ทุกครั้งที่อาตมาได้ออกเยี่ยมสวดมนต์ให้กำลังใจผู้ป่วยติดเตียง ผู้เปราะบางทางสังคม ผู้ยากไร้ ในพื้นที่อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว ตามโครงการสังฆะประชาปันสุข เพื่อผู้ป่วยติดเตียง คณะสงฆ์อำเภออรัญประเทศ ทุกครั้งที่ไป จะได้รับความรู้สึกบางอย่างอยู่เสมอ
หลายครั้งไปเห็นผู้ป่วยติดเตียงอยู่กันสองตายาย ไม่มีคนดูแล แต่ก็เห็นรอยยิ้ม ได้ยินเสียงหัวเราะทุกครั้ง คุณยายป่วยติดเตียงมาหลายปี มีคุณตาคอยดูแล หุงหาอาหารทำกับข้าว ซักผ้า ถูบ้าน ป้อนข้าว เปลี่ยนแพมเพิส โดยลำพัง แม้ดูว่าสองตายายลำบาก เจ็บป่วยทางกาย โรคภัยไข้เจ็บ แต่ดูเหมือนสองตายาย ไม่ได้ทุกข์ใจกับเรื่องราวที่เป็นอยู่ ต่างจากคุณยายอีกคนที่ป่วยติดเตียงเช่นกัน คุณยายท่านนี้อยู่ในบ้านที่มีฐานะ บ้านหลังใหญ่ มีเครื่องอำนวยความสะดวก มีคนดูแล แต่เราไม่ค่อยได้เห็นรอยยิ้ม ไม่เคยได้ยินเสียงหัวเราะจากคุณยายเลย
สิ่งหนึ่งจะมองเห็นจากการออกเยี่ยมผู้ป่วยติดเตียง ก็คือ “กำลังใจ” “ครอบครัว” “คนรัก” เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในการดูแลผู้ป่วย หรือ ผู้สูงอายุ เพราะแม้ว่า บ้านที่เราอยู่จะหลังใหญ่แค่ไหน แต่ถ้าไม่มีลูกหลานสลับกันมาเยี่ยม มาดูแล ชวนพูดคุย ยังไงผู้ป่วย ผู้สูงอายุ ก็เหงาแน่นอน ในทางกลับกัน แม้บ้านหลังเล็กๆเครื่องอำนวยความสะดวกไม่มาก แต่มีกำลังใจจากครอบครัวญาติพี่น้อง มีคนรักคอยดูแลอยู่ข้างๆตลอดเวลา แม้บ้านหลังเล็กแต่บรรยากาศคึกครื้น คนป่วยมีกำลังใจ ยิ่งถ้าผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงอายุ มีทั้งสองอย่างคือ ความพร้อมด้วยวัตถุ มีบ้าน มีเครื่องอำนวยความสะดวก แล้วยังมีครอบครัวที่ดูแลให้กำลังกันอยู่ตลอด ผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงอายุ ก็ยิ่งมีกำลังใจมากขึ้นเป็นสองเท่าแน่นอน
ภาพทั้งสองภาพที่อาตมาได้เห็นได้สัมผัส ทำให้ได้คำตอบว่า ชีวิตคนเราไม่ได้ต้องการอะไรมากเลยจริงๆ กินอิ่ม นอนหลับ ครอบครัวที่อบอุ่น รอยยิ้ม เสียงหัวเราะจากคนรัก
ส่วนที่มนุษย์เราต่างแสวงหา “ความสุข” กันอยู่ตลอดเวลา แต่ละคนให้ความหมายของ “ความสุข” แตกต่างกันออกไป และก็มีวิธีแสวงหาที่แตกต่างกัน หลายคนมุ่งที่จะหาเงินให้ได้มากๆ เพราะเราต่างเชื่อว่า “เงิน” จะนำมาซึ่ง “ความสุข” หลายคนทุ่มเทกับการทำงาน เพื่อให้ได้มาซึ่งตำแหน่งหน้าที่สูงขึ้น เพราะเชื่อว่า ตำแหน่งหน้าที่จะนำมาซึ่งความสุข หลายคนโหยหาความรักที่เพอร์เฟคที่สุดในชีวิต เพราะเชื่อว่า ความรัก จะทำให้เรามีความสุข หลายคนปรารถนาความสำเร็จ เพราะเชื่อว่า ความสำเร็จเป็นที่สุดแล้วของความสุข
จริงๆก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า ที่กล่าวมาข้างต้นทั้งหมด นำมาซึ่ง “ความสุข” และ “ความสะดวกสบาย” ตามคติของมนุษย์ทุกคนที่แสวงหา แต่ในขณะเดียวกัน “ความสุข” ความสะดวกสบาย ที่ว่ามานั้น ก็ยังมีความ “ไม่แน่นอน” แฝงอยู่ด้วย เราอาจจะประสบกับอีกด้านหนึ่งได้เสมอ ความพลัดพรากคนรักของรัก ความผิดหวังจากความรัก ความเสื่อมไปจากยศ ตำแหน่ง แล้วอะไร คือ “ความสุขที่แท้จริงของชีวิต” กันแน่ นอกจากการอยู่กับความสุขที่กล่าวมานั้นอย่างเข้าใจ
การได้หัวเราะอย่างเต็มที่ มีรอยยิ้มอย่างเต็มเปี่ยม มีเวลาทานข้าวกับครอบครัว มีเวลาว่างให้กับตัวเอง ได้ทำในสิ่งที่อยากทำ มีครอบครัวที่เข้าใจซึ่งกันและกัน มีคนรักที่ไว่ใจเชื่อใจกัน กำลังใจจากคนรอบข้าง
ความธรรมดาๆนี้แหละ ที่เป็น “ความสุข” ที่สุดของชีวิต
………………………………………….
คอลัมน์ : ลานธรรม
โดย : พระครูปลัดบัณฑิต อินฺทเมธี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสังข์กระจายวรวิหาร รองประธานเครือข่ายธรรมะอารมณ์ดี



