สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ 15 พ.ค.ว่านายไซฟุดดิน อับดุลเลาะห์ รมว.กระทรวงการต่างประเทศของมาเลเซีย พบหารือกับนางสิ่น หม่า อ่อง รัฐมนตรีต่างประเทศของรัฐบาลแห่งชาติ ( เอ็นยูจี ) ซึ่งเป็นองค์กรการเมืองฝ่ายต่อต้านรัฐบาลทหารเมียนมา และสมาชิกส่วนใหญ่ลี้ภัยอยู่ในต่างประเทศ
ทั้งนี้ การพบหารือดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ที่กรุงวอชิงตัน นอกรอบการประชุมสุดยอดสมัยพิเศษ ระหว่างผู้นำสหรัฐ กับผู้นำจากสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ( อาเซียน ) ซึ่งจัดขึ้นเนื่องในโอกาสครบรอบ 45 ปี แห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ แต่รัฐบาลทหารเมียนมายังคงไม่ได้รับเชิญให้เข้าร่วมการประชุม เนื่องจากยังคงมีความขัดแย้งกับสมาชิกอาเซียนที่เหลือ เกี่ยวกับการดำเนินการตามฉันทามติ 5 ข้อ ซึ่งตกลงกันเมื่อเดือนเม.ย. ปีที่แล้ว
We took the opportunity to exchange views on latest developments in Myanmar, where Minister Zin shared insights as well as challenges faced by @NUGMyanmar, including humanitarian assistance, technical training and education for the Myanmar refugees.
— Saifuddin Abdullah ???????? (@saifuddinabd) May 14, 2022
ด้านสำนักงานเลขาธิการของพล.อ.มิน อ่อง หล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และผู้นำรัฐบาลทหารเมียนมา ยังไม่มีความเห็นอย่างเป็นทางการในเรื่องนี้ แต่กระทรวงการต่างประเทศเมียนมา ออกแถลงการณ์ประณามการพบหารือระหว่างไซฟุดดินกับผู้แทนของเอ็นยูจี ซึ่งเกิดขึ้นโดยมีกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐเป็นคนกลางประสานงาน และได้มีหนังสืออย่างเป็นทางการ แจ้งไปยังสมาชิกอาเซียนทุกประเทศ และรัฐบาลวอชิงตัน ให้หลีกเลี่ยงการพบหารือกับสมาชิกของเอ็นยูจีในต่างประเทศ
Zin Mar Aung is the foreign minister of the shadow National Unity Government, or NUG, that represents the ousted civilian administration in Myanmar. She's in Washington, D.C. for meetings on the sidelines of the U.S.-ASEAN summit and gave RFA an interview.https://t.co/Nlx5aS8uc1
— Radio Free Asia (@RadioFreeAsia) May 13, 2022
นอกจากนี้ กระทรวงการต่างประเทศของเมียนมายังแสดงความไม่พอใจ ต่อการที่หนึ่งใน “แถลงการณ์วิสัยทัศน์ 28 ข้อ” ของที่ประชุมสหรัฐ-อาเซียน มีเนื้อหา “เรียกร้อง” ให้มีการปฏิบัติตามฉันทามติ 5 ข้อ ว่าเป็นการแทรกแซงกิจการภายใน “อย่างร้ายแรง”.
เครดิตภาพ : Twitter @saifuddinabd



