะ “พูดคุย” กับ “บีอาร์เอ็น” ต่อไปโดยไม่สนใจ ขบวนการอื่นๆ หรือไม่ และหากให้ความสำคัญกับ “พูโล” ขบวนการแบ่งแยกดินแดนอื่นๆ อีก 4-5 ขบวนการ ที่ยังมี “โครงสร้าง” และยังเคลื่อนไหวอยู่ในต่างประเทศ จะ “เอาอย่าง” ที่ “พูโล” ใช้อยู่ เพื่อ “บีบ” ให้ รัฐบาลไทย เชิญเข้าร่วมโต๊ะ “พูดคุย” อย่างที่เคยเป็นในสมัยที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี และ พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เป็น เลขาธิการ สมช. และ หัวหน้าคณะ “พูดคุย” หรือไม่ และหากเป็นเช่นนั้น ก็จะเป็นการ “ย้อนกลับ” ไปใช้แนวทางเดิม ที่ “บีอาร์เอ็น” ปฏิเสธ ที่จะ “พูดคุย” ด้วย ถ้าเป็นอย่างนี้ การแก้ปัญหาของ “ไฟใต้” ต่อไปนี้ก็จะ “ยุ่งเหยิง” แบบที่เรียกว่า “ลิงแก้แห” เพราะจะมี ขบวนการ “เก่า” เข้ามาร่วม “ผสมโรง” ทั้งการ “ก่อการร้าย” และการทำ “ไอโอ” สร้างความ “สับสนอลหม่าน” การคาดหวังว่าปี 2570 จะสามารถ “ยุติ” ปัญหาของ “ไฟใต้” เป็นอัน “พังพาบ” อีกครั้ง…
@ที่สำคัญที่ทุกคนต้องรับรู้ “พูโล” ยังสามารถใช้ “เงิน” เพื่อ “ว่าจ้าง” ให้ “โจรใต้” ในพื้นที่ ก่อเหตุได้ตามที่ต้องการ ซึ่งในรอบ หลายปีที่ผ่านมา มี “หลักฐาน” ที่ชัดเจนว่าการก่อความไม่สงบ ใน จ.ปัตตานี และ นราธิวาส ไม่น้อยกว่า 4 ครั้ง เป็นฝีมือของ “พูโล” ที่สำคัญ ในการ “วางระเบิดแสวงเครื่อง” ที่ กทม. สมัยที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี เป็น “ฝีมือ” ของ “โจรใต้” ที่ “รับจ้าง” จาก “พูโล” ไปก่อเหตุถึง “กทม.” ซึ่ง เจ้าหน้าที่ติดตามจับกุมได้ “แนวร่วม” ได้ทั้ง 10 คน และมีการรับ “สารภาพ” เพียงแต่ไม่มีการ “เปิดเผย” ให้ประชาชนได้รับทราบ เท่านั้น …สรุปคือ ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ นอกจากมี “กองกำลังติดอาวุธ” ของ “บีอาร์เอ็น” ที่ถูก “บ่มเพาะ” ให้ “หลงเชื่อ” และมี “อุดมการณ์” ในการต่อสู้เพื่อ “มาตุภูมิ” แล้ว ยังมี “แนวร่วม” ที่ พร้อม “รับเงิน” เพื่อ “รับจ้าง” ก่อเหตุ เป็นการสร้าง “สถานการณ์” อีกด้วย ถ้า กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ไม่มีการ “แยกแยะ” ว่า “อะไรคืออะไร” สถานการณ์ของจังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็จะเป็นเรื่อง “ทศนิยมไม่รู้จบ” และผู้ “รับเคราะห์กรรม” ก็คือ ประชาชน และ เจ้าหน้าที่รัฐ …..
@จบเรื่อง “ไฟใต้” ก็มาถึงปัญหา “ปากท้อง” คำถามจาก ประชาชน ถึง “นายกรัฐมนตรี” และ รัฐมนตรีกระทรวงพลังงาน สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ ถึง นโยบายในการ “รับมือ” ราคาน้ำมันในวันที่ 1 พฤษภาคม เป็นต้นไป ที่จะมีการ “ลอยตัว” น้ำมันดีเซล ให้เป็นไปตาม “กลไก” ของการ “ตลาด” ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้นจริง โดยที่ “รัฐบาล” ยังไม่มี “มาตรการ” ออกมา “รองรับ” น้ำมันดีเซลต้องขึ้นราคาจากเดิมอีกลิตรละ 8 บาท แม้จะไม่ขึ้นทีเดียว แต่การขึ้นราคาเป็น “ขั้นบันได” สุดท้าย “ปลายทาง” คือลิตรละ 38 บาท ใน กทม. และ 39 บาท ใน “ต่างจังหวัด” ในขณะที่ “แก๊สโซฮอล์” 91 และ 95 ซึ่งเป็นน้ำมันที่ “คนทำงาน” คนใช้ รถเก๋ง รถ จยย. ต้องใช้ วันนี้ก็ “ทะยาน” ไปที่ลิตรละ เกือบ 40 บาทแล้ว นอกจากเรื่อง “น้ำมัน” วันที่ 1 พ.