เล่นกันแรงมากขึ้น หลัง “นายอนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวถึงกรณีอัยการสั่งไม่ฟ้องอดีต สส.พรรคประชาชน (ปชน.) คดียาเสพติด ซึ่งทางพรรค ปชน. นำมาเชื่อมโยงกับกรณีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) แถลงเปิดชื่อ “นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ” สส.บัญชีรายชื่อพรรค ปชน. อาจเชื่อมโยงคดี Forex มองเป็นการกลั่นแกล้งทางการเมือง ว่า เขาคงคิดไปเรื่อย ถ้าตนกลั่นแกล้งจริงคงโดนไปหลายคนแล้ว “ผมไม่เคยคิดเรื่องชั่วๆ พวกนี้”

เมื่อถามย้ำว่า ไม่ใช่การดิสเครดิตทางการเมืองใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า “ผมไม่ทำเรื่องสับปะรังเคพรรค์นี้หรอก เพราะว่านี่รัฐบาล คนทำผิดกฎหมายก็มีเจ้าพนักงานมีอะไรที่ต้องดูแลไป เรามีหน่วยงานทหาร ตำรวจ ดีเอสไอ ป.ป.ส. ปปง. นายกฯ จะไปทำอะไรพวกนี้ไม่ได้ เป็นอย่างไรก็เป็นอย่างนั้น”

ก่อนหน้านั้น “นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” หัวหน้าพรรค ปชน. ออกมาปกป้อง “นายภาวุธ” หลัง “ดีเอสไอ” แถลงผลการปฏิบัติการปราบปรามเครือข่ายธุรกิจ Forex และมีชื่อ “นายภาวุธ” เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ซึ่งยังไม่ได้ตกเป็นผู้ถูกกล่าวหา เพียงแต่พบมีการโอนเงินไปยังบัญชีของ สส.พรรค ปชน. จำนวน 28 ล้านบาท โอนหลายครั้ง ครั้งละ 2 ล้าน จำนวน 14 ครั้ง โดยหัวหน้าพรรค ปชน. ระบุว่า เห็นได้ชัดว่าการออกมาแถลงข่าวของดีเอสไอ เป็นการแถลงข่าวที่ไม่ค่อยปกติมากเท่าไหร่ กลายเป็นว่าผู้ต้องสงสัยถูกเปิดชื่อ แต่ผู้ต้องหาไม่มีใครถูกเปิดชื่อเลยสักคน เป็นเรื่องที่แปลก อยากให้ดีเอสไอ ทำทุกอย่างอย่างตรงไปตรงมา

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะดำเนินคดีกลับหรือไม่ หัวหน้าพรรค ปชน. ตอบว่า มีการพูดคุยกันในฝ่ายกฎหมายของพรรคว่า หากเจ้าหน้าที่ของรัฐ โดยเฉพาะคนที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรม ดำเนินการไม่ถูกต้องตามกฎหมาย หรือทำให้ตัวเองกลายเป็นเครื่องมือทางการเมือง ในการโจมตีทำลายล้างฝั่งตรงข้าม เราพร้อมที่จะเก็บรวบรวมพยานหลักฐานทุกอย่าง และยื่นฟ้องเจ้าหน้าที่รัฐทุกคนที่ใช้อำนาจโดยมิชอบ

อย่าลืมว่า “นายภาวุธ” เป็นคนแรกๆ ที่ออกมาตรวจสอบ “โครงการ TH-AI Passport” จึงอาจถูกมองว่า ถูกการเมืองเล่นงาน ที่น่าสนใจคือ สื่อบางสำนักนำคลิป “นายภาวุธ” ประชาสัมพันธ์ของ QRS Global ซึ่งเป็น 1 ใน 4 โบรกเกอร์ ฟอเร็กซ์ ได้ใช้บริการระบบชำระเงิน (Payment Gateway) ของบริษัท เพย์ โซลูชั่น จำกัด (Pay Solutions) ที่นายภาวุธ เคยเป็นผู้ถือหุ้น เพื่อรับโอนเงินจากลูกค้าที่เข้ามาลงทุน โดยดีเอสไอ ตรวจพบเส้นทางการเงินเครือข่ายโบรกเกอร์ฟอเร็กซ์ ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ไม่อนุญาตให้ประกอบธุรกิจในประเทศไทย

