-ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ เมื่อทางเดินหายใจตีบแคบ ทำให้ระดับออกซิเจนต่ำลง และคาร์บอนไดออกไซด์สูงขึ้นมากระตุ้นสมองทำให้ร่างกายตื่นขึ้นเพื่อหายใจ

-ปวดปัสสาวะบ่อย อาจเกิดจากการดื่มน้ำมากเกินไปก่อนนอน หรือปัญหาสุขภาพ เช่น เบาหวาน หรือต่อมลูกหมากโต แนะนำจำกัดประริมาณน้ำดื่มอย่างน้อย 2 ชั่วโมง ก่อนเข้านอน และแก้ไขปัญหาสุขภาพที่ส่งผลกระทบต่อการนอน อาการปวด ตามตัว ปวดหลัง ปวดคอ จากที่นอนที่ไม่ซัพพอร์ตสรีระ หรือโรคประจำตัวอย่างออฟฟิศซินโดรม

ยิ่งดึกยิ่งตาสว่าง! เช็ก 5 พฤติกรรมทำให้คุณนอนไม่หลับ 

มีใครเป็นอยู่บ้าง? ยิ่งดึกยิ่งตาสว่าง นอกจากจะทำให้เพลียในวันรุ่งขึ้นแล้ว ยังส่งผลเสียต่อสุขภาพระยะยาวด้วยนะ… ลองเช็กดูว่าคุณเผลอทำ 5 พฤติกรรมนี้อยู่หรือเปล่า!

เล่นมือถือก่อนนอน การไถฟีด (Feed) ก่อนนอน แสงสีฟ้าจากหน้าจอ จะไปยับยั้งการหลั่งเมลาโทนิน (Melatonin) ที่เป็นฮอร์โมนที่ช่วยให้เราง่วงนอน

กินมื้อดึกหรืออาหารรสจัด การกินอาหารหนักๆ ก่อนนอนทำให้ระบบย่อยอาหาร ต้องทำงานอย่างหนัก หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารมื้อใหญ่ ก่อนถึงเวลาเข้านอนอย่างน้อย 3 ชั่วโมง

ดื่มกาแฟหรือชาเย็น ช่วงบ่าย-ค่ำ ระยะเวลาครึ่งชีวิตของคาเฟอีน หรือระยะเวลาที่ร่างกายสามารถกำจัดคาเฟอีนได้ครึ่งนึง เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 5 ชั่วโมงโดยในแต่ละคนมีความแตกต่างกันตามปัจจัยใจทางด้านร่างกาย หรือปัจจัยแวดล้อมอื่นๆ แนะนำหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีส่วนประกอบคาเฟอีน นอกจากกาแฟแล้วยังรวมไปถึงชาและ เครื่องดื่มชูกำลัง หลังอาหารมื้อเที่ยง

ออกกำลังกายหนักเกินไปใกล้เวลานอน หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายอย่างหนักอย่างน้อย 4 ชั่วโมงก่อนนอน เพราะการออกกำลังกายหนักทำให้อุณหภูมิในร่างกายสูงขึ้นและอะดรีนาลีนจะพุ่งพล่าน ทำให้ร่างกายตื่นตัว

คิดงานหรือวางแผนเครียดๆ บนเตียง ความเครียดกระตุ้นฮอร์โมนคอร์ติซอล ยิ่งคิดวนเรื่องงาน เรื่องเงิน หรือปัญหาส่วนตัว สมองจะยิ่งทำงานหนักแทนที่จะพัก แนะนำหากิจกรรมผ่อนคลายทำก่อนจะเข้านอน 60 นาที เช่น อ่านหนังสือ ฟังเพลง และไม่ควรใช้ที่นอนทำกิจกรรมอื่น นอกจากการนอนหลับ ไม่ว่าจะเป็นอ่านหนังสือ ดูทีวี เล่นมือถือ หรือทำงานวางแผนแก้ปัญหา

อาการหลับยากหรือตื่นกลางดึกบ่อยๆ ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ นอกจากจะทำให้ใบหน้าโทรมแล้ว สมองยังเบลอ ทำงานไม่รู้เรื่อง ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน หากปรับพฤติกรรมแล้วยังไม่ดีขึ้น การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญคือทางออกที่ดีที่สุด อย่ารอให้ร่างกายน็อก แล้วค่อยแก้!

ต้องขอขอบคุณข้อมูลจาก” พญ.วลัยพรรณ วัชรชินวงศ์ “อายุรแพทย์ระบบประสาท สถาบันหลอดเลือดสมองและระบบประสาท โรงพยาบาลศิครินทร์กรุงเทพ