ค. ยังเป็นเดือน “หฤโหด” เพราะราคา “แก๊สหุงต้ม” จะปรับขึ้นอีก กก.ละ 1 บาท หลังจากเมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา ปรับขึ้นไปแล้ว 1 บาท และ ราคาอาหารทั้งแบบ “จานเดียว” และ “ตามสั่ง” ก็ปรับไปแล้ว 5 บาท ส่วนที่ไม่ปรับ ก็ “ลดปริมาณ” และ “คุณภาพ” ลงมา หมายถึง “กินไม่อิ่ม” และ “คุณค่า” ทาง “โภชนาการ” ที่น้อยลง แม้แต่ “ขนมใส่ไส้” ที่เคยใช้ “น้ำกะทิ” ผสมแป้ง วันนี้ ก็กลายเป็นแป้งล้วนๆ ที่ไม่มีการผสม “น้ำกระทิ” แล้ว ถ้าราคา “ข้าวแกง” ยังต้องปรับขึ้นไปอีก คงถึงยุคที่ “คนทำงาน” ต้องนำ “ข้าวห่อน้ำพริกไข่ต้ม” ไปกิน ตามมีตามเกิด และอาจจะถึงยุคที่ “ร้านข้าวแกง” และอาหาร “ตามสั่ง” จะ ล่มสลาย….
@และราคาน้ำมันจะ “ฉุดกระชาก” ให้สินค้าทุกตัวแม้แต่ “ผักบุ้ง” ก็ต้องขยับขึ้นราคา เพราะต้นทุนที่เป็น “ค่าขนส่ง” ถามว่า ครม.ของ “ลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ประชุม กระทรวง ทบวง กรม ที่รับผิดชอบ เรื่อง “ปากท้อง” เรื่อง “ความอยู่รอด” ของประชาชนมา เพื่อมี “มาตรการ” ในการ “ช่วยเหลือ” ประชาชนแล้วหรือยัง หรือทุกอย่างเป็น “หน้าที่” ของ พรรคประชาธิปัตย์ ที่ดูแล กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงพาณิชย์ ที่เป็น 2 กระทรวง ที่เกี่ยวกับ ผลผลิตทางการเกษตร และ “ปากท้อง” ของประชาชน ซึ่งก็ต้องถาม จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่ยามนี้ “วุ่นวาย” อยู่กับเรื่อง “การมุ้ง” ภายในพรรค และรัฐมนตรีพาณิชย์ว่า นโยบาย “เกษตรผลิต พาณิชย์ขาย” ยังใช้ได้อยู่หรือไม่ และจะ “เอาอย่างไร” กับ ราคาสินค้า ที่จะต้อง “พุ่งขึ้น” ตามราคาของ น้ำมันเชื้อเพลิง เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่อง “เฉพาะหน้า” เหมือนเรื่อง “ผลไม้” ที่ พอหมดฤดูกาล ปัญหาก็จบ ถูกด่า ก็ไม่เกิน 3 เดือน แต่ปัญหา “พลังงาน” จะ “ทะยาน” แบบไม่หยุด และอย่า “มองโลกสวย” ว่า สงคราม ระหว่าง รัสเซีย กับ ยูเครน จะ “สิ้นสุด” ลงแล้ว เพราะอย่างน้อยที่สุด ถ้าสงคราม รัสเซีย-ยูเครน ไม่พัฒนาไปสู่ “สงครามโลก” ก็จะ “ยืดเยื้อ” ถึงสิ้นปี 2565 …แต่ ประชาชนที่ “ยากจน” ที่กำลัง “พะงาบๆ” อยู่ และคน “ชั้นกลาง” ที่ กำลังจะ “หยัดยืน” ไม่มั่นคง และกำลังจะพาประเทศ “ล้มลง” วันนี้ “ทางออก” จึงอยู่ที่ กระทรวงการคลัง กระทรวงพลังงาน ต้องกล้าที่จะ “ปรับโครงสร้างราคาน้ำมัน” ครั้งใหญ่ ตั้งแต่ “ต้นน้ำ” จนถึง “ปลายน้ำ” เพื่อทำให้ ราคา “พลังงานถูกลง” ซึ่ง รัฐบาล ต้องมีความ “กล้า” ในการสร้างความไม่พอใจให้กับ “กลุ่มทุน” ที่อาจจะ “อ้วนน้อยลง” เพื่อให้ คนส่วนใหญ่ของประเทศ “อยู่รอด” เพราะวันนี้ไม่ใช่ รัฐบาล เท่านั้น ที่ “กู้” อย่างเดียว คนไทย ทั้ง ประเทศ ก็ “กู้” มาใช้จ่ายเพื่อ “ปากท้อง” จน “หนี้ท่วม” และ “ดอกท่วม” วันนี้ ที่ ศาลจังหวัด แต่ละจังหวัด คดี “แพ่ง” คดี “อาญา” ที่มาจากเรื่องของ “การกู้เงิน” ทั้งคนใส่ “เสื้อนอก” และใส่ “เสื้อขาด” ล้วนกลายเป็น “จำเลย” จาก เรื่องของ “เศรษฐกิจ” และ “ปากท้อง”….
@เมื่อ รัฐบาล หาเงิน เข้าประเทศไม่เป็น หวังพึ่งเพียง “ท่องเที่ยว” และ “ส่งออก” ซึ่งการ “ท่องเที่ยว” ติดแหง็กอยู่ที่เรื่องของ “โควิด-19” ถึงแม้ว่าใน “อนาคต” จะประกาศให้เป็นโรค “ประจำถิ่น” แต่ถ้าผู้ติดเชื้อยังสูงลิ่ว และยอดคนตายไม่ลดลง การท่องเที่ยวก็ยังไม่มี “อนาคต” ส่วนการ “ส่งออก” เมื่อ ทุกประเทศในโลกใบนี้ต่าง “ยากจน” มีปัญหา “เศรษฐกิจ” จากปัญหา “สงครามโรค” ที่มาจาก “โควิด-19” และ “สงครามโลก รัสเซีย-ยูเครน” การหวัง “พึ่งพา” การ “ส่งออก” ก็ยังหา “ทางออก” ที่ไม่เจอ…เรื่องที่ รัฐบาล ควรทำ แต่ไม่ทำ คือการ “จัดเก็บภาษี” จาก บุหรี่, สุรา และน้ำมันเชื้อเพลิง ที่ วันนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ, สรรพสามิต, ศุลกากร ปล่อยให้ ร้านค้าบุหรี่หนีภาษี ร้านขายเหล้าหนีภาษี “เกลื่อนเมือง” ภาษีจาก “บุหรี่” หดหาย แม้แต่ อบจ.ที่ได้รับ “ส่วนแบ่งภาษี” ก็ออกมา “โวยวาย” ว่า เจ้าหน้าที่ไม่ “กวาดล้าง” บุหรี่หนีภาษี ซึ่งเกิดขึ้นทุก “ทุกหย่อมหญ้า” ภาคอื่นๆ ผู้เขียนมองไม่เห็น แต่“ภาคใต้ 14 จังหวัด” สินค้าหนีภาษีที่ “โด่งดัง” และ “มหาศาล” ที่สุดคือ “บุหรี่เถื่อน” ที่ จ.สงขลา ตั้งแต่ อ.ระโนด, สทิงพระ, เมือง, หาดใหญ่, สะเดา และอื่นๆ ทั้ง 16 อำเภอ สินค้า “โอทอป” คือบุหรี่หนีภาษี…ท่าเรือในอำเภอชายทะเล คือที่ “นำบุหรี่จากเรือขนขึ้นฝั่ง” และ ผู้ที่เป็น “นายทุน” เป็น “พ่อค้า” บุหรี่เถื่อน คือ “นักการเมือง” ทั้งระดับชาติ และ “ท้องถิ่น”….
@วันก่อน พ.ต.อ.ญาณพล อุบลบาน ผกก.สภ.เมือง ปัตตานี จับร้านขายบุหรี่เถื่อน “ชานเมือง” โชว์เจ้านายเพียงร้านเดียว ในขณะที่ ร้านขายบุหรี่เถื่อน มีอยู่ในเมืองไม่ต่ำกว่า 50 แห่ง แต่ไม่มีการ “ตรวจค้น” หรือ “จับกุม” ถ้า รัฐบาลนี้ต้องการภาษี “เต็มเม็ดเต็มหน่วย” เพื่อการ “ใช้จ่าย” ของ รัฐบาล แค่ รัฐมนตรีคลัง สั่งการให้ อธิบดีกรมศุลกากร กรมสรรพสามิต หรือ ผบ.ตร. สั่งให้ ผบก. ทุกจังหวัด จับกุม บุหรี่เถื่อน สุราเถื่อน และ น้ำมันเถื่อน ให้หมดไป ประเทศนี้ ก็จะได้เงินภาษี “เข้าพกเข้าห่อ” อีกทางหนึ่ง แถมยังเป็นการ “กำจัด” การ “ฉ้อราษฎร์ บังหลวง” ของ เหล่า “ข้าราชการ” ในพื้นที่ได้อีกต่างหาก…. นี่ก็เป็นอีกตัวอย่างของการ “ปล่อยปละละเลย” จาก เจ้าหน้าที่รัฐ ที่ จ.ตรัง มีบ่อดูทรายเถื่อนกว่า 50 แห่ง ที่อยู่เหนือ “กฎหมาย” แต่ ตำรวจใต้บังคับบัญชาของ พล.ต.ต.สันทัด วินสน ผบก.ภ.จว.ตรัง มองไม่เห็น และ เจ้าหน้าที่ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ วราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพย์ ที่อยู่ในพื้นที่ก็มองไม่เห็น หรือจะต้องให้ “ประชาชน” ที่ เห็นเหตุการณ์ซื้อ “แว่นขยาย” ส่งไปให้ก่อน จึงจะมองเห็น และจัดการตามกฎหมาย นี่ก็คือการทำให้ “ภาษี” ที่รัฐควรจะได้ “สูญเปล่า” ที่ มาจากการที่ เจ้าหน้าที่ “ตาบอดตาใส”….
@นี่ก็ไม่รู้ว่าเป็นการ “ปล่อยผี” หรือเพราะมี “ผลประโยชน์” แอบ “ซ่อนเร้น” เทศกาล “สงกรานต์” ที่ผ่านมา ร้านอาหารกึ่งผับ ในท้องที่ ในความรับผิดชอบของ สภ.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เป็นจำนวนมาก เปิดบริการเกินกว่าที่ “กฎหมายกำหนด” บางแห่งเปิดถึง ตี 2 บางแห่งเปิดถึง 6 โมงเช้า มีชาวบ้าน “ถ่ายคลิป” ส่งมาให้ดู ทั้งเต้นทั้งร้อง ซึ่งผิด “กฎหมาย” ตามที่ขอ “อนุญาต” ทั้งนั้น ก็เป็นหน้าที่ของ 5 เสือ สภ.คอหงส์ ที่มี พ.ต.อ. ภูมิ บาลทิพย์ เป็น ผกก. ต้องรับผิดชอบ หากมีการ “ร้องเรียน” เกิดขึ้น ถ้าไม่รีบ “จัดการ” ให้ถูกต้อง ก็ให้นึกถึงตัวอย่างของ 5 เสือ สภ.ป่าตอง จ.ภูเก็ต เป็น “อุทาหรณ์” ไว้ด้วย…..
@กลิ่นตุๆ โชยมาจาก โครงการขุดลอก หลายแห่งที่เป็นของ สำนักงานชลประทาน ที่ 12 สงขลา โดยเฉพาะ โครงการใน อ.นาหม่อม จ.สงขลา ที่มีความ “ไม่ชอบมาพากล” คณะกรรมการตรวจรับโครงการ ตรวจสอบให้ถี่ถ้วน ว่าเป็นไปตามสัญญาหรือไม่ เรื่องนี้มีผู้ “ร้องเรียน” มาที่ “สื่อ” แต่ถ้าจะให้เป็น “เรื่องเป็นราว” ผู้ร้องเรียน ส่ง “หลักฐาน” ไปที่ ป.ป.ช.ภาค 9 จะเป็นการดีที่สุด…..ต้นตำเสาริมถนนในเขตเทศบาสลตำบลเทพา จำวนหลายสิบต้น ที่ถูกตัดออกไป เพราะเทศบาลต้องการขยายถนน มีคำถามจากประชาชน ในเขตเทศบาลต่อ ผู้บริหารเทศบาลว่า “ต้นตำเสา” เป็น ทรัพย์สิน “ของหลวง” หรือของ “บุคคล” เพราะมีผู้ไปพบว่า “ต้นตำเสา” ทั้งหมด ไปปักอยู่ในพื้นที่ “ชายทะเล” ซึ่งเป็นพื้นที่ “ส่วนบุคคล” หรือเป็น “ของหลวง” หรือไม่ เรื่องนี้จึงต้องสอบถาม สิทธิชัย เทพภูษา นายอำเภอเทพา จ.สงขลา เพื่อช่วยสร้างความ “กระจ่าง” ให้กับ ชาวเทพา ในเขตเทศบาลด้วย…..
@เรื่องการขุดดิน “ใต้เสาไฟฟ้า” ต.เขามีเกียรติ อ.สะเดา จ.สงขลา ยังไม่จบ หลังจากที่ อำนาจ ยังให้ผล เจ้าของธุรกิจ “บ่อดิน” ร้องเรียนไปยังหน่วยงานต่างๆ ตั้งแต่ศูนย์ดำรงธรรม จ.สงขลา กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ป.ป.ช.จังหวัด ศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อให้ตรวจสอบ การที่มี “นายทุน” ในพื้นที่ใต้เสาไฟฟ้าแรงสูง ซึ่งเป็นของ “การไฟฟ้าฝ่ายผลิต” ขายให้กับ แขวงการทาง ที่กำลังก่อสร้างถนนสาย “คลองแงะ-นาทวี” แต่เรื่องการร้องเรียนไม่ “คืบหน้า” ล่าสุดเมื่อวันที่ 19 เม.ย. ที่ผ่านมา อำนาจ ยังให้ผล เข้าแจ้งความต่อ พนักงานสอบสวน สภ.คลองแงะ อ.สะเดา จ.สงขลา ให้ดำเนินคดีกับ “นายทุน” ในฐานะที่เป็น “พลเมืองดี” ทำให้ พ.ต.อ.ชาติชาย ชนะสิทธิ์ ผกก.สภ.คลองแงะ ต้องลงพื้นที่ดูด้วยตนเอง และพบว่า “เข้าข่าย” การทำผิดกฎหมายจริง ก็คงต้องติดตามกันยาวๆ ว่าเรื่องนี้จะมี “จุดจบ” อย่างไร แต่ที่น่าเป็นห่วงคือ “ผู้แจ้ง” ว่าจะโดน “นายทุน” และ “เจ้าหน้าที่ท้องถิ่น” ผู้เสียประโยชน์ ที่ไม่พอใจ “คุกคาม” ในเรื่องของ “สวัสดิภาพ” หรือไม่….
