สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 30 เม.ย. ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กล่าวถึงสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซ ระหว่างการประชุมร่วมกับผู้บริหารหลายแห่งของบริษัทน้ำมัน ว่ามีการหารือถึงความพยายาม ในการบรรเทาตลาดน้ำมันโลก และขั้นตอนต่าง ๆ ที่สามารถทำได้เพื่อให้การปิดล้อมดำเนินต่อไปอีกหลายเดือนหากจำเป็น โดยให้มีผลกระทบต่อผู้บริโภคชาวอเมริกันน้อยที่สุด
ถ้อยคำดังกล่าวของทรัมป์ที่เป็นสัญญาณว่า มาตรการปิดล้อมทางทะเลต่ออิหร่านจะดำเนินต่อไป “อีกนาน” ส่งผลให้สัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดิบเบรนต์พุ่งขึ้น 7.6% แตะระดับ 119.69 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ( ราว 3,923.44 บาท ) ซึ่งเป็นราคาสูงสุด นับตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นของสงครามยูเครนเมื่อปี 2565
.@POTUS: "The blockade is genius. The blockade has been 100% foolproof. It shows how good our Navy is, I can tell you that. Nobody is going to play games. We have the greatest military in the world, and I built much of it during my first term—and we’ve been building it since." pic.twitter.com/T75dRffTTZ
— Rapid Response 47 (@RapidResponse47) April 29, 2026
ก่อนหน้านั้ไม่นาน ทรัมป์โพสต์ข้อความบนทรูธ โซเชียล ว่า “อิหร่านยังจัดการปัญหาของตัวเองไม่ได้ พวกเขาควรจะฉลาดขึ้นให้ไว” พร้อมกับภาพตัดต่อรูปตัวเองถือปืนไรเฟิล เบื้องหน้าการระเบิดที่ทำลายป้อมปราการในทะเลทราย และข้อความว่า “พอกันทีกับการเป็นคนใจดี”
แม้สหรัฐและอิหร่านเห็นชอบหยุดยิงร่วมกัน ตั้งแต่ช่วงต้นเดือนนี้ อย่างไรก็ตาม ทั้งสองประเทศต่างยังคงใช้มาตรการปิดล้อมทางทะเลซ้อนกันในช่องแคบฮอร์มุซ ยิ่งส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเศรษฐกิจโลก และรัฐบาลเตหะรานยืนกรานว่า ประเด็นเกี่ยวกับนิวเคลียร์ “ต่อรองไม่ได้”.
เครดิตภาพ : REUTERS



