สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงลอนดอน ประเทศสหราชอาณาจักร เมื่อวันที่ 30 เม.ย.ว่านายจอห์น แรนกิน ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ประจำหมู่เกาะบริติช เวอร์จิน เปิดเผยรายงานผลการสอบสวน “การคอร์รัปชั่น การใช้อำนาจมิชอบ และพฤติการณ์ไม่สุจริตอย่างร้ายแรง” ที่เกิดขึ้นกับหนึ่งในดินแดนโพ้นทะเลของสหราชอาณาจักรแห่งนี้
สำหรับผลการสอบสวนที่พบ รวมถึงการนำงบประมาณไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ และการใช้อำนาจมิชอบของเจ้าหน้าที่รัฐ คณะทำงานซึ่งรวมถึงตุลาการในสหราชอาณาจักร จึงได้ข้อสรุปว่า ควรมีการระงับใช้รัฐธรรมนูญของบริติช เวอร์จิน การยุบรัฐบาล และถ่ายโอนอำนาจบริหารทั้งหมดกลับไปยังรัฐบาลในกรุงลอนดอน “เป็นการชั่วคราว” จนกว่าสถานการณ์ในภาพรวมจะดีขึ้น
UK to impose direct rule over British Virgin Islands after inquiry finds rampant corruption https://t.co/qYvvhNoYdv
— The Guardian (@guardian) April 29, 2022
ขณะที่นางลิซ ทรัสส์ รมว.การต่างประเทศของสหราชอาณาจักร ให้ความเห็นต่อรายงานดังกล่าว ว่าบ่งชี้ “ความจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลง” กับบริติชเวอร์จิน ด้านนายนาตาลิโอ วีธลีย์ รักษาการมุขมนตรีของบริติช เวอร์จิน กล่าวว่า การระงับใช้รัฐธรรมนูญ “ยังไม่จำเป็น”
British Virgin Islands premier appears in Miami court after drug arrest https://t.co/22wO6jMBJk pic.twitter.com/0IPgxeS4ad
— Reuters (@Reuters) April 29, 2022
สำหรับรายงานฉบับนี้ ซึ่งมีความยาว 946 หน้า เป็นการตรวจสอบที่ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2564 ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องยืนยันว่า ไม่เกี่ยวข้องกับการที่นายแอนดรูว์ ฟาฮี มุขมนตรีของบริติช เวอร์จิน ถูกจับกุมที่เมืองไมอามี ในรัฐฟลอริดา เมื่อไม่กี่วันก่อนหน้านั้น และขึ้นศาลเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาพัวพันการลักลอบนำเข้าโคเคน ตามคำฟ้องของสำนักงานปราบปรามยาเสพติดสหรัฐ (ดีอีเอ) ซึ่งเป็นคดีที่สร้างความน่าอับอายอย่างมาก ให้กับรัฐบาลสหราชอาณาจักรและบริติช เวอร์จิน.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