@ความขัดแย้ง ระหว่าง ฝ่ายบริหาร องค์การบริหารส่วนตำบลโคกโพธิ์ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี ที่มี มะนาปี หมะและ เป็น นายก อบต. กับ ข้าราขการประจำ ที่เป็น รองปลัด, ผอ.ฝ่ายคลัง และ นักวิเคราะห์นโยบายและแผน จนทำให้การบริหาร ไม่สามารถดำเนินการไปได้อย่างปกติ ฝ่ายบริหาร มีการแจ้งให้ “ท้องถิ่นอำเภอ ท้องถิ่นจังหวัด” รับทราบ เพื่อแก้ไขปัญหา แต่ ณ วันนี้ ปัญหายังไม่ถูกแก้ไข ก็ฝากไปยัง สมนึก พรหมเขียว รอง ผวจ.ปัตตานี ผู้รับผิดชอบงาน “ท้องถิ่น” เข้าไปดำเนินการกับปัญหาดังกล่าวด้วย เพื่อที่จะได้ไม่ “บานปลาย” และที่สำคัญ ความขัดแย้ง ระหว่างฝ่าย “การเมือง” และ “ข้าราชการ” เป็น ปัญหา อุปสรรค ที่ กระทบกับชาวบ้านโดยตรง…..
@นักท่องเที่ยว เป็นจำนวนมากที่เดินทางไป “ชื่นชม” ทะเลหมอก ที่ “สกายวอล์ก” อัยเยอร์เวง อ.เบตง จ.ยะลา และ “วิพากษ์วิจารณ์” ถึงความไม่สะดวก ที่ต้องขึ้นรถ ลงรถ เพื่อ “ต่อรถ” ถึง 3 ครั้ง กว่าจะถึงที่หมาย ซึ่งเรื่องนี้ เป็นการ “บริหารจัดการ” เพื่อให้ ประชาชนในพื้นที่ ได้รับประโยชน์จากการ “ท่องเที่ยว” ซึ่ง ฝ่ายของ “ท้องถิ่น” และ หน่วยงานที่รับผิดชอบ ต้อง “ทำความเข้าใจ” หรือมีการ “ประชาสัมพันธ์” ให้ นักท่องเที่ยว ได้ทราบล่วงหน้า เพราะหากทุกคนได้ทราบข้อเท็จจริง และรับรู้ว่า เป็นการ “แบ่งปัน” ประโยชน์ของการท่องเที่ยว ให้คนในพื้นที่ เสียง “บ่นพึมพำ” ถึงความไม่ “สะดวกสบาย” อาจจะหายไป…..
@ผู้คนกลุ่ม “เปราะบาง” กลุ่ม “ยากไร้” ยังเป็นปัญหาของจังหวัดชายแดนภาคใต้ และยังหา “เจ้าภาพ” ตัวจริงไม่เจอ จึงยังเป็น “หน้าที่” ของ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ในการ รับผิดชอบ ล่าสุด การเสียชีวิตของคน “ไทยพุทธ” จาก “น้ำมือ” ของ “แนวร่วม” ขบวนการแบ่งแยกดินแดนที่ ต.แป้น อ.สายบุรี จ.ปัตตานี ในขณะที่ออก “หาปลา” ได้รับการ ดูแล “ใส่ใจ” และ “เยียวยา” จาก พล.ร.ต.สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการ ศอ.บต. อย่างทันทีทันควัน รวมทั้ง พล.ท.เกรียงไกร ศรีรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 4 ที่ติดตาม ดูแล และร่วมงาน เป็นการสร้างขวัญ กำลังใจ และความรู้สึกที่ดีกับคน “ไทยพุทธ” ที่ มักเข้าใจว่าถูก “ทอดทิ้ง” เพราะเป็นคน “ส่วนน้อย” ในพื้นที่ สำหรับพื้นที่ 3 จังหวัด และ 4 อำเภอของ จ.สงขลา การ “บริหารความรู้สึก” เป็นเรื่องสำคัญ เพราะ “สงครามความรู้สึก คือปมลึกของไฟใต้” และพบกันใหม่วันศุกร์หน้าครับ
———————————————————
ไชยยงค์ มณีพิลึก

