“สส.ไอติม” พริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ประธานวิปฝ่ายค้าน อ้างเรื่องที่ กมธ.พัฒนาการเมืองฯ วุฒิสภา ไปคุยกับนายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ประธานศาลรัฐธรรมนูญ มายืนยันว่า “สามารถเลือกสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ( ส.ส.ร.) ได้โดยตรง” และว่า พรรคส้มผลักดันให้มี ส.ส.ร. ที่มาจากการเลือกตั้ง 100% ขอให้พรรคการเมืองทุกพรรค ทบทวนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของตนเอง จะมาร่วมกับเราในการผลักดัน ส.ส.ร. ที่มาจากการเลือกตั้งหรือไม่
พร้อมทั้งโยนหินไปยังพรรคภูมิใจไทย แนะนำว่า “ควรจะนำข้อมูลใหม่ที่ได้จากการหารือกับศาลรัฐธรรมนูญนำไปพิจารณาอย่างรอบคอบ และมาหารือร่วมกับทุกฝ่ายว่าจะร่วมกันผลักดัน ส.ส.ร. ที่มาจากการเลือกตั้งอย่างไร แต่หากพรรคภูมิใจไทยเดินหน้าโดยปฏิเสธข้อมูลใหม่ ก็อดสงสัยไม่ได้ว่าเหตุผลที่แท้จริง เป็นเพราะพรรคภูมิใจไทยมีธงไว้อยู่แล้วว่าต้องการจะฉวยโอกาสจากคำวินิจฉัยที่มีความคลุมเครือ เพื่อนำมาเป็นข้ออ้างตัดการมีส่วนร่วมของประชาชนในการเลือกตั้ง ส.ส.ร. ออกไป เพื่อให้การเดินหน้าจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ถูกผูกขาดโดยระบอบสีน้ำเงิน”
และยังว่า “ สิ่งที่ระบอบสีน้ำเงินต้องการคือ ต้องการระบบการเมืองที่เปิดช่องให้สามารถฮั้วกันได้ทั้งกระดาน ซึ่งเขาจะประสบความสำเร็จดังกล่าว 2 ทางด้วยกัน คือ 1. ทำยังไงก็ได้ให้การเดินหน้าจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่สะดุดหยุดลงและเราต้องอยู่กับรัฐธรรมนูญปี 60 ซึ่งเป็นปุ๋ยชั้นดีของระบบการเมือง ที่ฮั้วกันได้ทั้งกระดาน 2. หากรัฐธรรมนูญใหม่เดินหน้า ก็ต้องอยู่บนเงื่อนไขที่เขาสามารถผูกขาด การคัดเลือกผู้ร่างและชี้ขาดเนื้อหาได้ สะท้อนจาก ส.ส.ร.ที่เขาเสนอมา”
ดูเหมือนการขอความร่วมมืออารมณ์“ยกตนข่มท่าน” ยกวิธีตัวเองดีอยู่คนเดียว จะไม่ได้รับความร่วมมือ นายนิกร จำนง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย คณะทำงานด้านรัฐธรรมนูญของพรรคภูมิใจไทย ออกอาการฉุนเฉียว ต้องสอนว่า ที่ไปหารือมา เป็นความเห็นของตุลาการ ไม่ใช่คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่มีผลผูกพันกับทุกองค์กร
และนายนิกรได้ตอบโต้ “หัวหน้าเท้ง”ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชนที่ก่อนหน้านี้มีความเห็นสอดคล้องกับ สส.พริษฐ์ นายนิกรกล่าวว่า “การแก้มาตรา 256 รอบที่แล้วที่เกือบแล้วเสร็จ แต่กลับบอกเองว่าไม่ยอมรับ ร่างถูกคว่ำ นำไปสู่การยุบสภา ทำให้เรือจมไปอีกลำ เท่ากับตัดความหวังประชาชน ที่บอกว่าเลือกตั้งได้ 100% ยังมีปัญหาสุ่มเสี่ยงผิดกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ หากถูกร้อง แล้วจะรับผิดชอบไหวหรือไม่
กรณี ส.ส.ร. จะมีผู้ยื่นร้องเรียนศาลรัฐธรรมนูญแน่นอน แต่รอบนี้จะมีการยื่นผิดจริยธรรมด้วย การทำหน้าที่ต้องมีความรับผิดชอบกับความคาดหวัง ต้องทำให้สำเร็จไม่ใช่ขอแค่ได้ทำ ต้องนำเรือไปในที่ที่ปลอดภัยไม่ใช่ชนจนล่ม หากจะเอาแบบนั้นก็เอาของพรรคใครพรรคมันไปเลย เมื่อเสียงครบแล้วก็ยื่นแล้วไปว่ากันในรัฐสภา ไม่ใช่เอาขาไปขัดร่างของคนอื่นตามความเชื่อของตนเอง หากเขียนเลือก ส.ส.ร.โดยตรง เป็นความสุ่มเสี่ยงมีปัญหา ก็ไม่เอา จากนี้ก็ทางใครทางมัน”
ภูมิใจไทยบอกชัด “พรรคส้มอย่าเอาแต่ใจ” ถ้าไปถึงขั้นดึงดันจะคว่ำประชามติครั้งที่สอง ( ที่ถามว่า ให้ประชาชนออกเสียงประชามติเกี่ยวกับวิธี และเนื้อหาสำคัญของการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ) .. จะยิ่งทำให้อะไรๆ ล่าช้า ไปถึงเกิดปัญหาบานปลาย แต่พรรคส้มคงต้องกอดเรื่องการเลือกตั้ง ส.ส.ร.ไว้เป็นทางเดียวที่ไม่เสียเปรียบในการเลือกผู้ยกร่าง
แก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคส้มก็แพ้ในสภาอีก อาจต้องอ่อนผ่อนท่าต่อ สว. รวมถึง สส.พรรคอื่น เพื่อให้ร่างของตัวเองผ่านวาระแรกให้ได้ก่อนแล้วถึงคิดจะปรับเกมสู้



