สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อวันที่ 8 พ.ค. ว่า นายเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ ขึ้นเวทีปราศัยหาเสียง ในเขตใจกลางกรุงมะนิลา เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการหาเสียงครั้งสุดท้าย ก่อนถึงวันหย่อนบัตรเลือกตั้งประธานาธิบดี ในวันที่ 9 พ.ค.นี้ โดยมาร์กอส จูเนียร์ บุตรชายของอดีตประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส ผู้ล่วงลับ ยังคงเน้น “การสร้างความเชื่อมั่นและการปรองดอง” เพื่อเป็นรากฐานให้ฟิลิปปินส์สามารถฝ่าฟันอุปสรรคไปได้

กลุ่มผู้สนับสนุนนายเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ รวมตัวฟังการปราศัยใหญ่ครั้งสุดท้ายของผู้สมัคร ในกรุงมะนิลา


ขณะที่คู่แข่งคนสำคัญของมาร์กอส จูเนียร์ คือ นางเลนี โรเบรโด รองประธานาธิบดีคนปัจจุบัน ผู้ปลุกกระแส “การปฏิวัติสีชมพู” ซึ่งสะท้อนกระแสเฟมินิสต์ในฟิลิปปินส์ โดยรองผู้นำหญิงยืนยันการเป็นรัฐบาลมือสะอาด หากชนะการเลือกตั้ง และเธอยังคงเชื่อมั่น ว่าจะสามารถเอาชนะมาร์กอส จูเนียร์ ได้ดังเช่นกับที่เคยเกิดขึ้น ในการเลือกตั้งรองประธานาธิบดี เมื่อปี 2559 ซึ่ง โรเบรโด เฉือนชนะ มาร์กอส จูเนียร์ ด้วยส่วนต่างเพียง 0.34% หรือประมาณ 200,000 คะแนนเท่านั้น

นางเลนี โรเบรโด


อย่างไรก็ดี หากผลสำรวจความคิดเห็นตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา มีความเที่ยงตรงหรือคลาดเคลื่อนเพียงน้อยนิด โรเบรโดต้องเร่งทำคะแนนนิยมอย่างมาก ในช่วงโค้งสุดท้ายของการหาเสียง หรือภาวนาให้ชาวฟิลิปปินส์ออกมาใช้สิทธิให้น้อยที่สุด ปัจจุบันศูนย์วิจัยทุกแห่งให้มาร์กอส จูเนียร์ วัย 64 ปี มีคะแนนนิยมทิ้งห่างโรเบรโด วัย 57 ปี ประมาณ 30%

มวลชนฝ่ายสนับสนุนนางเลนี โรเบรโด ร่วมกันเดินขบวน ในกรุงมะนิลา


เช่นเดียวกัน หากผลการเลือกตั้งสะท้อนตามผลสำรวจความคิดเห็นจริง มาร์กอส จูเนียร์ จะสร้างประวัติศาสตร์เป็นผู้นำฟิลิปปินส์คนแรก ซึ่งได้รับเลือกตั้งด้วยคะแนนเสียงสนับสนุนมากกว่า 50% นับตั้งแต่มาร์กอส ผู้เป็นพ่อชนะการเลือกตั้ง เมื่อปี 2508 ด้วยคะแนนเสียงสนับสนุน 51.94%.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES, REUTERS