ในยุคที่ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว หนึ่งในประเด็นที่ผู้บริโภคให้ความสนใจและกังวลมากที่สุดคือ “ความปลอดภัยเมื่อเกิดไฟไหม้”  ดังนั้นหากเข้าใจความเป็นรถ“อีวี” ก็จะช่วยคลายความกังวลลงได้อีกระดับหนึ่ง

รถ EV ไม่ได้ไฟไหม้ง่ายอย่างที่คิด แม้ข่าวไฟไหม้รถ EV จะดูน่ากลัวและเป็นกระแส แต่สถิติยืนยันว่า รถยนต์ไฟฟ้ามีโอกาสเกิดเพลิงไหม้น้อยกว่ารถยนต์สันดาป (ICE) อย่างเห็นได้ชัด ข้อมูลจากหน่วยงานในสวีเดนระบุว่ารถ EV มีอัตราการเกิดไฟไหม้น้อยกว่ารถน้ำมันถึง 20 เท่า หรือคิดเป็นเพียง 0.004% เท่านั้น ความกังวลส่วนใหญ่มักมาจากความ “ใหม่” และลักษณะการไหม้ที่ดูรุนแรงกว่ารถทั่วไป

ปรากฏการณ์ “เทอร์มัล รันอะเวย์” (Thermal Runaway) หัวใจสำคัญที่ทำให้ไฟรถ EV แตกต่างคือ Thermal Runaway ซึ่งเป็นการปฏิกิริยาทางเคมีภายในเซลล์แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนที่ความร้อนพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วเกินกว่าจะระบายออกได้ทัน เพลิงไหม้ชนิดนี้จัดว่าเป็น “ไฟที่สร้างออกซิเจนเองได้” (Self-Oxidizing Fire) เนื่องจากโครงสร้างภายในแบตเตอรี่จะปลดปล่อยออกซิเจนออกมาเมื่อถึงอุณหภูมิวิกฤต ทำให้การดับไฟด้วยการตัดอากาศแบบวิธีดั้งเดิมมักไม่ได้ผลกับตัวแบตเตอรี่โดยตรง

สัญญาณเตือนที่ต้องระวัง ก่อนที่ไฟจะลุกโชน แบตเตอรี่มักจะส่งสัญญาณเตือนให้ผู้ขับขี่ทราบก่อน ดังนี้  เสียงฟู่เหมือนแก๊สรั่ว เสียงนกหวีด หรือเสียงปะทุคล้ายป๊อปคอร์น   กลิ่นเคมีที่มีรสหวานคล้ายน้ำเชื่อมหรือน้ำยาล้างเล็บ  ควันหรือไอระเหยสีขาวหรือเทาพุ่งออกมาจากใต้ท้องรถ ซึ่งจริงๆ แล้วคือไอระเหยของสารอิเล็กโทรไลต์ที่เป็นก๊าซพิษและติดไฟง่าย

ขั้นตอนการเอาตัวรอดเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน หากพบสัญญาณเตือนหรือเกิดอุบัติเหตุรุนแรง ให้ปฏิบัติตามลำดับขั้นดังนี้ หยุดและปิดระบบ จอดรถในที่ปลอดภัยและเปิดโล่ง ปิดระบบการทำงานของรถ (Power OFF) ทันที รีบออกจากรถ พาผู้โดยสารทุกคนออกจากรถให้เร็วที่สุด และไปอยู่ห่างจากรถอย่างน้อย 30-100 เมตร อยู่เหนือลม หลีกเลี่ยงการสูดดมควัน เพราะควันจากแบตเตอรี่มีก๊าซพิษที่เป็นอันตรายร้ายแรงต่อระบบทางเดินหายใจ เช่น ไฮโดรเจนฟลูออไรด์ (HF) แจ้งเหตุระบุประเภทรถ เมื่อโทรแจ้ง 199 หรือ 191 ต้องระบุชัดเจนว่าเป็น “รถยนต์ไฟฟ้า” เพื่อให้เจ้าหน้าที่เตรียมอุปกรณ์เฉพาะทาง วิธีดับเพลิงน้ำปริมาณมหาศาล และสารดับเพลิงยุคใหม่

การดับไฟรถ EV ไม่ใช่แค่การดับเปลวไฟ แต่คือการ “ลดอุณหภูมิ” ของแบตเตอรี่ จำเป็นต้องน้ำจำนวนมหาศาล  ปัจจุบัน “น้ำ” ยังเป็นสารหลักที่ใช้ แต่ต้องใช้ในปริมาณที่มากเป็นพิเศษ ตั้งแต่ 11,000 ถึง 30,000 ลิตรขึ้นไปเพื่อหล่อเย็นเคสแบตเตอรี่ให้เย็นลง การใช้น้ำปริมาณน้อยเกินไป เช่น สายยางทั่วไป  อาจทำให้สถานการณ์เลวร้ายลง เพราะน้ำจะทำปฏิกิริยากับสารเคมีจนเกิดก๊าซพิษและก๊าซไฮโดรเจนที่ระเบิดได้ เจ้าหน้าที่อาจใช้ ผ้าคลุมดับเพลิง (Fire Blanket) เพื่อจำกัดขอบเขตของเปลวไฟและก๊าซพิษ หรือใช้สารห่อหุ้มโมเลกุลอย่าง F-500 EA ผสมน้ำ ซึ่งช่วยลดอุณหภูมิได้เร็วกว่าน้ำเปล่าหลายเท่า