ในการประชุมสุดยอดธุรกิจชิลี-อาเซียน หรือ “Chile-ASEAN Business Summit” ครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 26 – 30 พ.ค. 2569 ที่กรุงเทพฯ ประเทศไทย กรมส่งเสริมการส่งออกของชิลี หรือ “ProChile” (โปรชิลี) ได้คัดเลือก 28 บริษัทจากภาคอุตสาหกรรมต่าง ๆ ของชิลี เช่น ผู้ผลิตอาหารทะเล ถั่วและผลไม้อบแห้ง ผลไม้สด เนื้อสัตว์ รวมถึงภาคอุตสาหกรรมป่าไม้ การเกษตร และอื่น ๆ

การประชุมในปีนี้จัดขึ้นควบคู่ไปกับการจัดแสดงสินค้าจากชิลีในงาน “THAIFEX-Anuga Asia” ซึ่งเป็นงานจัดแสดงอาหารและเครื่องดื่มที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียแปซิฟิก โดยคาดว่าจะช่วยเพิ่มโอกาสในการสร้างเครือข่าย และการเจรจาธุรกิจสำหรับทั้งผู้ส่งออกจากชิลี และผู้นำเข้า ผู้ค้าปลีก หรือผู้ประกอบการ จากประเทศสมาชิกสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือ “อาเซียน”

ด้วยจำนวนผู้บริโภคกว่า 680 ล้านคน ตลาดของอาเซียนมีสัดส่วนประมาณ 8% ของการค้าโลก ซึ่งเทียบเท่ากับภูมิภาคลาตินอเมริกา โดย 6 ประเทศคู่ค้าสำคัญภายในภูมิภาคของชิลี ได้แก่ เวียดนาม อินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ และไทย ซึ่งครองสัดส่วนการค้าระหว่างชิลีกว่า 95% สูงที่สุดในอาเซียน

ในงานนี้ สื่อมวลชนได้พบปะกับสมาคมการค้าต่าง ๆ รวมถึง “Fruits from Chile” สมาคมส่งออกผลไม้สด “Chile Nuts” สมาคมส่งออกถั่ว “AquaChile” สมาคมผู้ส่งออกแซลมอน และอื่น ๆ

นายอิกนาซิโอ เฟอร์นันเดซ ผู้อำนวยการใหญ่กรมส่งเสริมการส่งออกของชิลี กล่าวว่า อาเซียนเป็นพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ ขณะที่ชิลีมีศักยภาพในการตอบสนองความต้องการในภูมิภาค ด้วยสินค้าที่หลากหลายและมีคุณภาพ ภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย

ด้านนายอีแวน มารัมบิโอ ประธาน Fruits from Chile กล่าวว่า เขาคาดหวังว่าการประชุมในปีนี้จะช่วยสร้างแนวทางใหม่ ๆ ที่จะช่วยลดอุปสรรคของการค้าของชิลี รวมถึงปัญหาด้านโลจิสติกส์ โดยเขายกตัวอย่างว่า การขนส่งจากชิลีมายังอาเซียน ที่ใช้เวลานานถึง 50 วัน ซึ่งเป็น 2 เท่าของการขนส่งไปยังจีนที่ 25 วัน

สำหรับอุปสรรคอื่น ๆ สมาคมได้ยกตัวอย่างการเข้าถึงของสินค้าชิลีในตลาดอาเซียน รวมถึงการรับรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์จากชิลีทั้งในไทยและภูมิภาค ขณะเดียวกัน ผู้แทนจากภาคอุตสาหกรรมได้ย้ำว่า ชิลียึดมั่นในการมอบประสบการณ์การบริโภคที่ดีที่สุด และความปลอดภัยของอาหาร

นอกจากนั้น ยังได้แสดงความสนใจในการนำเสนอไวน์ สุรา และปิสโก ซึ่งเป็นเครื่องดื่มที่มีชื่อเสียงของอเมริกาใต้ ให้เข้ามาในตลาด รวมถึงการเข้าถึงตลาดอาหารทางเลือกเพื่อสุขภาพ เช่น ผลิตภัณฑ์ที่ปราศจากกลูเตน (Gluten Free) ซึ่งในขณะนี้ มีตลาดหลักเป็นสหรัฐอเมริกา.

ขอขอบคุณ สถานเอกอัครราชทูตชิลีประจำประเทศไทย และกรมส่งเสริมการส่งออกของชิลี