เมื่อวันที่ 28 มิ.ย. นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) พร้อมด้วย ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวง ทส. นายวิจิตร กิจวิรัตน์ รอง ผวจ.นครราชสีมา และนายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ลงพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลาน จ.นครราชสีมา และ จ.ปราจีนบุรี เพื่อชี้แจงแนวทางแก้ปัญหาพื้นที่ทับซ้อนตามแผนที่ One Map พร้อมรับฟังปัญหาจากประชาชน ณ โรงเรียนบ้านราษฎร์พัฒนา อ.เสิงสาง จ.นครราชสีมา โดยมุ่งสร้างความสมดุลระหว่างการอนุรักษ์และการคุ้มครองสิทธิชุมชนดั้งเดิมอย่างเป็นธรรม

การลงพื้นที่ครั้งนี้มี นายประวัติศาสตร์ จันทร์เทพ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทับลาน และผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (สคทช.) ร่วมชี้แจงแนวทางพิสูจน์สิทธิตามมติคณะกรรมการอุทยานฯ จากนั้นคณะได้เดินทางไปยังพื้นที่ “โครงการพัฒนาพื้นที่เพื่อความมั่นคง” (พมพ.) และ “โครงการจัดสรรที่ดินทำกินแก่ราษฎรผู้ยากไร้ในพื้นที่ป่าสงวนเสื่อมโทรม” (คจก.) เพื่อรับฟังราษฎรดั้งเดิมที่รัฐเคยอพยพเข้ามาจัดตั้งถิ่นฐานในยุคปราบปรามคอมมิวนิสต์ ซึ่งยังประสบปัญหาขาดความชัดเจนเรื่องเอกสารสิทธิทำกินมานานหลายสิบปี ก่อนที่รัฐมนตรีฯ จะขึ้นเฮลิคอปเตอร์สำรวจสภาพพื้นที่โดยรอบ

นายสุชาติ เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี มีนโยบายเร่งด่วนในการเร่งรัดตรวจสอบและพิสูจน์สิทธิชาวบ้านดั้งเดิมเป็นรายแปลงอย่างรัดกุม ควบคู่กับการบังคับใช้กฎหมายกับรีสอร์ทที่บุกรุกป่าอย่างเข้มงวดโดยไม่มีการเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุน และยืนยันว่าจะไม่มีการตัดผืนป่าธรรมชาติอย่างแน่นอน ยึดหลักความโปร่งใสและตรวจสอบได้ การปรับปรุงแนวเขตครั้งนี้ไม่ใช่การเพิกถอนพื้นที่อุทยานฯ ทั้งหมด แต่เป็นการแก้ปัญหาที่ดินทำกินควบคู่ไปกับการเตรียมประกาศพื้นที่อุทยานฯ เพิ่มเติม ส่วนคดีที่อยู่ในกระบวนการศาลจะดำเนินคดีจนถึงที่สุด

นายสุชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับการบังคับใช้กฎหมาย วันนี้อุทยานฯ ทับลานได้ติดประกาศแจ้งเตือนให้โรงแรมและรีสอร์ทที่คดีสิ้นสุดแล้ว 3 แห่ง ใน อ.วังน้ำเขียว รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างภายใน 15 วัน ตามกฎหมายป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 เพื่อนำที่ดินกลับมาฟื้นฟูป่าต่อไป

สำหรับแนวทางจัดการปัญหาที่ดินทับซ้อนในเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน ได้แบ่งออกเป็น 5 กลุ่ม ดังนี้:

1. พื้นที่ ส.ป.ก. (53,416 ไร่): เห็นควรเพิกถอนจากเขตอุทยานฯ เพื่อดำเนินการตามแผนที่ One Map

2. โครงการหมู่บ้านตัวอย่างไทยสามัคคี (8,328 ไร่): เร่งตรวจสอบสิทธิและจัดการคดีความให้สิ้นสุดก่อนดำเนินการตามระเบียบ

3. พื้นที่ พมพ./คจก. (87,500 ไร่): เห็นควรเพิกถอนจากเขตอุทยานฯ โดยจะทำประชามติสอบถามรูปแบบสิทธิที่ราษฎรต้องการ

4. พื้นที่นอกเขต ส.ป.ก. และโครงการความมั่นคง (109,420 ไร่): ตรวจสอบสิทธิรายแปลงอย่างเข้มงวดเพื่อคัดกรองกลุ่มทุนออก

5. พื้นที่ราชพัสดุ (6,621 ไร่): เห็นควรเพิกถอนจากเขตอุทยานฯ เพื่อให้เป็นไปตามการใช้ประโยชน์ในราชการทหารเดิม

ขั้นตอนต่อไป ทส. จะประสาน สคทช. นำข้อมูลเสนอต่อคณะรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาทบทวนมติ ครม. เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2566 รวมถึงการกำหนดแนวกันชน (Buffer Zone) เพื่อป้องกันผลกระทบต่อระบบนิเวศในระยะยาวต่อไป