การแข่งขันวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์โอลิมปิกระหว่างประเทศ หรือ International Nuclear Science Olympiad (INSO) เป็นการแข่งขันทางวิชาการระดับนานาชาติด้านวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์ เกิดจากการริเริ่มโดย ทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) ร่วมกับกลุ่มประเทศในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก เพื่อสร้างเวทีแข่งขัน International Nuclear Science Olympiad (INSO) ในการส่งเสริมความรู้ด้านนิวเคลียร์และรังสีในทางสันติให้แก่เยาวชน ประเทศไทยได้ส่งเยาวชนเข้าร่วมการแข่งขันครั้งแรก ในปี 67 ที่ฟิลิปปินส์ ครั้งที่ 2 ที่มาเลเซียปี 68
สำหรับการแข่งขันในปี INSO 2026 สถาบันเทคโนโลยินิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ “สทน.” รับเป็นเจ้าภาพหลักฝ่ายประเทศไทย ในการดำเนินการคัดเลือกและเตรียมความพร้อมนักเรียนผู้แทนประเทศไทย โดยมีผู้แทนที่ได้รับการคัดเลือก 4 คน ได้แก่ นายธรรมปพน สุขสุธรรมวงศ์ โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา นายธรรมพิสุทธิ์ เปรมสิงห์ชัย โรงเรียนกำเนิดวิทย์ นายพีร กุหลาบทิพย์ โรงเรียนกำเนิดวิทย์ นายเศรษฐวัฒน์ วัฒนาโกศัย โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ การแข่งขันปีนี้ประเทศซาอุดีอาระเบียเป็นเจ้าภาพ จัดการแข่งขัน ระหว่างวันที่ 2-9 ส.ค.69 ณ เมืองเจดดาห์

รศ.ดร.ธวัชชัย อ่อนจันทร์ ผู้อำนวยการ สทน. กล่าวว่า ประเทศไทยเข้าร่วมโอลิมปิควิชาการมาหลายปีแล้ว แต่เรื่องของวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์เพิ่งเริ่มต้นเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา โดย สทน.เป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินการ ร่วมกับหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่นมูลนิธิส่งเสริมโอลิมปิกวิชาการและพัฒนามาตรฐานวิทยาศาสตร์ศึกษาฯ (สอวน.) สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) ในการคัดเลือกตัวแทนประเทศไทย ประเทศไทยได้ส่งตัวแทนเข้าร่วมการแข่งขันตั้งแต่ครั้งแรกที่ฟิลิปปินส์ และได้รับรางวัล 1 เหรียญทอง 3 เหรียญเงิน
สำหรับการแข่งขันครั้งที่ 2 จัดขึ้นที่มาเลเซีย ตัวแทนประเทศไทยสามารถสร้างชื่อเสียงได้รับรางวัล 3 เหรียญเงิน สิ่งเหล่านี้เป็นภาพสะท้อนว่าความรู้ความสามารถ และศักยภาพของเยาวชนไทยทางด้านวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์ว่าไม่ด้อยไปกว่าประเทศอื่นๆ
สำหรับการแข่งขันครั้งที่ 3 คาดหวังว่าเยาวชนที่เข้าร่วมโครงการจะทำให้เต็มความสามารถและสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยเหมือนที่ผ่านมา
“ขอแสดงความยินดีกับนักเรียนผู้แทนประเทศไทยทั้ง 4 คน ที่ผ่านการคัดเลือกและได้รับโอกาสอันสำคัญในการเป็นตัวแทนประเทศไทย ความสำเร็จในวันนี้สะท้อนถึงความตั้งใจ ความพยายาม และศักยภาพของนักเรียนทุกคน รวมถึงการสนับสนุนจากครอบครัว คณาจารย์ และผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย” รศ.ดร.ธวัชชัย กล่าว
สำหรับวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์ เป็นสาขาวิชาที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศในหลายด้าน ทั้งการแพทย์ พลังงาน เกษตรกรรม อุตสาหกรรม สิ่งแวดล้อม และการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ อีกทั้งยังเป็นศาสตร์ที่บูรณาการความรู้จากหลายสาขา ได้แก่ ฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา และคณิตศาสตร์ การเข้าค่ายวิชาการในครั้งนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญที่ผู้แทนประเทศไทยจะได้เตรียมความพร้อมทางวิชาการอย่างเข้มข้น ฝึกคิด วิเคราะห์ แก้ปัญหา และประยุกต์ใช้ความรู้ในบริบทของการแข่งขันระดับนานาชาติ ขอให้นักเรียนทุกคนใช้ช่วงเวลานี้อย่างเต็มที่ ตั้งใจเรียนรู้ ซักถาม และพัฒนาศักยภาพของตนเองให้มากที่สุด ความสำเร็จในวันนี้สะท้อนถึงความตั้งใจ ความพยายาม และศักยภาพของนักเรียนทุกคน รวมถึงการสนับสนุนจากครอบครัว คณาจารย์ และผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย

การได้เป็นตัวแทนประเทศไม่ใช่เพียงเกียรติยศส่วนบุคคล แต่เป็นความภาคภูมิใจของครอบครัว โรงเรียน หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และประเทศไทย ขอให้ทุกคนรักษาความมุ่งมั่น มีวินัย รับผิดชอบต่อหน้าที่ และทำหน้าที่ของตนเองอย่างเต็มความสามารถ ไม่ว่าผลการแข่งขันจะเป็นอย่างไร ประสบการณ์ ความรู้ และมิตรภาพที่ได้รับจากเวทีนานาชาติ จะเป็นสิ่งที่มีคุณค่าและติดตัวทุกคนต่อไปในอนาคต
ทางด้าน นายธรรมพิสุทธิ์ กล่าวถึง แรงบันดาลใจที่มาสอบคัดเลือกเพราะมีความสนใจทางด้านฟิสิกส์เป็นพิเศษ ก็เลยมาลองสอบนิวเคลียร์ เผื่อจะได้มาลองอะไรใหม่ๆ ด้วยความที่วิชานิวเคลียร์มันเป็นการต่อยอดพื้นฐานจากวิชาฟิสิกส์ จึงเป็นเรื่องที่น่าสนใจ
นาย เศรษฐวัฒน์กล่าวว่า ตอนนี้จบม.6 แล้ว กำลังจะเข้าเป็นนิสิตนักศึกษาของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ตอนที่เปิดรับสมัครเข้าโครงการ เป็นช่วงรายต่อระหว่างที่เรียน ม.6 กับช่วงมหาวิทยาลัยพอดี เลยมาลองสอบรายการนี้ดู แล้วได้ผู้แทนประเทศ นิวเคลียร์เป็นศาสตร์ที่มีประโยชน์มาก ถ้าเราสามารถควบคุมมันได้ ฉะนั้นแล้วตนหวังว่าในวันหนึ่งประเทศไทยจะสามารถมีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เชิงพาณิชย์ เอามาใช้งานได้สักวันหนึ่ง
ส่วนนายธรรมปพน กล่าวว่า เรื่องของนิวเคลียร์ฟังชื่อดูแล้วอาจจะเป็นเรื่องน่ากลัว หรือน่าเบื่อ แต่จริงๆ ในระบบของเขา มีระบบรักษาความปลอดภัยอยู่มาก การมาเข้าค่ายครั้งนี้จะทำให้ได้ความรู้เพิ่มเติม ได้เปิดมุมมองใหม่ๆ จากการไปดูงานในที่ต่างๆ ที่สำคัญคือการได้ทดสอบความรู้ตัวเอง
ขณะที่ นายพีร กล่าวว่ามีความรู้เรื่องนิวเคลียร์มาตั้งแต่สมัยเด็ก จากพวกระเบิดอะไรพวกนี้ แต่เรื่องโรงไฟฟ้ามารู้ช่วงเรียน ม.ต้น ปลายๆ และได้รับความรู้จากการไปทำข้อสอบระดับนานาชาติจึงได้ทราบถึงกระบวนการทำงาน มีระบบในการรักษาความปลอดภัยอย่างไรบ้าง เครื่องมือในการตรวจจับรังสี จึงไม่ใช่เรื่องน่ากลัว



