ลิ้นจี่ จัดเป็นไม้สกุลเดียวกับเงาะ ลำไย มีอายุได้นาน 5-25 ปี เป็นม้ยืนต้นขนาดกลางสูงประมาณ 11-15 เมตร ไม่ผลัดใบลำต้นแตกกิ่งค่อนข้างต่ำและจะแตกกิ่งออกจำนวนมาก ทำให้แลดูเป็นทรงพุ่มหนาทึบ เปลือกลำต้นมีสีน้ำตาลอมเทา เปลือกลำต้นขรุขระเล็กน้อย  เป็นใบประกอบแบบขนนกโดยจะออกบริเวณปลายกิ่งซึ่งมีก้านใบหลักยาว 10-20 ซม. และก้านใบมีใบย่อยแตกออกด้านข้างเรียงสลับกัน 2-10 ใบ ใบย่อยมีลักษณะเป็นรูปหอก หรือ รูปรีเรียวยาว โคนใบสอบ ปลาบใบแหลม แผ่นใบเรียบหนาและเหนียวคล้ายหนัง ผิวใบมัน ใบอ่อนมีสีค่อนข้างแดง ส่วนใบแก่มีสีเขียวเข้ม ส่วนท้องใบมีสีเขียวอมเทาที่จางกว่าแผ่นใบด้านบน

ออกเป็นช่อบริเวณปลายกิ่ง หรือ ใบยอด โดยช่อดอกจะมีก้านช่อดอกยาว 10-30 เซนติเมตร แตกแขนงกว้าง 10-30 เซนติเมตร ซึ่งในแต่ละช่อดอกจะประกอบด้วยดอกย่อยขนาด (3-5 มิลลิเมตร) และมีจำนวนมาก กลับเลี้ยงสีเหลืองเขียวรูปถ้วย 4-5 กลีบ ส่วนกลีบดอกจะไม่มี ภายในมีเกสรเพศผู้ 5-10 อัน ส่วนชั้นในสุดจะเป็นเกสรเพศเมียที่ชูเกสรและรังไข่ โดยรังไข่มี 2 พู แต่จะติดเป็นผลเพียง 1 พู  ผลลิ้นจี่ เป็นผลสด รูปร่างกลมรี หรือ อาจต่างกันไปตามสายพันธุ์ ผิวผลคล้ายหนังขรุขระสากมือ คล้ายมีตุ่ม หรือ หนามขนาดเล็ก ผลอ่อนมีสีเขียว ผลแก่จัดมีสีแดงและแดงคล้ำตามลำดับ เนื้อในมีสีใสหรือสีขาว มีรสหวานอมเปรี้ยวและมีเมล็ดเดี่ยวมีสีน้ำตาลแดงแข็งรูปรีผิวเมล็ดเป็นมัน

จากการศึกษาพบว่าในเนื้อลิ้นจี่นอกจากจะอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุที่สำคัญต่อร่างกายแล้ว ยังมีกรดไขมันที่สำคัญต่อร่างกายอีกด้วย เช่น กรดปาล์มิติก 12%, กรดไลโนเลอิก  11%, กรดโอเลอิก 27% ซึ่งมีฤทธิ์ในการต่อต้านอนุมูลอิสระ ในเนื้อผลลิ้นจี่จะมีสารประกอบชนิดหนึ่งที่เป็นสาเหตุทำให้เกิดอาการร้อนในได้ ดังนั้นการรับประทานลิ้นจี่ในปริมาณที่มากเกินไปอาจจะทำให้เกิดอาการร้อนในได้ คุณควรเลือกรับประทานผักผลไม้ให้หลากหลายเพื่อให้เกิดความสมดุลของร่างกายและป้องกันการเกิดอาการดังกล่าว

นอกจากนี้การกินผลสดเป็นยาบำรุงร่างกาย ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งเต้านม ช่วยแก้อาการไอเรื้อรัง ช่วยลดอาการคัดจมูก จากหวัด ช่วยป้องกันและรักษาโรคเลือดออกตามไรฟัน ช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดี ช่วยลดกรดในกระเพาะอาหาร ช่วยรักษาอาการท้องเดิน

และยังช่วยใช้บำรุงร่างกายฟื้นฟูบำรุงร่างกาย แก้ไอเรื้อรัง แก้หวัดคัดจมูก ช่วยในการย่อยอาหาร ลดกรดในกระเพาะอาหาร แก้อาการเจ็บคอ ลดอาการไอ ช่วยรักษาอาการท้องเดิน ป้องกันโรคลักปิดลักเปิด ป้องกันโรคเหน็บชา แก้โรคหัด โดยการนำผลมารับประทานสด หรือ นำไปตากแห้งแล้วนำมาต้มกับน้ำดื่ม ใช้แก้ไส้เลื่อน ปวดบวมอัณฑะ ปวดท้อง ปวดบวม โดยใช้เมล็ดลิ้นจี่บดเป็นผงชงน้ำดื่ม ใช้แก้อีสุกอีใสติดเชื้อไวรัสโดยใช้รากลิ้นจี่มาตากให้แห้งแล้วนำไปชงเป็นชาดื่ม

ข้อควรระวังใน การทานลิ้นจี่สดมากเกินไป อาจทำให้เกิดอาการร้อนในได้ ควรรับประทานอาหารหลากหลาย โดยเฉพาะอาหารรสเย็น เพื่อให้เกิดความสมดุลและเพื่อแก้อาการร้อนใน และสำหรับผู้ที่มีอาการ เวียนหัว ตาลาย มีเสียงในหู ปวดเมื่อยเอว ร้อนอุ้งเท้า ปากคอแห้ง ลิ้นแดง มีฝ้าน้อย ควรหลีกเลี่ยงการทานลิ้นจี่ เพราะถ้าหากทานลิ้นจี่มากเกินไปจะทำให้เกิด “โรคลิ้นจี่” ได้ มีอาการหัวใจเต้นเร็ว แขนขาไม่มีแรง มึนหัว หน้ามืดตาลาย หากมีอาการดังกล่าวนี้ ให้นำเปลือกลิ้นจี่ไปต้มทาน จะทำให้อาการหายไป