ในคลิปดังกล่าว “นายภาวุธ” ได้บอกเล่าประสบการณ์ การปรับมุมมองจากนักธุรกิจ สู่การเป็นนักเทรดมืออาชีพ โดยระบุว่า หลังเข้าเรียนในคลาสเทรดเพียง 2-3 เดือน ทำให้มีความเข้าใจการลงทุนมากขึ้น นอกจากนี้ นายภาวุธ ยังกล่าวว่า การเทรดถือเป็นเครื่องมือเสริมที่ดีสำหรับผู้ประกอบธุรกิจ เพราะช่วยให้ได้เรียนรู้และติดตามภาวะเศรษฐกิจโลก อีกทั้งยังได้โชว์รางวัล เป็นโทรศัพท์มือถือเครื่องใหม่ ซึ่งระบุว่าได้รับจากการสะสมแต้มผ่านการเทรด พร้อมแสดงความสนใจในแคมเปญสะสมแต้ม เพื่อแลกรับสิทธิเดินทางท่องเที่ยวประเทศฝรั่งเศสฟรีอีกด้วย

จากนี้แต่ละฝ่ายคงต้องนำข้อมูลมาหักล้างกันเต็มที่ โดยเฉพาะ “นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ” สส. พรรค ปชน. แม้จะยังไม่ถูกตั้งข้อกล่าวหาเชื่อมโยงกับคดี Forex มีแต่หลักฐานการโอนเงินจำนวน 28 ล้านบาท ก็คงต้องรีบชี้แจง หรือคลิปที่ปรากฏ ซึ่งเป็น 1 ใน 4 โบรกเกอร์ ฟอเร็กซ์

ส่วนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ (รธน.) ยังเป็นประเด็นที่พรรคแกนนำรัฐบาลภูมิใจไทย “ภท.” และแกนนำพรรคฝ่ายค้านพรรคประชาชน (ปชน.) เห็นต่างกันอยู่ โดย “นายนิกร จำนง” สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ภท. ในฐานะคณะทำงานด้าน รธน.ของพรรค ภท. แถลงกรณีที่ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรค ปชน. ระบุถึงแนวทางการแก้ไขเพิ่มเติม รธน. ที่สามารถให้มีคูหาเลือกสมาชิกสภาร่าง รธน (ส.ส.ร.) ได้ หลังมีผลหารือจากตัวแทน 2 คณะกรรมาธิการ (กมธ.) ของวุฒิสภา กับตุลาการศาล รธน. ว่า เป็นความเห็นของตุลาการศาล รธน. ไม่ใช่คำวินิจฉัยของศาล รธน.

สิ่งที่ให้สัมภาษณ์ไปก่อนหน้านั้นไม่ได้บิดเบือน ในวันที่ 23 มิ.ย. เวลา 11.00 น. ฝ่ายกฎหมายของพรรค ภท. จะหารือเพื่อพิจารณาว่า จะปรับปรุงร่างแก้ รธน. ที่ยื่นไปแล้วหรือไม่ แต่ส่วนตัวเชื่อว่าจะยืนตามเดิม เพราะเนื้อหาที่ทำนั้น เป็นสิ่งที่ประชาชนหวังได้ มองว่าหัวหน้าพรรค ปชน. มีปัญหาเสมอ ทั้งการทำเอ็มโอเอ (MOA) และยกร่าง รธน. มาตรา 256 รอบที่แล้วที่เกือบแล้วเสร็จ แต่กลับบอกเองว่าไม่ยอมรับทำให้คว่ำร่างแก้ไข จนนำไปสู่การยุบสภาตัดความหวังประชาชน

