สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเคียฟ ประเทศยูเครน เมื่อวันที่ 2 พ.ค. ว่า ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี กล่าวว่า สหประชาชาติ ( ยูเอ็น ) และคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ ( ไอซีอาร์ซี ) ทยอยอพยพพลเรือนมากกว่า 100,000 คน ซึ่งยังติดค้างอยู่ที่เมืองมาริอูโปล ซึ่งเป็นเมืองท่าสำคัญริมทะเลอาซอฟ ทางตะวันออกเฉียงใต้ของยูเครน และอยู่ท่ามกลางวงล้อมของกองทัพรัสเซีย ตั้งแต่ต้นเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ ยังไม่มีการยืนยันอย่างชัดเจน ว่ามีการอพยพประชาชนออกมาอีกจำนวนเท่าใด แต่ เซเลนสกี กล่าวว่า มีพลเรือนอีกมากกว่า 100 คน เดินทางออกจากโรงงานถลุงเหล็ก อาซอฟสทาล หลังมีการอพยพประชาชนกลุ่มแรกในรอบหลายสัปดาห์ประมาณ 25 คน ออกจากโรงงานแห่งนี้ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยผู้ที่อพยพสามารถเลือกได้ว่าจะเดินทางต่อไปยังพื้นที่ภายใต้การปกครองของรัฐบาลเคียฟ หรือเขตอิทธิพลของรัสเซีย
This is how Mariupol civilians emerged from under the Azovstal steel works to flee the ruined city in UN-led evacuation. 100+ women and children were evacuated and are expected to reach Ukraine-controlled Zaporizhia tomorrow morning. Video by MP David Arakhamia via Azov regiment pic.twitter.com/JSY5GCgsWu
— Myroslava Petsa (@myroslavapetsa) May 1, 2022
ด้านสำนักงานประสานงานด้านมนุษยธรรมแห่งสหประชาชาติ ( โอซีเอชเอ ) ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า การอพยพเริ่มตั้งแต่วันที่ 29 เม.ย.ที่ผ่านมา โดยได้รับความร่วมมือจากทหารรัสเซีย ทหารยูเครน และกองกำลังสนับสนุนของแต่ละฝ่ายในเมืองมาริอูโปล ในการให้ประชาชนออกจากพื้นที่ก่อน
Intense fighting at Azovstal plant leaves smoke and destruction#Mariupol #Azovstal #UkrainianConflict #Ukraine #DPR #Russia pic.twitter.com/SM8RfcUUKf
— Ruptly (@Ruptly) May 1, 2022
อย่างไรก็ตาม ภายในโรงงานถลุงเหล็ก อาซอฟสทาล ซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรป ยังคงมีทหารยูเครนและนักรบของกองพันอาซอฟ ซึ่งเป็นกองกำลังชาตินิยมฝ่ายขวา และทหารอาสาต่างชาติ “อีกจำนวนมาก” หลบซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่ ตามการประเมินของรัสเซีย ขณะที่ยูเครนยืนกรานปฏิเสธ ยืนยันว่า มีเพียงทหารของรัฐบาลเคียฟเท่านั้น.
เครดิตภาพ : REUTERS



