เมื่อวันที่ 26 มิ.ย. 69 ที่รัฐสภา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ได้ออกหนังสือนัดประชุม สว. ในวันที่ 29-30 มิ.ย. นี้ โดยกำหนดวาระพิจารณาที่สำคัญ คือ การพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาเสร็จแล้ว รวม 7 ฉบับ ได้แก่ กลุ่มร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยท้องถิ่น 6 ฉบับ ที่จะพิจารณาในวันที่ 29 มิ.ย. และร่าง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข ที่จะพิจารณาวันที่ 30 มิ.ย. นี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับร่าง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข ที่ กมธ.วิสามัญ ที่มี พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ แสงเพชร สว. เป็นประธาน กมธ. ได้พิจารณา พบว่าในสาระของร่างมาตรา ทั้ง 13 มาตรานั้น มีการแก้ไขเพียงเล็กน้อย เช่น การกำหนดหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข ที่เพิ่มข้อความที่เป็นบทคุ้มครองการทำหน้าที่ หากกรรมการได้กระทำโดยสุจริตย่อมได้รับความคุ้มครอง การตัดคำว่า “รัฐวิสาหกิจ” ออกจากตัวเนื้อหาของร่างกฎหมายและคงไว้เพียง “หน่วยงานรัฐ” เท่านั้น เป็นต้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวได้กำหนดให้มีบัญชีแนบท้าย ซึ่งเป็นรายละเอียดเกี่ยวกับความผิดตามกฎหมายต่างๆ รวม 29 ฉบับ ที่ได้สิทธิรับการพิจารณานิรโทษกรรม จำนวน 29 ฉบับ โดยเป็นที่น่าสังเกตว่า กมธ.เสียงข้างมากได้ปรับแก้ไข โดยได้เรียงลำดับของกฎหมายที่ใช้เป็นฐานพิจารณานิรโทษกรรมใหม่ เช่น ปรับจากความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ให้ไปต่อท้ายความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. พ.ศ. 2561 (เฉพาะที่ไม่เกี่ยวกับการเลือกโดยทุจริต การเลือกไม่เป็นธรรม และคุณสมบัติอันเป็นเท็จ) ความผิดตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. พ.ศ. 2561 (เฉพาะที่ไม่เกี่ยวกับการเลือกโดยทุจริต การเลือกไม่เป็นธรรม และคุณสมบัติอันเป็นเท็จ) เป็นต้น
ในบัญชีแนบท้ายได้เพิ่มการกระทำผิดในอีก 2 กฎหมายเข้าไป คือ ความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดบางประการต่อการเดินอากาศ พ.ศ. 2521 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดบางประการต่อการเดินอากาศ พ.ศ. 2558
นายสมชาย แสวงการ อดีต สว. ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กเพื่อตั้งข้อสังเกตต่อร่าง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุขเพื่อนิรโทษกรรมทางการเมืองที่มีมูลเหตุจากความขัดแย้งหรือแรงจูงใจทางการเมือง ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 48 ถึง 16 ก.ค. 2568 ตอนหนึ่งว่า ร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวจะผ่านชั้น สว. ไม่กี่วัน แต่ต้องมาสะดุดใจและเกิดความสงสัยอย่างแรง ในบัญชีแนบท้ายที่จะก่อผลให้เกิดการนิรโทษกรรมในหลายกฎหมาย ที่ควรตรวจสอบให้ชัดเจนว่าเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งที่เกิดการชุมนุมทางการเมืองหรือไม่
“กมธ. ใส่ พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. พ.ศ. 2561, พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. พ.ศ. 2561 และ พ.ร.ป.ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. 2560 ทำไมจะนิรโทษกรรมใคร คดีใดมูลฐานความผิดใด ส่วนตัวนึกไม่ออกจริงๆ ว่ามีความผิดมูลฐานใดใน 3 พ.ร.ป.ที่จะนิรโทษกรรม พาให้อดนึกไปในทางร้ายไม่ได้ว่า มีใครคิดจะเตรียมการนิรโทษกรรม เรื่องที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง สส. เมื่อปี 2562 ปี 2566 ปี 2569 หรือการฮั้วเลือก สว. ที่ผ่านมาหรือไม่ รวมถึงนิรโทษกรรม กกต. ด้วยหรือไม่” นายสมชาย ระบุ
นายสมชาย ระบุต่อว่า มีคนพยายามชี้แจงว่า แม้ใส่ไว้แต่หากไม่มีมูลฐานความผิดไม่ต้องนิรโทษกรรม ทำให้แปลกใจมากขึ้น เพราะเป็นตรรกะย้อนแย้งชัดเจนว่า ถ้าไม่มีมูลฐานความผิด จะไปใส่กฎหมายเพื่อจะรอนิรโทษกรรมทำไม ขอฝากผู้เกี่ยวข้องให้ชี้แจงให้ชัดเจนด้วยเพราะอยากเห็นเป็นร่างกฎหมายที่สร้างความสมานฉันท์ปรองดอง ให้อภัยกัน แต่ไม่ต้องการให้ใครสอดไส้ ลักไก่นิรโทษกรรม บางคดี เช่น คดีฮั้ว สว. คดีเลือกตั้ง สส. คดี กกต. ถูกฟ้อง หรือคดีความผิดต่อความมั่นคงในและนอกราชอาณาจักรที่ค้างอยู่ที่ ป.ป.ช. เป็นต้น



