สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 14 พ.ค. ว่าที่ประชุมสุดยอดระหว่างผู้นำสหรัฐ กับสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) เผยแพร่แถลงการณ์ “วิสัยทัศน์ร่วม” 28 ข้อ หลังเสร็จสิ้นการพบหารือเป็นเวลา 2 วัน ระหว่างวันที่ 12-13 พ.ค. เนื่องในโอกาสครบรอบ 45 ปี แห่งการสถาปนาความสัมพันธ์
ในประเด็นเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 สหรัฐและอาเซียนเห็นพ้องการสร้างความมั่นคงทางสาธารณสุข และการฟื้นฟูสถานการณ์หลังการแพร่ะบาดร่วมกัน เกี่ยวกับความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้า ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้อง การเดินหน้าปฏิบัติตาม การจัดการกรอบการค้าและการลงทุนอาเซียน+สหรัฐ (ASEAN-U.S. Trade and Investment Framework Arrangement) และแผนปฏิบัติการโครงการความร่วมมือทางเศรษฐกิจแบบขยาย (Expanded Economic Engagement Initiatives Workplan) ซึ่งจะเปิดโอกาสให้สหรัฐเข้าไปมีส่วนร่วมมากขึ้นในภูมิภาคแห่งนี้
The White House's Joint Vision Statement is identical to the one ASEAN released earlier. It's one of the most anodyne US readouts I've ever seen. https://t.co/bImKiCpE8S
— Derek J. Grossman (@DerekJGrossman) May 14, 2022
ขณะเดียวกัน สหรัฐและอาเซียนยังเห็นพ้องการสานต่อความร่วมมือหลายด้าน เพื่อยกระดับการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทาน การบริการ การแพทย์ การคมนาคม และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ตลอดจนการเรียกร้องให้มี “กฎหมายระหว่างประเทศ” เพื่อบรรเทาความตึงเครียดในทะเลจีนใต้
.@POTUS: We’re not only celebrating 45 years of partnership and friendship between @ASEAN and the United States, we’re launching a new era in U.S.-ASEAN relations. #USASEAN45 pic.twitter.com/nofEkKzNcZ
— Department of State (@StateDept) May 14, 2022
เกี่ยวกับสถานการณ์ด้านภูมิศาสตร์การเมืองโลก เรื่องยูเครนอยู่ในช่วงท้ายของแถลงการณ์ แม้ไม่มีการเอ่ยโดยตรงถึงรัสเซีย แต่ระบุถึงการเคารพต่ออธิปไตย ความเป็นเอกภาพทางการเมือง และบูรณภาพแห่งดินแดน พร้อมทั้งเรียกร้องให้มีการเพิ่มความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม แก่พลเรือนยูเครน ทั้งที่ต้องลี้ภัยออกต่างประเทศ และยังคงติดค้างอยู่ภายในประเทศ
เกี่ยวกับสถานการณ์ในเมียนมา ที่ประชุมสหรัฐ-อาเซียน “มีความวิตกกังวลอย่างลึกซึ้ง” และเรียกร้องรับบาลทหารเมียนมาปฏิบัติตามฉันทามติ 5 ข้อของอาเซียนอย่างเคร่งครัด นอกจากนี้ แถลงการณ์ยังกล่าวถึงเกาหลีเหนือ โดยเรียกร้องให้รัฐบาลเปียงยางปฏิบัติตามมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี).
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



