เมื่อวันที่ 2 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กองทัพอากาศ โดย กรมสรรพาวุธทหารอากาศ ร่วมมือกับบริษัท NAC Drone ดำเนินการทดสอบการยิงจรวดอากาศ ขนาด 2.75 นิ้ว จากอากาศจากอากาศยานไร้คนขับ (โดรน) ซึ่งถือเป็นการบูรณาการองค์ความรู้ระหว่างหน่วยงานด้านความมั่นคงและภาคอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทยอย่างเป็นรูปธรรม สำหรับ “จรวดอากาศ” ขนาด 2.75 นิ้ว ถือเป็นยุทโธปกรณ์สำคัญที่ใช้ในการสนับสนุนทางอากาศระยะใกล้ และถูกใช้งานอย่างแพร่หลายในกองทัพหลายประเทศทั่วโลก

โดยครั้งนี้ กรมสรรพาวุธทหารอากาศ ได้พัฒนาชุดควบคุมการยิง ออกแบบท่อยิง และดัดแปลงระบบต่างๆ ให้สามารถติดตั้งและใช้งานร่วมกับโดรน ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผลการทดสอบปรากฏว่า จรวดสามารถยิงออกจากแท่นยิงได้ตามแผนที่วางไว้ ขณะที่ตัวโดรนยังคงรักษาเสถียรภาพการบิน ไม่เกิดอาการเสียการทรงตัวหรือสูญเสียการควบคุมแต่อย่างใด สะท้อนถึงศักยภาพด้านวิศวกรรมและการพัฒนาระบบอาวุธของบุคลากรไทยที่ก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง ความสำเร็จครั้งนี้นอกจากจะเป็นครั้งแรกของประเทศไทย ในการยิงจรวดอากาศจากโดรนแล้ว ยังเป็นการยกระดับขีดความสามารถด้านการป้องกันประเทศ ลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างชาติ และเพิ่มโอกาสในการต่อยอดสู่อุตสาหกรรมป้องกันประเทศภายในประเทศในอนาคต

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า แผนงานในระยะต่อไปเตรียมจะมุ่งพัฒนาระบบอาวุธให้มีความทันสมัยมากยิ่งขึ้น ทั้งการติดตั้ง “ชุดนำวิถี” กับจรวดที่ยิงจากโดรน การพัฒนาเครื่องยิงเลเซอร์ รวมถึงการสร้าง “แท่นปืนอัจฉริยะ” ที่มีระบบควบคุมการยิงด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อรองรับรูปแบบการรบยุคใหม่ที่เทคโนโลยีจะเข้ามามีบทบาทสำคัญมากขึ้น ทั้งนี้ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงมองว่า การพัฒนาอาวุธและระบบสนับสนุนการรบจากโดรน กำลังกลายเป็นแนวโน้มสำคัญของโลก เนื่องจากช่วยลดความเสี่ยงต่อกำลังพล เพิ่มความแม่นยำในการปฏิบัติภารกิจ และสามารถตอบสนองต่อสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งความสำเร็จของกองทัพอากาศในครั้งนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการก้าวเข้าสู่ยุคสงครามเทคโนโลยีอย่างเต็มรูปแบบ.