รับพระราชทานเครื่องราชฯ… พล.ร.ต.สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เป็นประธานในพิธีรับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นสายสะพาย ประจำปี 2564 หน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยมีคณะผู้บริหาร ศอ.บต.เข้าร่วมพิธี ณ ห้องประชุม ศอ.บต. อ.เมือง จ.ยะลา

สืบสานประเพณี… มุขตาร์ มะทา นายก อบจ.ยะลา มอบหมาย เฉลิมพล เรืองเริงกุลฤทธิ์ รองนายก อบจ.ยะลา เป็นประธานเปิดโครงการอบ จ.ยะลา ห่วงใย ใส่ใจวัยผู้สูงอายุและ สืบสานประเพณีวันสงกรานต์ และวันนี้ถือเป็นวันผู้สูงอายุแห่งชาติ มีชาวพุทธหลายคณะเข้าร่วมงานฯ อีกทั้งองค์การบริหารส่วนจังหวัดได้มอบประกาศเกียรติคุณเชิญชูเกียรติให้กับผู้สูงอายุ ที่ได้ทำคุณประโยนชให้แก่สังคมด้วยความเสียสละ อย่างต่อเนื่อง ณ โดยมีพระครูวรพุทธาภิรักษ์ เจ้าอาวาสวัดพุทธภูมิ พระอารามหลวง อ.เมือง จ.ยะลา ร่วมพิธี

