สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อวันที่ 8 พ.ค. ว่า นายเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ ขึ้นเวทีปราศัยหาเสียง ในเขตใจกลางกรุงมะนิลา เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการหาเสียงครั้งสุดท้าย ก่อนถึงวันหย่อนบัตรเลือกตั้งประธานาธิบดี ในวันที่ 9 พ.ค.นี้ โดยมาร์กอส จูเนียร์ บุตรชายของอดีตประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส ผู้ล่วงลับ ยังคงเน้น “การสร้างความเชื่อมั่นและการปรองดอง” เพื่อเป็นรากฐานให้ฟิลิปปินส์สามารถฝ่าฟันอุปสรรคไปได้

Bongbong Marcos is one of the leading candidates for the upcoming election in the Philippines.
— DW News (@dwnews) May 7, 2022
He is the son of ousted President Ferdinand Marcos, whose dictatorship was considered one of the darkest chapters in the country's history. pic.twitter.com/3CUGBJYH47
Digdi ako sa Naga ipinangaki, nagdakula, nakanuod na an tunay saka sinserong pagsirbi nagpopoon sa pagpadangat. Sain man ako makaduman, mabalik asin mabalik saimo. pic.twitter.com/GCqiJRfUwz
— Leni Robredo (@lenirobredo) May 7, 2022
ขณะที่คู่แข่งคนสำคัญของมาร์กอส จูเนียร์ คือ นางเลนี โรเบรโด รองประธานาธิบดีคนปัจจุบัน ผู้ปลุกกระแส “การปฏิวัติสีชมพู” ซึ่งสะท้อนกระแสเฟมินิสต์ในฟิลิปปินส์ โดยรองผู้นำหญิงยืนยันการเป็นรัฐบาลมือสะอาด หากชนะการเลือกตั้ง และเธอยังคงเชื่อมั่น ว่าจะสามารถเอาชนะมาร์กอส จูเนียร์ ได้ดังเช่นกับที่เคยเกิดขึ้น ในการเลือกตั้งรองประธานาธิบดี เมื่อปี 2559 ซึ่ง โรเบรโด เฉือนชนะ มาร์กอส จูเนียร์ ด้วยส่วนต่างเพียง 0.34% หรือประมาณ 200,000 คะแนนเท่านั้น

อย่างไรก็ดี หากผลสำรวจความคิดเห็นตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา มีความเที่ยงตรงหรือคลาดเคลื่อนเพียงน้อยนิด โรเบรโดต้องเร่งทำคะแนนนิยมอย่างมาก ในช่วงโค้งสุดท้ายของการหาเสียง หรือภาวนาให้ชาวฟิลิปปินส์ออกมาใช้สิทธิให้น้อยที่สุด ปัจจุบันศูนย์วิจัยทุกแห่งให้มาร์กอส จูเนียร์ วัย 64 ปี มีคะแนนนิยมทิ้งห่างโรเบรโด วัย 57 ปี ประมาณ 30%

เช่นเดียวกัน หากผลการเลือกตั้งสะท้อนตามผลสำรวจความคิดเห็นจริง มาร์กอส จูเนียร์ จะสร้างประวัติศาสตร์เป็นผู้นำฟิลิปปินส์คนแรก ซึ่งได้รับเลือกตั้งด้วยคะแนนเสียงสนับสนุนมากกว่า 50% นับตั้งแต่มาร์กอส ผู้เป็นพ่อชนะการเลือกตั้ง เมื่อปี 2508 ด้วยคะแนนเสียงสนับสนุน 51.94%.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES, REUTERS



