ในช่วงที่พรรคประชาชน (ปชน.) กำลังตรวจสอบรัฐบาลอย่างเข้มข้น  มีรายงานว่า คณะกรรมการรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานของนายทะเบียนพรรคการเมือง ของสำนักงาน กกต. ก็เริ่มเดินหน้าสอบสวนคดีร้องเรียนเกี่ยวกับพรรคส้มหนักเช่นกัน โดยได้ส่งทีมสืบสวนสอบสวนลงพื้นที่สอบปากคำพยานที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบข้อมูลบัญชีและเส้นทางการเงินต่างๆ ในคำร้องเรื่องการแต่งตั้งผู้ช่วย สส. ที่ไม่เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนดของพรรคประชาชน  

ตรวจสอบคำร้อง กรณีผู้บริหารพรรคประชาชนและบุคคลผู้มิใช่สมาชิกพรรคได้ร่วมดำเนินกิจการที่มีความสัมพันธ์เกี่ยวกับบริษัท สเปกเตอร์ ซี จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทผลิตสื่อและมีการกระทำอันเข้าข่ายลักษณะเอื้อประโยชน์และแสวงหากำไรมาแบ่งปันกัน ซึ่งอาจเข้าข่ายการฝ่าฝืน พ.ร.ป.พรรคการเมือง พ.ศ. 2560 และกรณีพรรคประชาชนเปิดรับสมาชิกทางออนไลน์หรือระบบคอมพิวเตอร์ โดยให้ผู้สมัครกรอกหมายเลข Laser ID (รหัสที่อยู่หลังบัตรประชาชน) และอาจมีการใช้ปฏิบัติการไอโอ โดยให้ สเปกเตอร์ ซี เป็นผู้ขับเคลื่อนให้ และยังมีการร้องเรียนว่า ข้อมูลส่วนบุคคลหลุด และอาจเป็นการครอบงำกิจกรรมของพรรค อาจเข้าข่ายการฝ่าฝืน พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 หรือไม่

ขณะที่ “สส.ไอติม” พริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวว่า แม้มีข่าวสอบ “สส.ป้อม” ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ก็ไม่มีอะไรที่จะมาหยุดยั้งให้เราทำหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล ซึ่งขณะนี้มี 4 ประเด็นที่เราเดินหน้าตรวจสอบต่อไป คือ 1.คดีฮั้ว สว.  กกต. จะมีมติตัดตอนกระบวนการดังกล่าวสำหรับทุกคนหรือบางคนหรือไม่  2.เรื่องที่ฝ่ายค้านและ สว.ยื่นคำร้องต่อประธานรัฐสภาเพื่อขอให้ส่งศาลฎีกาตั้งคณะกรรมการไต่สวน ป.ป.ช. กรณีปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ในการยกคำร้องคดีซุกหุ้นของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรมว.คมนาคม ประธานรัฐสภาจะส่งเรื่องให้ศาลอาญาคดีทุจริตเมื่อไร  

3.กระทรวงมหาดไทยจะตั้งคณะกรรมการสอบสวนอธิบดีกรมการปกครองได้เมื่อไร กรณีแชตไลน์หลุด ช่วยสีน้ำเงินด้วย 4.รัฐบาลจะเดินหน้าโครงการ TH-AI Passport จะมีการทบทวนหรือยกเลิกโครงการหรือไม่

“ส่วนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ร่างของภาคประชาชนกำลังรวบรวมรายชื่อ วิปรัฐบาลเองก็ตอบรับว่าพร้อมจะให้ร่างของภาคประชาชนเข้ามาพร้อมกัน แต่จะเป็นวันไหน ไม่ทันสมัยการประชุมนี้ก็ต้องหารือกันว่าจะเป็นช่วงไหน ที่พรรคภูมิใจไทยระบุจะใช้ร่างเดิมนั้นก็ต้องรอดูท่าทีก่อน ว่าหลังมีข้อมูลใหม่แล้วปฏิกิริยาจะเป็นอย่างไร ถ้าอยากสนับสนุนจริงๆ คงอยากมาหารือร่วมกับทุกฝ่ายว่าจะนำข้อมูลใหม่ ที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญว่า สามารถเลือกตั้ง ส.ส.ร.ได้มาพิจารณา”   

