สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี เมื่อวันที่ 3 พ.ค. ว่า นายกรัฐมนตรีโอลาฟ โชลซ์ ให้การต้อนรับและพบหารือกับนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี ผู้นำอินเดีย ที่กรุงเบอร์ลิน เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ ผู้นำทั้งสองประเทศลงนามร่วมกันในข้อตกลงหลายฉบับ มีเนื้อหาสำคัญมุ่งเน้นการพัฒนาอย่างยั่งยืนในหลายมิติ หนึ่งในนั้นรวมถึงการที่รัฐบาลเบอร์ลินมอบความสนับสนุนทางการเงินให้แก่รัฐบาลนิวเดลี เพิ่มอีก 10,000 ล้านยูโร ( ราง 362,295.21 ล้านบาท ) ภายในปี 2573 เพื่อการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้พลังงานสะอาด
"Today, we are launching Indo-Germany partnership on Green and Sustainable Development… Germany has decided to support India's green growth plan with an additional development aid of 10 billion euros till 2030": PM Narendra Modi at the India-Germany bilateral meet pic.twitter.com/88AB28ZiTC
— NDTV (@ndtv) May 2, 2022
ขณะเดียวกัน ผู้นำทั้งสองประเทศยังเห็นพ้องยกระดับความร่วมมือด้านการบริหารจัดการสถานการณ์ผู้อพยพ การวิจัยด้านนิวเคลียร์ และการยกระดับความมั่นคงและความปลอดภัยด้านการสื่อสาร ในระดับรัฐบาลของทั้งสองฝ่าย
PM Narendra Modi accorded the Guard of Honour at the forecourt of the Federal Chancellery in Berlin, Germany.
— NDTV (@ndtv) May 2, 2022
NDTV's Vishnu Som reports pic.twitter.com/4hg3yfKagr

นอกจากนี้ รัฐบาลเยอรมนียืนยันการเชิญอินเดีย อินโดนีเซีย เซเนกัล และแอฟริกาใต้ เป็นแขกรับเชิญพิเศษ ร่วมการประชุมกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 7 แห่ง หรือ “จี 7” ซึ่งเยอรมนีเป็นประธานประจำปีนี้
"We believe there will be no winning side in this #UkraineRussiaWar, everyone will suffer. That is why we are on the side of peace": PM Narendra Modi in his joint statement amid the India-Germany bilateral meet pic.twitter.com/ydIsoGAEU8
— NDTV (@ndtv) May 2, 2022
อย่างไรก็ตาม โชลซ์และโมดียังคงแสดงจุดยืนแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด ในประเด็นเกี่ยวกับสงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครน โดยผู้นำอินเดียยังคงปฏิเสธแรงกดดันให้ประณามรัฐบาลมอสโกอย่างตรงไปตรงมาก แต่กล่าวว่า รัฐบาลนิวเดลีเชื่อว่า “ไม่มีผู้ชนะในสงครามครั้งนี้”
อนึ่ง เป็นที่น่าสังเกตด้วยว่า ทั้งโชลซ์และโมดีไม่รับคำถามจากผู้สื่อข่าวตลอดการแถลง ถือเป็นบรรยากาศที่ค่อนข้าง “ผิดธรรมเนียม” ของรัฐบาลเยอรมนี ที่จะอนุญาตให้มีการตั้งคำถามอย่างน้อย 4 คำถาม.
เครดิตภาพ : REUTERS



