“สส.แซม”เฉลิมพงศ์ แสงดี สส.ภูเก็ต พรรคประชาชน ออกมาตีปี๊บกระทุ้งให้เรื่องดังขึ้นอีก “ปัญหาของ จ.ภูเก็ต  ส่อถึงระบอบสีน้ำเงิน ที่พยายามหยั่งรากลึกในพื้นที่ มีตำรวจบอกว่า  มีข้าราชการระดับสูงที่มารีดไถประชาชนจนถึงนักธุรกิจ  

การโยกย้ายข้าราชการในจังหวัด ก็เพื่อรักษาระบอบสีน้ำเงินเอาไว้ นายอำเภอที่เคยถูกสั่งย้ายแล้วเรื่องของส่วย วันนี้ก็ได้กลับไปดำรงตำแหน่งเดิมแล้ว 2 คน คือ อำเภอเมือง และอำเภอถลาง มีการทำข้อตกลงกันกับอธิบดีกรมการปกครอง หากทำงานรับใช้ในเรื่องของระบอบ ก็จะส่งกลับก่อนกำหนดวันที่ 24 มิ.ย.นี้  นายอำเภอเมือง ก็จะได้รักษาราชการปลัดจังหวัดภูเก็ต  อยากให้ดูว่า ได้มีการสอบสวนเรื่องการรับสินบน และแชท ช่วยน้ำเงินด้วย หรือยัง” 

“พรรคส้ม” ตอกย้ำ กระทุ้งให้เห็นว่า “ระบอบสีน้ำเงิน”ลุกลามจากฝ่ายการเมือง ไปจนถึงการครอบงำฝ่ายประจำ “หัวหน้าเท้ง”ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน สถาปนาคำนี้ในการโพสต์ครบรอบ 12 ปีรัฐประหาร คสช. ตอนหนึ่งว่า “ภายใต้ระบอบนี้ ใครก็ตามที่กล้าลุกขึ้นมาท้าทายอำนาจและผลประโยชน์ของพวกเขา จะถูกขัดขวาง ถูกโดดเดี่ยว หรือถูกทำลายด้วยกลไกของศาลรัฐธรรมนูญ องค์กรอิสระ วุฒิสภา หรือกระบวนการยุติธรรม”

เรื่องนี้ พรรคประชาชนได้ยกตัวอย่าง “สส.ป้อม”ภาวุธ พงษ์วิทยภาณุ สส.บัญชีรายชื่อ ที่อยู่ๆ งานเข้า จะโดนดีเอสไอสอบเรื่องฟอกเงิน เนื่องจากเป็นตัวตั้งตัวตีในการสอบโครงการTH-Ai Passport  พรรคส้มโจมตีการทำงานของดีเอสไอว่า “สส.ป้อม” ยังเป็นแค่ผู้ต้องสงสัย ยังไม่ใช่ผู้ต้องหา ทำไมจึงต้องแถลงแบบเล่นใหญ่ เรื่องนี้ได้รับความสนใจมาก เพราะ “สส.ป้อม” ดูเป็น“เบอร์ใหญ่”คนสำคัญ จากที่อยู่บัญชีรายชื่อ ลำดับต้นๆ ของพรรค

ข้อหาที่ “พรรคส้ม”โจมตีระบอบสีน้ำเงินหนักที่สุด คือเรื่ององค์กรอิสระและการฮั้ว สว. โดยเฉพาะในช่วงนี้ “สส.ไอติม”พริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ ออกมากระทุ้งเรื่องคลิปปรากฏภาพ กกต.รายหนึ่ง จับโพยในห้องเลือก สว. จน กกต.ต้องออกเอกสารอ้างคำพิพากษาศาลว่า ไม่มีความผิด แต่ประเด็นที่ตีซ้ำๆ ต่อคือ ความไม่ชอบธรรมของ กกต.ในการพิจารณาคดี โดยชี้ว่า กกต.มาจาก สว.เลือก แล้วจะทำสำนวนฮั้ว สว.อย่างเป็นธรรมหรือไม่  ควรส่งให้ศาล

เมื่อการวินิจฉัยคดีฮั้ว สว.งวดเข้ามาเรื่อยๆ ทั้งพรรคประชาชน ทั้ง สว.สำรอง และ สว.สายที่ไม่ใช่กลุ่มใหญ่ ต้องสร้างกระแสให้จับตา เพราะพวกเขาเชื่อกันว่า “ผู้เกี่ยวข้อง 229 คน กกต.ปล่อยหลุดหมด อาจเอาผิดแค่ระดับที่ไม่ใช่คีย์แมนของ สว. เพื่อลดกระแสวิจารณ์” ภาพของระบอบสีน้ำเงินยิ่งถูกทำให้เป็นปีศาจร้ายน่ากลัว ครอบงำระบอบสำคัญ ทำลายองค์กรตรวจสอบ ทำลายขั้วตรงข้ามทางการเมือง แถมยังเพิ่มเรื่อง “โอ๋ลูกบ้านใหญ่” ขึ้นมาอีก

ที่ตี”ระบอบสีน้ำเงิน” ก็เพราะใกล้พิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นเดิมพันสำคัญ หากปล่อยให้ร่างของพรรคภูมิใจไทยผ่านสภาไปเป็นร่างหลัก  พรรคส้มแทบไม่เหลืออะไร  ที่มาของ สภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.)ของภูมิใจไทย คือให้เสียงข้างมากในสภาเลือก เสียงพรรคภูมิใจไทยบวก สว.ก็เกือบถึงกึ่งหนึ่งแล้ว การสร้างความกลัว-ต่อต้านระบอบสีน้ำเงิน มีโอกาสทำให้เกิดกระแสเรียกร้องเปลี่ยนระบบเลือก ส.ส.ร.หรือกดดันในส่วนเนื้อหา ซึ่งพรรคส้มจะเรียกว่า “ป้องกันกินรวบอีกครั้ง”

รีบตีหนักๆ เพราะถ้าปล่อย “สีน้ำเงิน” ใหญ่ไปจนถึงวันยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ “พรรคส้ม” จะยิ่งอ่อนแรงลงเรื่อยๆ.