มอบของฝาก… ชฎาพร เสนเผือก รอง ผอ.สพป.สงขลา เขต 2 เข้าเยี่ยมเพื่อหารือการประชาสัมพันธ์เรื่องการศึกษา ของ สปพ.สงขลา เขต 2 พร้อมมอบของฝาก ให้ ไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล นายกสมาคมนักหนังสือพิมพ์ภูมิภาคแห่งประเทศไทย ณ สำนักงานสมาคมฯ ถนนไทยอาคาร อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา

ห่วงใย… นิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย ลงพื้นที่ อ.นาทวี จ.สงขลา เยี่ยมเจ้าหน้าที่ในจุดตรวจป้องกันและลดอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เพื่อให้กำลังใจ และห่วงใยเจ้าหน้าที่ เพื่อสร้างขวัญ ณ บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอนาทวี จ.สงขลา

มอบเงินเยียวยา… พล.ร.ต.สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ให้กับตัวแทนครอบครัว นาวี ประมนต์ ที่เสียชีวิตจากการก่อการร้ายของแนวร่วมขบวนการแบ่งแยกดินแดน ณ วัดจุฬามณี ต.แป้น อ.สายบุรี จ.ปัตตานี

ประเพณีสงกรานต์… สุชาดา พันธุ์นรา นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส และ อนิรุทร บัวอ่ออน นายอำเภอ นำชาวบ้านและส่วนราชการในพื้นที่ ทำบุญ ตักบาตร สืบสานประเพณีสงกรานต์ แก่พระสงฆ์ 34 รูป โดยีประชาชนกว่า 400 คนร่วมงาน

ประธานสวดพระอภิธรรม… พล.ท.เกรียงไกร ศรีรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 4/ผอ.กอ.รมน.ภาค 4 เป็นประธานในพิธีสวดพระอภิธรรมศพ นาวี ประมนต์ ราษฎรไทยพุทธ ที่ถูกแนวร่วม ขบวนการแบ่งแยกดินแดน วางระเบิดแสวงเครื่องเสียชีวิตที่ ต.แป้น อ.สายบุรี จ.ปัตตานี และพบปะให้กำลังใจกับ ญาติๆ ของผู้เสียชีวิต ณ วัดจุฬามณี อ.สายบุรี จ.ปัตตานี

เยี่ยมฐานปฏิบัติการ… พล.ต.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ รอง ผอ.กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า / รองแม่ทัพน้อยที่ 4 พร้อมด้วย บก.ควบคุม อส.จชต. ตรวจเยี่ยมฐานปฏิบัติการ ชคต.กายูบอเกาะ อ.รามัน จ.ยะลา มอบสิ่งของเป็นกำลังใจ และเน้นการปฏิบัติการในห้วงเดือนรอมฎอน ให้สอดคล้องกับแผนรอมฎอนสันติสุข 4652

ตรวจสอบ… พ.ต.อ.ชาติชาย ชนะสิทธิ์ ผกก.สภ.คลองแงะ อ.สะเดา จ.สงขลา นำเจ้าหน้าที่ ตรวจสอบการลักลอบขุดตักดินใต้เสาสายไฟฟ้าแรงสูง ในพื้นที่ ต.เขามีเกียรติ อ.สะเดา จ.สงขลา ซึ่ง อำนาจ ยังให้ผล พลเมืองดี เป็นผู้พบเห็น และแจ้งความให้จับกุมผู้ทำผิดกฎหมาย พ.ร.บ.ขุดตักดิน และ พ.ร.บ.การไฟฟ้า

ขอคำตอบ… ชาวบ้านจาก ต.ตะเสะ อ.หาดสำราญ จ.ตรัง จำนวน 30 คน นำโดย โอราฬ ชนะสงคราม เดินทางมาขอคำตอบจาก ขจรศักดิ์ เจริญโสภา ผวจ.ตรัง ในกรณีที่ถูกเจ้าหน้าที่รัฐ นำเครื่องจักรกล รื้อถอนอาสิน ตามโครงการทวงคืนผืนป่าฯ ของ คสช.เพื่อทำเขตแนวใหม่ โดยไม่เป็นธรรม หน้าศาลากลางจังหวัดตรัง

