เมื่อเวลา 14.40 น. วันที่ 3 มิ.ย. ที่พรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย กล่าวถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยเฉพาะพื้นที่ช่องบก อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี ที่เกิดเหตุยั่วยุกันเมื่อวันที่ 2 มิ.ย. ยังควบคุมได้ ไม่มีอะไรต้องกังวลใช่หรือไม่ ว่า ประชาชนยังสามารถดำเนินชีวิตตามปกติได้ ทั้งฝ่ายความมั่นคงและกองทัพยืนยันว่า จะดูแลแนวเขตของประเทศไทยอย่างเต็มที่ ส่วนเรื่องของการเจรจาอะไรที่จะเกิดขึ้นในอนาคตนั้น ก็ปล่อยให้เป็นไปตามขั้นตอนของกระทรวงการต่างประเทศ เราไม่มีความเดือดร้อนอะไร เรายังไม่มีการเจรจาเรื่องเขตแดน จากการที่เราได้มีการยกเลิกเอ็มโอยู 44 ไป ขอให้เชื่อว่ารัฐบาลได้ไตร่ตรอง หารือ และประเมินสถานการณ์แล้ว การตัดสินใจของรัฐบาลอยู่บนพื้นฐานที่จะทำให้ประเทศไทยเข้มแข็ง มีประโยชน์ และไม่ก่อความเดือดร้อนใดๆ ให้กับคนในประเทศของเรา 

เมื่อถามย้ำว่า กรณีเกิดเหตุเหตุการณ์ยั่วยุ นายกฯ กล่าวว่า เป็นอย่างนี้ทุกวัน เขาถึงเรียกว่าการยั่วยุ มันเป็นองค์ประกอบของการที่เรายังไม่สามารถมีความสัมพันธ์ที่ดีได้ เราต้องมีความอดทน เราเหนือกว่า เราต้องนิ่ง เราต้องอดทนให้ดีกว่า ก็ต้องขอชมเชยพี่น้องทหารที่ใช้ความอดทนอย่างเต็มที่ต่อการยั่วยุ เราไม่เคยเป็นฝ่ายยั่วยุ เราเป็นฝ่ายที่นิ่งต่อสถานการณ์ ก็ทําให้ประเทศของเรา มีความเข้มแข็งเป็นที่ยําเกรง 

เมื่อถามว่า ประชาชนในพื้นที่มีความกังวลกับเรื่องนี้พอสมควร นายกฯ กล่าวว่า ไม่มีอะไรต้องกังวล ทุกอย่างในวันนี้เมื่อเทียบกับเมื่อปีที่แล้วช่วงเดือนเดียวกัน ตนว่าปัญหาห่างกันเยอะ วันนี้ความสงบเกิดขึ้น แนวชายแดนมีความสงบถ้าเทียบกับปีที่แล้ว ถือว่าคําถามนี้ไม่สะท้อนกับความเป็นจริง 

เมื่อถามย้ำว่า ประชาชนตามแนวชายแดนจะมั่นใจได้ใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ที่ผ่านมาตั้งแต่เราลงนามในข้อตกลงหยุดยิง เมื่อวันที่ 28 ธ.ค. 68 ก็ไม่ได้มีเหตุการณ์อะไรที่จะต้องวิตกกังวลใดๆ   

เมื่อถามอีกว่า ก่อนการหยุดยิงเมื่อวันที่ 27 ธ.ค. 68 นายวสวรรธน์ พวงพรศรี หัวหน้าพรรคไทรวมพลัง ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลว่ากาสิโนที่ช่องสะงำเกี่ยวข้องกับนักการเมืองไทย นายกฯ กล่าวว่า ตนไม่รู้เรื่องพวกนี้หรอก จะไปฟังทุกคนอย่างนี้ไม่ได้ รัฐบาลก็มีการข่าวของรัฐบาล มีแผนป้องกันแนวชายแดน ป้องกันประเทศของรัฐบาล กองทัพก็มีความเข้มแข็ง อาวุธยุทโธปกรณ์ไม่มีขาดตกบกพร่อง ไม่มีคําว่าแสนยานุภาพลดด้อยถอยลง รัฐบาลดูแค่นี้ เรื่องอื่นๆ เป็นเรื่องยิบย่อยที่กุกันขึ้นมา ตราบใดที่ยังไม่เกิดขึ้นในดินแดนของเรา ใครจะไปเดือดร้อน สิ่งที่เขาทําอยู่ฝั่งนั้น พวกสแกมเมอร์กองทัพของเราก็จัดการเรียบร้อยหมดแล้ว ผู้ที่เดือดร้อนก็ถูกส่งกลับ ผู้ที่กระทําความผิดก็ถูกดําเนินคดี ถูกยึดทรัพย์มากมายตั้ง 3-4 หมื่นล้านบาท ซึ่งเกิดภายใต้รัฐบาลชุดนี้ ท่ามกลางคําว่าไม่มีผลงาน ท่ามกลางคําว่าไม่ได้ทําอะไร ถ้าไปฟังเสียงลือเสียงเล่าอ้างก็ไม่ต้องทํางานกันพอดี 

เมื่อถามว่า จะต้องมีการตรวจสอบผู้ที่ออกมาเปิดเผยเพิ่มเติมหรือไม่ เพราะมีการระบุว่าเกี่ยวข้องกับนักการเมือง นายกฯ กล่าวว่า ไม่ต้องตรวจสอบ เพราะเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตํารวจ ฝ่ายความมั่นคง และหน่วยข่าวกรอง ซึ่งเขามีศักยภาพดีกว่าคนที่ออกมาไลฟ์สด ของจริงเขาไม่ไลฟ์สดกันหรอก เรื่องความมั่นคงไม่มีใครเขาออกมาพูด คนที่ออกมาพูด ออกมาไลฟ์ มาปั่นป่วนต่างๆ พวกนี้ที่จริงก็เป็นภัยสังคม 

เมื่อถามว่า เหมือนว่าเป็นการเรียกยอดไลฟ์ใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า “ไม่รู้เขา” พร้อมหัวเราะ ก่อนกล่าวต่อว่า “ต้องส่งไปแถวโรงพยาบาลศรีธัญญา”