“สส.ไหม” ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ว่า สำหรับคดีนายภาวุธ เข้าใจว่าเขาอาจจะอยากที่จะเตรียมเอกสารเพื่อไปคุยกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ก็เลยยังไม่ปรากฏตัวในช่วงนี้  แต่อยากเรียกร้องให้นายภาวุธได้ออกมาพูดคุยและชี้แจงข้อเท็จจริงต่อสาธารณะบ้าง เท่าที่ทำได้ ไม่กระทบต่อรูปคดี ทางพรรคประชาชนไม่ได้นิ่งนอนใจ จะมีการตั้งคณะกรรมการเสาะหาข้อเท็จจริงเช่นเดียวกัน

น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย  รมช.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยถึงโครงการ TH-AI Passport ว่า ยืนยันรัฐบาลจะเดินหน้าต่อ ไม่มีเหตุที่ต้องทบทวนตามที่หลายฝ่ายนำเสนอ เพราะทุกอย่างเดินหน้ามาอย่างถูกต้อง ไม่ได้ขัดระเบียบจัดซื้อจัดจ้าง และที่ผ่านมารัฐบาล และกระทรวงดีอี ได้ชี้แจงทุกอย่างไปหมดแล้ว โดยโครงการนี้จะเริ่มดำเนินการในเดือน ก.ค.นี้ แต่ยังไม่ได้กำหนดวันเปิดตัวอย่างเป็นทางการอย่างชัดเจนว่าจะเป็นวันที่เท่าใด

สำหรับเรื่องรุกที่ภูเก็ต “โกแพ” วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์  รมช.มหาดไทย กล่าวว่า หาดฟรีดอมอยู่ในขั้นตอนการสืบสวนสอบสวนของตำรวจ แม้ว่าจะอยู่ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติ โดยคาดว่าจะเข้าไปรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างได้ภายในเดือน ส.ค. เพราะอยู่ในช่วงที่ผู้ได้รับผลกระทบสามารถยื่นเรื่องร้องเรียนได้ หาดนุ้ย จะสามารถเข้าไปรื้อถอนได้ในช่วงกลางเดือน ก.ค. เรื่องการเรียกรับผลประโยชน์ของผู้มีอิทธิพล ขณะนี้มีข้อมูลถึง 99% แล้ว รอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นผู้เปิดเผย ส่วนนอมินีที่เข้ามาถือครองที่ดิน จากการทำงานร่วมกับกรมธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ พบว่ามีการถือครองที่ดิน 317 บริษัท รวมพื้นที่ 480 แปลง ซึ่งทั้ง 317 บริษัทจะต้องถูกบังคับขายที่ดิน หลังจากนี้จะต้องตรวจสอบว่าครอบครองที่ดินได้อย่างไร 

“ทั้ง 317 บริษัทก็จะต้องเข้าสู่กระบวนการสอบสวนโดยกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ต่อไป เนื่องจากมีพฤติการณ์กระทำผิดที่คล้ายกัน และมีความเสี่ยงสูงในการถือครองที่ดินแทนบุคคลอื่น รวมถึงมีมูลค่าความเสียหายสูงถึงเกือบ 6,000 ล้านบาท รัฐบาลยอมรับไม่ได้พฤติการณ์ที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่เป็นบริษัทด้านกฎหมาย กลุ่มบริษัทบัญชี ที่เข้ามาให้บริการและพบว่ามีข้อมูลการเข้าไปถือหุ้น การถือครองที่ดินโดยนอมินีจะขยายผลไปในทุกพื้นที่

รัฐบาลมีพื้นที่เป้าหมายเป็นพื้นที่ที่ชาวต่างชาติเข้ามาตั้งรกราก ไม่ว่าจะเป็น จ.ภูเก็ต เกาะสมุย-เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี จ.กระบี่ จ.พังงา อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน จ.ชลบุรี จ.ระยอง รวมถึงกรุงเทพมหานคร โดยใน 2 สัปดาห์ที่จะถึงนี้จะมีความชัดเจนมากขึ้น  ซึ่งมีการถือครองในลักษณะอำพรางเป็นจำนวนมาก เช่น บริษัทเอ ถือหุ้นโดยคนไทย 51% ขณะที่ต่างชาติถือครอง 49% และเอาบริษัทมาถือครองสัดส่วนของคนไทยเพิ่มเติม”

ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภา ที่มีนายบุญส่ง น้อยโสภณ รองประธานวุฒิสภา คนที่ 2 ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม พิจารณาให้ความเห็นชอบ นายจักรพงศ์ วิวัฒน์วานิช อดีตผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ให้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ  ก่อนการประชุมลับ สว.กลุ่มพันธุ์ใหม่ ได้ลุกอภิปรายเพื่อคัดค้านการลงมติดังกล่าว และเห็นว่าควรชะลอการลงมติออกไป เพราะมีประเด็นที่ต้องการให้เกิดการตรวจสอบและคำชี้แจงให้ชัดเจน โดยเฉพาะคุณสมบัติของผู้เสนอชื่อว่าตรงกับสาขาที่เปิดรับสมัครหรือไม่  