ติดตามดูงาน… คณะกรรมการผู้แทนพิเศษของรัฐบาล (ด้านเศรษฐกิจ) นำโดย เชื่อง ชาตอริยะกุล และคณะ ลงพื้นที่ดูงานการเสริมสร้างความเข้มแข็งชุมชนประจำปีงบประมาณ 2564 ภายใต้แผนงานตำบล มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน อ.หนองจิก จ.ปัตตานี และ อ.เทพา จ.สงขลา โดยมี นันทพงษ์ สุวรรณรัตน์ จาก ศอ.บต. และ พ.อ.ชายชาย เกื้อกิจ จาก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า และหน่วยงานในพื้นที่ให้การต้อนรับ

รอมฎอนสัมพันธ์… มุขตาร์ มะทา นายก อบจ.ยะลา พร้อมทีมผู้บริหาร ร่วมงานรอมฎอนสัมพันธ์ (ละศีลอด) พร้อมมอบอินทผลัมให้กับผู้นำศาสนาประจำมัสยิด ซึ่งจัดโดย อบต.กาบัง ณ มัสยิดบ้านบาซาบาแต อ.กาบัง จ.ยะลา

พบปะพูดคุย… พ.ต.อ.รัฐพลชัย เพ็ญสงคราม ผกก.สภ.โกตาบารู พร้อมด้วย พ.ต.ท.ธนาเทพ วรรณกูล สวป. และชุดจิตอาสา สภ.โกตาบารู อ.รามัน จ.ยะลา ออกตรวจเยี่ยม พูดคุย สร้างความเข้าใจ และเห็นอกเห็นใจกันและกันในห้วงเดือนรอมฎอน ประจำปี 2565 /รอมฎอน ฮ.ศ.1443 อันประเสริฐ พร้อมนี้ได้มอบสิ่งของบริโภคไว้ใช้เปิดบวชรอมฎอนให้กับผู้นำศาสนา ผู้นำชุมชนและประชาชนในพื้นที่ ณ มัสยิดบ้านยือโร๊ะ ต.บาโงย และมัสยิดบ้านกือแล ต.เนินงาม อ.รามัน จ.ยะลา

รับฟังความเห็น… ไพเจน มากสุวรรณ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา เป็นประธานเปิดการประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน โครงการศึกษาความเหมาะสมการก่อสร้างหอชมเมืองและสกายวอล์ก เพื่อรองรับการท่องเที่ยวยั่งยืน ครั้งที่ 1 โดยมีคณะผู้บริหาร สมาชิกสภา ข้าราชการ หน่วยงานภาครัฐ ท้องถิ่น ภาคเอกชน และประชาชนให้ความสนใจเข้าร่วมประชุมเป็นจำนวนมาก

ประมงพื้นบ้าน… ไพเจน สุวรรณมาก นายก อบจ.สงขลา พร้อมคณะ ลงพื้นที่ตลาดโคกไร่ หลังวิทยาลัยประมงติณสูลานนท์ อ.เมือง จ.สงขลา เพื่อตรวจความพร้อมในการตลาด เน้นอาหารสองทะเล เพื่อให้บริการแก่ประชาชนในพื้นที่

เททองพระประธาน… อำพล พงษ์สุวรรณ รอง ผวจ.สงขลา ร่วมกับ สุพิศ พิทักษ์ธรรม รองอธิบดีกรมฝนหลวงและการเกษตร ร่วมเป็นประธานฝ่ายฆราวาสในพิธีเททององค์พระประธานวัดห้วยลาด ต.ท่าหิน อ.สทิงพระ จ.สงขลา เพื่อให้พี่น้องประชาชนในตำบลท่าหินและใกล้เคียงได้สักการบูชาต่อไป

ตรวจเยี่ยม… สุชาติ พรหมสวัสดิ์ นายก อบต.ทำนบ อ.สิงหนคร จ.สงขลา ให้การต้อนรับ กริชชัย ภู่ฉุน นายอำเภอสิงหนคร จ.สงขลา ซึ่งลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลสงกรานต์



