จากกรณีสังคมจับตาอย่างต่อเนื่องมานานหลายเดือน เดินทางมาถึงจุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อศาลมีคำพิพากษาจำคุก “ทนายตั้ม” หรือ ษิทรา เบี้ยบังเกิด 5 ปี 12 เดือน พร้อมสั่งชดใช้ค่าเสียหายแก่ “เจ๊อ้อย” จำนวน 72.5 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยตามกฎหมาย นับเป็นบทสรุปสำคัญในชั้นต้นของคดีที่เกี่ยวพันกับบุคคลซึ่งครั้งหนึ่งเคยได้รับการยกย่องในฐานะนักกฎหมายผู้ต่อสู้เพื่อความเป็นธรรมของสังคม ตามที่เสนอไปนั้น
อ่านข่าวต่อ : ด่วน! คุก ‘ทนายตั้ม’ 5 ปี 12 เดือน สั่งชดใช้ ‘เจ๊อ้อย’ 72.5 ล้านบาท

เกี่ยวกับเรื่องนี้ ล่าสุดเมื่อวันที่ 23 มิ.ย. “นายษิทรา เบี้ยบังเกิด” หรือ “ทนายตั้ม” ได้ออกมาโพสต์ถึง “เจ๊อ้อย” เผยว่าคดี 71 ล้าน รู้เรื่องจริงแค่ 3 คน และถ้าหากตนชนะคดี จะไม่ฟ้องกลับ พร้อมระบุข้อความว่า “ข้อความถึงพี่อ้อย ผมไม่รู้จะคุยเพื่อปรับความเข้าใจกับพี่ทางไหน เลยขออนุญาตบอกผ่านความรู้สึกผ่านข้อความนี้นะครับ นานมากแล้วที่ไม่มีโอกาสได้คุย และบอกความรู้สึกกับพี่อ้อย ตั้งแต่ก่อนจะมีเรื่องมีราว พี่อ้อยเคยให้ผมไปคุยปรับความเข้าใจกับพี่น้อย แต่ผมไม่ได้ทำ จนเกิดเรื่องราว มีคนบอกว่าผมเอารถไปให้จีนเทาเช่า และอีกหลายเรื่องทำให้พี่อ้อยไม่ชอบผมไปเรื่อยๆ จนพี่อ้อยไปเจอ 2 ผัวเมียคู่นี้ พี่อ้อยเห็นแล้วใช่ไหม ว่าคู่นี้ออกสื่อโกหกได้เป็นเรื่องเป็นราวแค่ไหน ต่อหน้าพูดให้น่าสงสาร ลับหลังเรียกพี่อ้อยว่า 3 ล้อ ไม่ต่างจากที่ผมโดน ยุให้ผมฟ้องบอกว่าตัวเองเสียหาย ผมถามหาใบเสร็จก็ไม่เคยมี พอผมไม่ฟ้องให้ ก็ไปบอกพี่อ้อยอีกแบบ ทำให้พี่อ้อยยิ่งโมโหผมไปอีก”

“สื่อใหญ่ที่บอกว่าไม่รับเงิน แต่ก็ขอเงิน ไม่ว่าทางใดก็ทางหนึ่ง ค่าทนายบ้าง บริจาคเข้ามูลนิธิบ้าง เขาได้ใช้คดีพี่อ้อย เล่นงานผม แถมยังได้โปรโมตช่องที่แทบจะไม่มีคนดูแล้ว เพราะคนดูรู้ว่าสื่อนี้รับงาน ต้องหาเงินจากทางอื่นต่างกับช่องอื่นๆ ที่มีรายได้เป็นของตัวเอง แบบนี้เหรอที่บอกช่วยคนอย่างจริงใจ แล้วเห็นสิ่งที่เขาทำกับพี่น้อยไหม พี่น้อยเป็นคนเลวในชั่วพริบตา สื่อใหญ่ทำลายชีวิตคนเพื่อเรตติ้งและความสะใจ ไม่มีคุณธรรม หรือจริยธรรมอะไรทั้งนั้น คดีที่พี่อ้อยเกลียดผมที่สุดคือเรื่องเงิน 39 ล้านบาท ผมได้พิสูจน์แล้ว ว่าผมก็โดนนุกับสาหลอกเหมือนกัน ตามที่ผมได้ส่งอีเมล และแชตที่ไม่เคยเปิดเผยที่ไหนเลยให้กับศาล และทนายของพี่อ้อยได้ตรวจดูหมดแล้ว”

อย่างไรก็ตาม “คดี 71 ล้านบาท เรื่องนี้มีแค่ พี่อ้อย พี่น้อย และผม ที่รู้ว่าจริงๆ เรื่องราวเป็นอย่างไร ผมรู้ว่าพี่อ้อยเชื่อเรื่องกฎแห่งกรรม ถ้าผมไม่ได้ทำผิด แล้วผมต้องติดคุกเพราะเรื่องนี้ บาปกรรมมันจะติดตัวกันไปอีกกี่ชาติไม่รู้ ตลอดระยะเวลา 1 ปี 7 เดือน ที่ผมอยู่ในคุก ผมคิดมาตลอดว่า ถ้าพี่อ้อยหายโกรธ วันหนึ่งพี่อ้อยก็คงจะทำอะไรสักอย่าง แล้วพี่อ้อยไม่ต้องห่วงว่า ถ้าวันหนึ่งหากผมชนะคดี ผมจะฟ้องกลับหรือทำอะไรนะครับ ผมพูดตรงนี้เลยว่า ผมไม่มีวันทำอย่างนั้นกับพี่อ้อย ที่เคยรักผมและครอบครัวผมมาก ผมแค่ต้องการพิสูจน์ความจริงว่า ผมไม่ได้หลอกลวงเงินพี่อ้อยแค่นั้น ถ้าผมได้รับความยุติธรรมก็จบ ไม่ต้องไปเชื่อคนยุยงนะครับ พี่อ้อยรู้จักผมดีกว่าคนพวกนั้น โพสต์นี้ไม่เกี่ยวกับการสู้คดีในศาล สืบพยานเสร็จแล้ว จะไม่มีการเอาโพสต์นี้ไปยื่นชั้นอุทธรณ์ ผมเปิดเพจมาแค่ 24 ชม. จะปิดและจะเปิดอีกครั้ง เมื่อผมพิสูจน์ตัวเองได้แล้ว”

ขอบคุณข้อมูลจาก : ษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