สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงลอนดอน ประเทศสหราชอาณาจักร เมื่อวันที่ 30 เม.ย.ว่านายจอห์น แรนกิน ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ประจำหมู่เกาะบริติช เวอร์จิน เปิดเผยรายงานผลการสอบสวน “การคอร์รัปชั่น การใช้อำนาจมิชอบ และพฤติการณ์ไม่สุจริตอย่างร้ายแรง” ที่เกิดขึ้นกับหนึ่งในดินแดนโพ้นทะเลของสหราชอาณาจักรแห่งนี้


สำหรับผลการสอบสวนที่พบ รวมถึงการนำงบประมาณไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ และการใช้อำนาจมิชอบของเจ้าหน้าที่รัฐ คณะทำงานซึ่งรวมถึงตุลาการในสหราชอาณาจักร จึงได้ข้อสรุปว่า ควรมีการระงับใช้รัฐธรรมนูญของบริติช เวอร์จิน การยุบรัฐบาล และถ่ายโอนอำนาจบริหารทั้งหมดกลับไปยังรัฐบาลในกรุงลอนดอน “เป็นการชั่วคราว” จนกว่าสถานการณ์ในภาพรวมจะดีขึ้น


ขณะที่นางลิซ ทรัสส์ รมว.การต่างประเทศของสหราชอาณาจักร ให้ความเห็นต่อรายงานดังกล่าว ว่าบ่งชี้ “ความจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลง” กับบริติชเวอร์จิน ด้านนายนาตาลิโอ วีธลีย์ รักษาการมุขมนตรีของบริติช เวอร์จิน กล่าวว่า การระงับใช้รัฐธรรมนูญ “ยังไม่จำเป็น”


สำหรับรายงานฉบับนี้ ซึ่งมีความยาว 946 หน้า เป็นการตรวจสอบที่ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2564 ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องยืนยันว่า ไม่เกี่ยวข้องกับการที่นายแอนดรูว์ ฟาฮี มุขมนตรีของบริติช เวอร์จิน ถูกจับกุมที่เมืองไมอามี ในรัฐฟลอริดา เมื่อไม่กี่วันก่อนหน้านั้น และขึ้นศาลเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาพัวพันการลักลอบนำเข้าโคเคน ตามคำฟ้องของสำนักงานปราบปรามยาเสพติดสหรัฐ (ดีอีเอ) ซึ่งเป็นคดีที่สร้างความน่าอับอายอย่างมาก ให้กับรัฐบาลสหราชอาณาจักรและบริติช เวอร์จิน.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES