มะขามป้อม เป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก-กลาง สูง 8-12 เมตร ลำต้นมักคดงอ เปลือกนอกสีน้ำตาลอมเทา ผิวเรียบหรือค่อนข้างเรียบ เปลือกในสีชมพูสด ใบเดี่ยว มีลักษณะคล้ายใบประกอบคล้ายใบมะขาม รูปขอบขนานติดเรียงสลับ กว้าง 0.25-0.5 ซม.ยาว 0.8-12 ซม. สีเขียวอ่อนเรียงชิดกัน ใบสั้นมาก เส้นแขนงใบไม่ชัดเจน ดอกขนาดเล็กแยกเพศ แต่อยู่บนกิ่งหรือต้นเดียวกัน ออกตามง่ามใบ 3-5 ดอกแน่น ตามปลายกิ่ง กลีบเลี้ยง 6 กลีบ ดอกสีขาวหรือขาวนวล ผลทรงกลมมีเนื้อหนา 1.2-2 ซม. ผลอ่อนมีสีเขียวอ่อน ผลแก่มีเขียวอ่อนค่อนข้างใส มีเส้นริ้ว ๆ ตามยาว สังเกตได้ 6 เส้น เนื้อผลรับประทานได้มีรสฝาดเปรี้ยว ขมและอมหวาน เปลือกหุ้มเมล็ดแข็งมี 6 เส้น เมล็ดมี 6 เมล็ด
มะขามป้อม ผลไม้ที่อุดมไปด้วยวิตามินซี อีกทั้งยังมีสารแทนนินและโพลีฟีนอล ซึ่งเป็นสารป้องกันการสลายตัวของวิตามินซี ทำให้วิตามินซีคงตัวอยู่ได้นาน ไม่เพียงเท่านั้นมะขามป้อมยังอุดมไปด้วยสารอาหาร ทั้งวิตามินเอ วิตามินบี 3 ธาตุเหล็ก แคลเซียม และฟอสฟอรัส ผลของมะขามป้อมสามารถทานสดๆ ได้ โดยไม่ต้องนำไปแปรรูป เมื่อเรากัดผลมะขามป้อม น้ำมะขามป้อมที่ซึมออกมาจะช่วยแก้อาการคอแห้ง และยังช่วยดับกระหายน้ำได้ดี ช่วยแก้ไอ แก้หวัด ละลายเสมหะ รักษาอาการเจ็บคอ เพราะอุดมไปด้วยวิตามินซีและสารกลุ่มแทนนิน แถมรสเปรี้ยวของมะขามป้อมยังช่วยละลายเสมหะและบำรุงเสียง
มะขามป้อมถือเป็นผลไม้ที่ช่วยแก้อาการท้องผูกได้ดี เนื่องจากยางของผลมะขามป้อม มีฤทธิ์เป็นยาระบาย ช่วยให้ระบบขับถ่ายดีขึ้น แต่ถ้าหากทานในปริมาณที่มากเกินไปอาจทำให้มีอาการท้องเสียแทนได้ ดังนั้นจึงควรควบคุมให้อยู่ในปริมาณที่เหมาะสม ช่วยบำรุงผิวพรรณ ชะลอการเกิดริ้วรอย และทำให้หน้าขาวสดใส เพียงนำมะขามป้อมมาฝน หรือตำแล้วนำน้ำที่ได้ไปทาบริเวณหน้า และผิวได้ นอกจากป้องกันโรคไข้หวัด ยังช่วยรักษาอาการหอบหืด เพียงนำเมล็ดมะขามป้อมมาตำเป็นผง แล้วชงดื่มกับน้ำร้อน ขั้นตอนง่ายนิดเดียว แต่ช่วยให้อาการหอบหืดดีขึ้นอย่างมาก ผลของมะขามป้อม สามารถช่วยบรรเทาอาการคัน แก้พิษน้ำร้อนลวก และช่วยรักษาแผลได้อย่างไม่น่าเชื่อ
ผู้ป่วยโรคเบาหวานที่ไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ ควรระมัดระวังการรับประทานมะขามป้อม ผู้ที่ท้องเสียง่ายควรระวังการรับประทานมะขามป้อม เนื่องจากมะขามป้อมมีฤทธิ์เป็นยาระบาย



