สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อวันที่ 9 พ.ค. เกี่ยวกับความคืบหน้าของการเลือกตั้งประธานาธิบดีของฟิลิปปินส์ ซึ่งเป็นการแข่งขันระหว่างสองผู้สมัครตัวเก็ง คือนายเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ บุตรชายของอดีตประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ ผู้ล่วงลับ กับนางเลนี โรเบรโด รองประธานาธิบดีคนปัจจุบันนั้น


คณะกรรมการการเลือกตั้งทยอยประกาศผลคะแนนออกมารายหน่วย ว่าผลอย่างไม่เป็นทางการ โดยนับคะแนนไปแล้วราว 50% ปรากฏว่า มาร์กอส จูเนียร์ หรือ “บองบอง” วัย 64 ปี มีคะแนนนำโด่งประมาณ 15.3 ล้านเสียง มากกว่าโรเบรโดเกินครึ่ง

นางเลนี โรเบรโด

ตลอดระยะเวลา 3 เดือนของการหาเสียง มาร์กอส จูเนียร์ ไม่ได้เสนอนโยบายใหม่อะไรที่จริงจังมากนัก แต่เน้น “ความปรองดองและสมานฉันท์” ที่หลายฝ่ายมองว่า เป็นความพยายาม “เปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์” จากยุคของบิดา ซึ่งปกครองประเทศยาวนาน 2 ทศวรรษ จนถึงปี 2529 โดยมีการบังคับใช้กฎอัยการศึก และการคอร์รัปชั่นอย่างเปิดเผย แล้วท้ายที่สุดต้องออกไปลี้ภัยในต่างประเทศ จากการขับไล่ของประชาชน


หากได้รับชัยชนะจริง มาร์กอส จูเนียร์ น่าจะสานต่อนโยบายหลายอย่างของรัฐบาลชุดปัจจุบัน เนื่องจากประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตร์เต ยังคงได้รับความนิยมอย่างสูงจากชาวฟิลิปปินส์ แต่ลงสมัครไม่ได้อีก ด้วยเงื่อนไขของรัฐธรรมนูญ.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES