วันที่ 5 พ.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง เปิดเผยว่า โครงการไทยช่วยไทยพลัส อยู่ระหว่างการพิจารณารายละเอียด โดยมีแนวคิดดำเนินการคนละครึ่งพลัส ควบคู่กับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
เบื้องต้นกระทรวงการคลังกำลังประเมิน กลุ่มเป้าหมาย 30 ล้านคน โดยยังต้องพิจารณาความเพียงพอของแหล่งเงินและงบประมาณอีกครั้ง ซึ่งในอดีตมีผู้ได้รับสิทธิประมาณ 28 ล้านคน ส่วนเกณฑ์อายุและรายละเอียดอื่น ๆ ยังอยู่ระหว่างการพิจารณา
ขณะที่การเปิดลงทะเบียนกลุ่มผู้ได้สิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่นั้น คาดว่าจะทำพร้อมกันในช่วงปลายเดือน พฤษภาคม นี้
ทั้งนี้ ภายหลังคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบร่างพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ซึ่งถ้าหากประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ขั้นตอนถัดไปในวันที่ 14 พ.ค. นี้ จะมีการนำเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา พร้อมกันนี้จะมีการจัดตั้งคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ โดยมีปลัดกระทรวงการคลังเป็นประธาน
สำหรับคณะกรรมการดังกล่าวจะทำหน้าที่กำหนดกรอบ วัตถุประสงค์ และแนวทางการใช้วงเงินอย่างชัดเจน โดยเน้นความโปร่งใส และเปิดเผยข้อมูลให้ประชาชนรับทราบ ทั้งนี้ ทุกโครงการที่จะขอใช้เงินจะต้องผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการกลั่นกรอง ก่อนเสนอเข้าสู่ที่ประชุม ครม. ต่อไป
โดยวันที่ 14 พ.ค. นี้ จะมีการประชุมคณะกรรมการกลั่นกรองเป็นครั้งแรก จากนั้นจะเปิดโอกาสให้หน่วยงานที่มีโครงการสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ ทั้งด้านการช่วยเหลือประชาชน และการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน เสนอรายละเอียดเข้ามาพิจารณา
นายเอกนิติ กล่าวว่า โครงการ ไทยช่วยไทยพลัส ถือเป็นหนึ่งในโครงการที่เข้าข่ายสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ดังกล่าว โดยแหล่งเงินอาจมาจากทั้งพระราชบัญญัติโอนงบประมาณและพระราชกำหนดกู้เงิน ขึ้นอยู่กับการพิจารณาความเหมาะสมของกระทรวงการคลัง
“โครงการไทยช่วยไทยพลัสจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน โดยแหล่งเงินจะต้องพิจารณาให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของกฎหมาย ซึ่งอาจใช้ทั้ง พ.ร.ก.กู้เงิน และ พ.ร.บ.โอนงบประมาณควบคู่กัน ทั้งนี้ ในส่วนของกรอบระยะเวลาการกู้เงิน จะดำเนินการกู้เมื่อมีโครงการที่ได้รับอนุมัติแล้วเท่านั้น จะไม่มีการกู้เงินล่วงหน้า”



