นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอไอเอส เปิดเผยว่า ในโอกาสก้าวสู่ปีที่ 32 ทางเอไอเอสได้วางเป้าหมายยกระดับขึ้นเป็น Cognitive Telco หรือ องค์กรโทรคมนาคมอัจฉริยะ ในอีก 3 ปีข้างหน้า โดยต้องเร่งพัฒนา 3 องค์ประกอบ คือ 1. สร้างการมีส่วนร่วม กับลูกค้าตลอดเวลา 2. สร้างรูปแบบบริการเฉพาะบุคคลแบบ ของลูกค้าได้อย่างตรงใจ และ3. รวดเร็วและตอบสนองในระดับ เรียล ไทม์ เพื่อให้เท่าทันทุกความต้องการของลูกค้า
ซึ่งจะต้องมีการวางโครงสร้างพื้นฐานรวมถึงระบบ ไอที ให้เป็นเครือข่ายอัจฉริยะผ่านการใช้ เอไอ, Data Analytic ในระดับสูง หลังจากที่ผ่านมาได้ลงทุนสร้างโครงข่ายด้านดิจิทัลให้ประเทศไทยอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะเครือข่าย 5 จี และ ไฟเบอร์ออฟติค เพื่อให้รองรับการให้บริการด้านดิจิทัลใหม่ๆ
อย่างเช่น เทคโนโลยีเมตาเวิร์ส ที่ได้นำมาประยุกต์และผสมผสาน ผ่าน การให้บริการ V-Avenue.Co บน Avatar Park ที่เริ่มเปิดให้ลูกค้าเข้ามาสร้างตัวตน หรืออวาตาร และเตรียมจะมีการจัดกิจกรรมผสานระยะหว่างโลกเสมือน และโลกความจริง สามารถเชื่อมต่อกันได้ อาทิ การจัดคอนเสิร์ต ของ AIS Family และ แบม แบม GOT 7 และ น้องไอ ไอรีน ฯลฯ เหมือนช่น การจัดงาน AIS5GVerse ในวันที่ 30 เม.ย.

“เอไอเอสจะมีการนำโครงข่ายมาช่วยส่งเสริมเทคโนโลยี เมตาเวิร์ส โดยการร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ต่างๆ แต่ยังไม่สามารถบอกได้ว่าจะมีการเข้ามาทำธุรกิจเรื่องคริปโตฯ หรือ เอ็นเอฟที หรือไม่ ซึ่งคงไม่ใช่ในเร็ว ๆ นี้ แต่เราก็มีทีมงานที่ศึกษาในเรื่องนี้อยู่ อย่างไรก็ตาม ก็ต้องหารายได้จากธุรกิจใหม่ๆ ซึ่งในส่วนของ การตั้งบริษัท AISCB จะเห็นความคืบหน้าในครึ่งปีแรก เพื่อให้บริการสินเชื่อและบริการการเงินผ่านช่องทางดิจิทัล ฯลฯ”
นายสมชัย กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตามในโอกาสก้าวสู่ปีที่ 32 ทางเอไอเอส ก็มีการจัดกิจกรรมเพื่อขอบคุณลูกค้าผ่านกิจกรรมต่าง อาทิ การทุ่มงบกว่า 200 ล้านบาท ด้วยการจับมือกับเซ็นทรัล รีเทล เพื่อให้ส่วนลดสินค้าและบริการในเครือเซ็นทรัล นอกจากนี้ยังร่วมกับธนาคารกรุงไทย เพื่อให้ลูกค้าสามารถนำ เอไอเอสพอยท์ ในแอพพลิเคชั่น มายเอไอเอส ไปแลกส่วนลดในการซื้ออาหารในร้านค้าถุงเงิน กว่า 4 แสนร้านทั่วประเทศ และตั้งเป้าหมายจะเพิ่มให้ได้ 1 ล้านร้านค้าเมื่อถึงสิ้นปีนี้ เพื่อช่วยเหลือพ่อค้าแม่ค้าให้มีรายได้ต่อเนื่องแม้จะหมดโครงการคนละครึ่งของรัฐบาล นอกจากนี้ยังได้สิทธิเป็นผู้ถ่ายทอดสดฟุตบอล THE MATCH Bangkok Century Cup 2022 ศึกแดงเดือดนัดประวัติศาสตร์ในไทย ให้กับลูกค้า ผ่านเอไอเอส เพลย์ด้วย
อย่างไรก็ตามสำหรับการแข่งขันในอุตฯโทรคมนาคม ยังมีการแข่งขันที่ดุเดือด แม้ในช่วงนี้ภาวะเศรษฐกิจฝืดเคืองก็ยังมีการแข่งขันที่รุนแรง ซึ่งในอนาคตหากมีการควบรวบเหลือผู้เล่นในตลาดน้อยลง ตามหลักเศรษฐศาสตร์การแข่งขันก็จะน้อยลง ก็มีโอกาสในการเพิ่มรายได้ แต่สิ่งที่เอไอเอสให้ความสำคัญคือ การให้บริการและประโยชน์ที่ลูกค้าจะได้รับ

“เรื่องภาวะเศรษฐกิจ การเกิดสงคราม เงินเฟ้อ เป็นเรื่องกระทบทุกคน ทุกอุตสาหกรรม แต่ เอไอเอส ยังโชคดีที่อยู่ในอุตฯที่ไม่ได้รับผลกระทบมาก เมื่อเทียบกับอุตฯอื่นๆ อย่างไรก็ตามทั้งหมดถือเป็นปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ สิ่งที่ทำได้ตอนนี้ คือ อะไรที่ไม่จำเป็น ก็ไม่ต้องทำ ประหยัด ในยุคที่รายได้อาจไม่ได้กลับมาตามเป้าหมาย แต่ก็เชื่อว่าเอไอเอสยังมีอัตราการเติบโตอยู่ แต่จะเป็นตัวเลขหลักเดียว”
นายสมชัย ยังได้ฝากถึง กรรมการ กสทช.ชุดใหม่ว่า อยากให้ทำตามหน้าที่ และปฎิบัติตามกฎหมายในฐานะผู้กำกับดูแลในอุตสาหกรรมโทรคทนาคม โดยต้องคำนึงถึง ประเทศชาติ ประชาชนผู้บริโภค และผู้ให้บริการในอุตสาหกรรม เรื่องการควบรวมของผู้ให้บริการ เมื่อมีคนมาร้องเรียน กสทช. ก็ควรรับฟัง และหาจุดสมดุลที่จะเป็นประโยชน์กับทุกฝ่าย



