เมื่อวันที่ 22 มิ.ย. ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวถึงความคืบหน้าการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เงา ว่า การเดินหน้าจัดทำรัฐธรรมนูญจากนี้ แบ่งเป็น 4 ประเด็น คือ 1. พรรคประชาชนเดินหน้าผลักดันให้มี ส.ส.ร. ที่มาจากการเลือกตั้ง 100% โดยจะนำข้อสรุปจากการหารือกับศาลรัฐธรรมนูญ เข้าหารือกับที่ประชุม สส.พรรคประชาชน ในวันพรุ่งนี้ 2. ขอเชิญชวนประชาชนร่วมลงชื่อให้กับร่างรัฐธรรมนูญของภาคประชาชน ที่มีการเสนอให้มีการเลือกตั้ง ส.ส.ร. จากประชาชน 100% เช่นกัน ขณะนี้มีผู้ร่วมลงชื่อแล้ว 23,000 กว่ารายชื่อ ซึ่งจะต้องให้ถึง 50,000 รายชื่อ

3. ขอให้พรรคการเมืองทุกพรรค ทบทวนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของตนเอง จะมาร่วมกับเราในการผลักดัน ส.ส.ร. ที่มาจากการเลือกตั้งหรือไม่ 4. พรรคภูมิใจไทยควรจะนำข้อมูลใหม่ที่ได้จากการหารือกับศาลรัฐธรรมนูญนำไปพิจารณาอย่างรอบคอบ และมาหารือร่วมกับทุกฝ่ายว่าจะร่วมกันผลักดัน ส.ส.ร. ที่มาจากการเลือกตั้งอย่างไร

“แต่หากพรรคภูมิใจไทย ตัดสินใจเดินหน้าโดยปฏิเสธข้อมูลใหม่ ก็อดสงสัยไม่ได้ว่าเหตุผลที่แท้จริง เป็นเพราะพรรคภูมิใจไทยมีธงไว้อยู่แล้วว่าต้องการจะฉวยโอกาสจากคำวินิจฉัยที่มีความคลุมเครือ เพื่อนำมาเป็นข้ออ้างตัดการมีส่วนร่วมของประชาชนในการเลือกตั้’ ส.ส.ร. ออกไป เพื่อทำให้การเดินหน้าจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นั้นเป็นกระบวนการที่ถูกผูกขาดโดยระบอบสีน้ำเงิน ที่จะสามารถเข้ามาผูกขาดในการเลือกผู้ร่างและผู้ที่ชี้ขาดเนื้อหา ในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้”นายพริษฐ์กล่าว

เมื่อถามว่าพรรคภูมิใจไทยยึดตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ 18/2568 เราจะโต้แย้งอย่างไร นายพริษฐ์ กล่าวว่า ทุกคนทราบดีว่าคำวินิจฉัย 18/2568 มีความคลุมเครือ แต่เมื่อมีข้อมูลใหม่ ปฏิกิริยาที่ควรจะเห็นคือการที่พรรคภูมิใจไทย มาประชุมร่วมกับพรรคการเมืองอื่นว่า แนวทางในการเลือกตั้ง ส.ส.ร. อย่างไร แต่เราไม่เห็นสิ่งเหล่านี้ สิ่งที่เราเห็นตลอด 2 วันที่ผ่านมา คือแกนนำพรรคภูมิใจไทยอย่างน้อย 3 คน เรียงคิวกันออกมาพยายามปฏิเสธความสำคัญของข้อมูลเหล่านี้

“ถ้ามองภาพใหญ่ ตอนนี้สิ่งที่ระบอบสีน้ำเงินต้องการคือ ต้องการระบบการเมืองที่เปิดช่องให้สามารถฮั้วกันได้ทั้งกระดาน ซึ่งเขาจะประสบความสำเร็จดังกล่าว 2 ทางด้วยกัน คือ 1. ทำยังไงก็ได้ให้การเดินหน้าจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่สะดุดหยุดลงและเราต้องอยู่กับรัฐธรรมนูญปี 60 ซึ่งเป็นปุ๋ยชั้นดีของระบบการเมือง ที่ฮั้วกันได้ทั้งกระดาน 2. หากต้องการให้การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เดินหน้าไปได้ เขาก็ต้องพยายามทำให้การเดินหน้านั้น เป็นการเดินหน้าที่อยู่บนเงื่อนไขที่เขาสามารถผูกขาด การคัดเลือกผู้ร่างและชี้ขาดเนื้อหาได้ ซึ่งรูปธรรมของสิ่งนั้นคือเนื้อหาของร่างเพิ่มเติมหมวด 15/1 ที่พรรคภูมิใจไทยได้เสนอเข้ามา” นายพริษฐ์ กล่าว

นายพริษฐ์ กล่าวว่า เมื่อมี ส.ส.ร. ที่มาจากการเลือกตั้งแล้ว จะไปแต่งตั้งกรรมาธิการยกร่างอีกทีหนึ่งก็เป็นสิ่งที่กระทำได้ ซึ่งนี่เป็นการเพิ่มการมีส่วนร่วมของประชาชน จากความเข้าใจเดิมเกี่ยวกับข้อจำกัดคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ

เมื่อถามว่าหากตกลงกันไม่ได้ จำเป็นจะต้องเขียนคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเพิ่มเติมอีกหรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า ไม่จำเป็นจะต้องส่งเรื่องไปที่ศาลรัฐธรรมนูญ แต่พรรคการเมืองอื่นจะดำเนินการอย่างไรต้องรอดูท่าทีของเขา.