สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย เมื่อวันที่ 26 พ.ค. ว่ากระทรวงการต่างประเทศรัสเซียออกแถลงการณ์ว่า นายเซอร์เก ลาฟรอฟ รมว.การต่างประเทศรัสเซีย แจ้งกับนายมาร์โก รูบิโอ รมว.การต่างประเทศสหรัฐ ระหว่างการสนทนาทางโทรศัพท์กันเมื่อวันจันทร์ ว่ารัสเซียเตรียมเปิดฉาก “การโจมตีทางทหารอย่างเป็นระบบ” ต่อเป้าหมายในกรุงเคียฟที่เกี่ยวข้องกับกองทัพยูเครน
ด้วยเหตุนี้ รัสเซียขอเตือนให้มีการอพยพพลเมืองต่างชาติออกจากพื้นที่ รวมถึงพลเมืองและนักการทูตของสหรัฐ ขณะเดียวกัน กระทรวงการต่างประเทศรัสเซียออกคำเตือนให้ชาวต่างชาติ รวมถึงนักการทูตของทุกประเทศที่ยังอยู่ในกรุงเคียฟ ให้เดินทางออกไปโดยเร็วที่สุด
Russian Foreign Minister Sergei Lavrov called US State Secretary Marco Rubio to advise him to evacuate US citizens and diplomats from Kyiv, according to a statement published by the Russian Foreign Ministry. https://t.co/OJ7fkZutrf
— Bloomberg (@business) May 25, 2026
ขณะที่นายอันเดร ซิบิกา รมว.การต่างประเทศยูเครน ยืนยันว่า รัฐบาลเคียฟจะไม่มีทางยอมจำนนต่อ “คำข่มขู่” ของรัฐบาลมอสโก พร้อมทั้งเรียกร้องให้พันธมิตรของยูเครนร่วมกันยืนหยัด
ด้านกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐยังไม่มีความเห็นอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่ยืนยันว่า มีการสนทนาทางโทรศัพท์กับลาฟรอฟในหลายประเด็น รวมถึงเรื่องยูเครน

ทั้งนี้ กองทัพรัสเซียเปิดฉากโจมตียูเครนครั้งใหญ่ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 4 ราย และได้รับบาดเจ็บอีกมากกว่า 100 คน ส่วนทรัพย์สินเสียหายเป็นวงกว้าง โดยมีการใช้ขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียง หรือขีปนาวุธไฮเปอร์โซนิก รุ่น “โอเรชนิก” เป็นครั้งที่สามเท่านั้น นับตั้งแต่สงครามปะทุ เมื่อปี 2565
การโจมตีดังกล่าวของกองทัพรัสเซียเกิดขึ้น หลังประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย ประณามอย่างรุนแรงต่อเหตุการณ์โจมตีทางอากาศถล่มอาคารหอพักวิทยาลัยในเมืองสตารอบิลสก์ ในภูมิภาคลูฮันสก์ ทางตะวันออกของยูเครน ซึ่งเป็นพื้นที่ยึดครองของรัสเซีย ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 18 ราย และได้รับบาดเจ็บอีกอย่างน้อย 42 คน ว่าเข้าข่าย “ก่อการร้ายอย่างโจ่งแจ้ง” และสั่งการให้กระทรวงกลาโหมรัสเซีย “ตอบโต้อย่างสาสม”
ด้านกองทัพยูเครนยอมรับว่า ปฏิบัติการโจมตีเป้าหมายในพื้นที่ดังกล่าวจริง แต่เป้าหมายที่แท้จริงคือ ศูนย์เทคโนโลยีโดรนขั้นสูง “รูบิคอน” ของกองทัพรัสเซีย ซึ่งใช้อาคารที่อยู่ในบริเวณนั้นเป็นฐานบัญชาการ และปฏิเสธข้อกล่าวหาของรัสเซีย ที่ระบุว่าเจตนาโจมตีหอพักนักศึกษา.
เครดิตภาพ : REUTERS



