สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 5 พ.ค. ว่าเว็บไซต์ http://www.uriminzokkiri.com/ ซึ่งเผยแพร่บทความและสื่อโฆษณาชวนเชื่อของเกาหลีเหนือ เสนอบทความเกี่ยวกับนายยุน ซอก-ยอล ว่าที่ประธานาธิบดีคนใหม่ของเกาหลีใต้ ที่เตรียมรับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ ในวันที่ 10 พ.ค. นี้ ว่าใช้ถ้อยคำปลุกระดมหลายครั้งต่อเกาหลีเหนือ ที่รวมถึง “การเปิดฉากโจมตีต่อศัตรู” และยั่วยุให้เกิดการเผชิญหน้า ด้วยการ “สร้างเสริมการเป็นพันธมิตรระหว่างสหรัฐกับเกาหลีใต้”
ทั้งนี้ นายยุนเรียกเกาหลีเหนือว่า “ศัตรูตัวฉกาจ” และยืนยันว่า กองทัพเกาหลีใต้ในยุคของเขา “พร้อมเป็นฝ่ายเปิดฉากก่อน” ในกรณีที่ “ภัยคุกคามคืบคลานเข้ามา ขณะเดียวกัน เนื้อหาในบทความยังวิจารณ์ บรรดาว่าที่นักการเมืองในตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสำคัญ คือ การต่างประเทศ กลาโหม และการรวมชาติ ว่าล้วนเป็นบุคคลที่ “มีจุดยืนฝักใฝ่อเมริกา” แต่ไม่ใช่เรื่องเหนือความคาดหมายนัก สำหรับรัฐบาลเปียงยาง
A North Korean propaganda website denounced South Korea's incoming president Yoon Suk-yeol as ‘pro-United States’ and ‘confrontational’ https://t.co/xNNopQwQqS pic.twitter.com/zkdWO6WiUx
— Reuters (@Reuters) May 5, 2022
บทความดังกล่าวได้รับการเผยแพร่เพียงวันเดียว หลังเกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธครั้งที่ 14 ในปีนี้ เมื่อวันพุธที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม เป็นที่น่าสังเกต ว่ายังไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเปียงยาง เกี่ยวกับการทดสอบขีปนาวุธครั้งนี้
▪ N. KOREA'S BALLISTIC MISSILE LAUNCH
— Arirang News (@arirangtvnews) May 4, 2022
N. Korea fires ballistic missile toward the East Sea on Wednesday#NorthKorea #missile #East_Sea
Arirang News ▶ https://t.co/mVDEocNgm0
News Center ▶ https://t.co/mZQ2egcQgF pic.twitter.com/Ufh6iX4gOQ
ขณะที่เมื่อปลายดือนที่แล้ว นายคิม จอง-อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ และประธานาธิบดีมุน แจ-อิน ผู้นำเกาหลีใต้คนปัจจุบัน แลกเปลี่ยนจดหมาย “แสดงความสัมพันธ์ฉันมิตร” โดยนายมุนซึ่งกำลังจะหมดวาระ กล่าวถึงการผลักดันกระบวนการสร้างสันติภาพและความปรองดอง ตามการบรรลุฉันทามติร่วมกัน เมื่อปี 2561 “แม้ต้องเผชิญกับสถานการณ์ยากลำบากนับจากนี้”
ส่วนนายคิมแสดงความซาบซึ้งและยกย่องความพยายามของนายมุน ในการฟื้นฟูสันติภาพบนคาบสมุทรเกาหลี จนกระทั่งวันสุดท้ายของการดำรงตำแหน่ง และกล่าวถึงการแลกเปลี่ยนจดหมายลักษณะนี้ ว่าเป็น “การแสดงออกซึ่งความไว้เนื้อเชื่อใจอย่างลึกซึ้ง” และทิ้งท้ายว่า การซ่อมแซมความสัมพันธ์ระหว่างสองเกาหลี “ยังมีความหวัง”.
เครดิตภาพ : REUTERS