นายนิกร กล่าวอีกว่า ที่บอกว่าเลือกตั้งได้ 100 เปอร์เซ็นต์ ยังมีปัญหาสุ่มเสี่ยง ผิดกับคำวินิจฉัยของศาล รธน. ทั้งนี้ก่อนปฏิบัติหน้าที่ของสมาชิกรัฐสภา ต้องปฏิญาณตนถือเป็นข้อผูกมัด ที่ต้องทำให้ถูกต้อง หากสุ่มเสี่ยงทำไปจะถูกร้อง แล้วจะรับผิดชอบไหวหรือไม่ ส่วนการรอร่างแก้ไข รธน. ของภาคประชาชน ต้องรับกันให้ได้ว่าการแก้ไขจะช้าไปอีกสมัยประชุม จากเดิมที่คำนวณแล้วจะได้ในปลายปี 2572 ต้องขยับไปอีก อย่างน้อย 6 เดือน ทั้งนี้ประชาชนที่ออกเสียงประชามติ 21 ล้านเสียง คาดหวังกับรัฐสภา หากจะทำให้ถึงเป้าหมายอย่าเล่นการเมือง และอย่าทำให้ประชาชนฝันค้าง

เมื่อถามว่า มองว่าเรื่องที่เห็นแย้งกันจะมีผู้ยื่นให้ศาล รธน. ตีความอีกหรือไม่ นายนิกร กล่าวว่า มีแน่นอน แต่รอบนี้จะมีการยื่นผิดจริยธรรมด้วย หากจะเอาแบบนั้น ก็เอาของพรรคใครพรรคมันไปเลย เมื่อเสียงครบแล้วก็ยื่นแล้วไปว่ากันในรัฐสภา ไม่ใช่เอาขาไปขัดลูกของคนอื่น ตามความเชื่อของตนเอง หากเขียนเลือก ส.ส.ร.โดยตรง เป็นความสุ่มเสี่ยงมีปัญหา ก็ไม่เอา จากนี้ทางใครทางมัน เป้าหมายอยู่ที่ รธน. ไม่ใช่ล้มคนที่อยู่ข้างๆ

ส่วน “นายพริษฐ์ วัชรสินธุ” สส. พรรค ปชน. ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวถึงความคืบหน้าการจัดทำ รธน.ฉบับใหม่ ว่า พรรค ปชน.เดินหน้าผลักดันให้มี ส.ส.ร.มาจากการเลือกตั้ง 100% โดยจะนำข้อสรุปจากการหารือกับศาล รธน. เข้าที่ประชุม สส.พรรค ปชน. และขอให้ทุกพรรคการเมือง ทบทวนร่างของตนเอง เพื่อมาร่วมผลักดัน ส.ส.ร. ที่มาจากการเลือกตั้งหรือไม่ หากพรรค ภท.มีความจริงใจ ควรจะนำข้อมูลใหม่ที่ได้จากการหารือกับศาล รธน. ไปพิจารณาอย่างรอบคอบ และมาหารือร่วมกับทุกฝ่ายว่า จะร่วมกันผลักดัน ส.ส.ร.ที่มาจากการเลือกตั้งอย่างไร

แต่หากพรรค ภท. ตัดสินใจเดินหน้าโดยปฏิเสธข้อมูลใหม่ ก็อดสงสัยไม่ได้ว่าเหตุผลที่แท้จริงเป็นเพราะมีธงไว้อยู่แล้วว่า ต้องการฉวยโอกาสจากคำวินิจฉัยที่มีความคลุมเครือ เพื่อนำมาเป็นข้ออ้างในการตัดการมีส่วนร่วมของประชาชน ในการเลือกตั้ง ส.ส.ร. ออกไปเพื่อทำให้การเดินหน้าจัดทำ รธน.ฉบับใหม่นั้น เป็นกระบวนการที่ถูกผูกขาดโดยระบอบสีน้ำเงิน ทั้งเลือกผู้ร่างและผู้ที่ชี้ขาดเนื้อหาใน รธน.ฉบับใหม่

เมื่อแต่ละฝ่ายมุมมองที่แตกต่างกัน ก็เป็นเรื่องที่แต่ละฝ่ายจะนำเสนอร่างแก้ไข รธน. ของพรรคตัวเอง ซึ่งคงต้องบอกว่า องคาพยพของพรรค ภท. จะได้เปรียบในฐานะที่เป็นพรรคแกนนำรัฐบาล และมีสมาชิกวุฒิสภา (สว.) เป็นเครือข่ายอยู่อีกเกือบ 140 เสียง ยิ่งเนื้อหาของพรรค ปชน.สุ่มเสี่ยงกับการขัดคำวินิจฉัยของศาล รธน.

“ทีมข่าวการเมือง”