นายพรชัย วิทยเลิศพันธุ์ สว.อภิปรายว่า กระบวนการสรรหาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญดังกล่าวมีความผิดปกติ ทั้งกรณีการประชุม เมื่อวันที่ 7 เม.ย. 69 ที่พบว่ากรรมการสรรหาไม่ครบองค์ประกอบตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ เพราะไม่มีผู้นำฝ่ายค้านในสภา ที่ถือว่าเป็นฝ่ายตรวจสอบ  บุคคลที่ถูกเสนอชื่อมีคำถามต่อความรู้ความสามารถที่ไม่ตรงกับสาขาที่สมัครที่ต้องการบุคคลในสาขารัฐศาสตร์ หรือรัฐประศาสนศาสตร์  

“ผู้ได้รับการเสนอชื่อ เคยเป็นนักวิชาการคณะตำรวจศาสตร์ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ ซึ่งถูกตั้งคำถามในเรื่ององค์ความรู้และผลงานวิชาการ ตรงกับสาขาที่สมัครอย่างแท้จริงหรือไม่ และจากผลงานวิชาการที่นำเสนอ พบว่าเป็นผลงานสืบสวนและกฎหมายมากกว่างานวิชาการด้านรัฐศาสตร์ หรือ รัฐประศาสนศาสตร์  ควรชะลอการลงมติเพื่อให้มีการชี้แจงให้สิ้นสงสัย เพื่อรักษาความน่าเชื่อถือของศาลรัฐธรรมนูญ” นายพรชัย กล่าว และยังมี สว.คนอื่นอภิปราย  

อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมลงมติเห็นชอบนายจักรพงศ์ ให้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ด้วยคะแนนเสียงเห็นชอบ 140 คะแนน ไม่ให้ความเห็นชอบ 17 คะแนน งดออกเสียง 22 คะแนน

“นายกฯ หนู” อนุทิน ชาญวีรกูล กล่าวถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ว่า สถานการณ์ปกติ ไม่ต้องกังวล สำหรับคนที่ยังกังวลเรื่องความมั่นคงชายแดน หรือกังวลว่าจะมีการคุกคามโจมตีรุกรานไม่มีแน่นอน การฝึกบิน  F-16 กลางดึกเมื่อคืนวันที่ 22 มิ.ย. ได้รับรายงานว่าเป็นวงรอบปกติ ไทยไม่เคยมีพฤติกรรมการยั่วยุ มันไม่ใช่วิสัยเรา ขอให้สบายใจได้ ไม่ว่าใครจะพูดอะไรก็แล้วแต่ วิธีการของกองทัพเราคือตั้งมั่นในที่ของเรา เราไม่รับการคุกคามจากศัตรูหรือว่าใคร แต่เราก็ไม่เคยไปทำใครก่อนชัดเจน เรื่องการเจรจาประนอมภาคบังคับ เราไม่ได้เดือดร้อนอะไร พร้อมเมื่อไรก็เมื่อนั้น 

เมื่อถามย้ำว่าการพูดคุยอาจไม่เกิดขึ้นก็ได้ เพราะเราไม่เดือดร้อนใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า The choice is ours (เรามีสิทธิเลือก) การเมืองในประเทศเขาเอาเราไปหาเสียง ก็เรื่องของเขา เราไปก้าวก่ายการบริหารหรืออธิปไตยของเขาไม่ได้ เช่นเดียวกันเขาก็จะก้าวก่ายการบริหารอธิปไตยหรือการตัดสินใจของเราไม่ได้เช่นกัน 

ปิดท้ายด้วย นายกฯ หนู กล่าวถึงการประเมินผลงานรัฐมนตรีสัดส่วนพรรคภูมิใจไทย ว่า เป็นสิทธิของตนเอง ถ้าจะทำก็ทำเลย เมื่อถามว่า ตัวนายกฯ เองจะวัดอย่างไร นายกฯ กล่าวว่า คนที่วัดผลงานของตนคือประชาชน เมื่อไรที่มีการเลือกตั้ง ประชาชนก็มีการวัด KPI ของตน ไม่ใช่แค่ประชาชนวัด KPI แต่ประชาชนจัดการเลย.

“ทีมข่าวการเมือง”