ไพล หรือที่รู้จักในชื่อ ว่านไฟ เป็นพืชล้มลุกในวงศ์ขิง มีเหง้าใต้ดินขนาด เปลือกนอกสีน้ำตาลแกมเหลือง เนื้อในสีเหลืองถึงสีเหลืองอมเขียว มีความฉ่ำน้ำ และมีกลิ่นหอมฉุนเฉพาะตัวคล้ายการบูร ลำต้นเหนือดินเป็น “ลำต้นเทียม” ที่เกิดจากการห่อหุ้มของกาบใบ สูงประมาณ 0.7 – 1.5 เมตร ใบเดี่ยวเรียงสลับ รูปขอบขนานแกมใบหอก (รูปหอก) กว้างประมาณ 4 – 5 ซม. และยาว 25 – 35 ซม. ผิวใบเกลี้ยง สีเขียวเข้ม เมื่อขยี้จะมีกลิ่นหอมดอก ออกเป็นช่อแทงตรงขึ้นมาจากเหง้าใต้ดิน กลีบดอกเป็นเกล็ดซ้อนทับกัน ใบประดับมีสีแดงอมม่วง ดอกย่อยสีขาวอมชมพูหรือสีครีม
ประโยชน์ของไพลสด ใช้เหง้าสดล้างให้สะอาดหั่นเป็น ชิ้นบางๆ ต้มกับน้ำมันพืชโดยใช้ไฟอ่อนๆ ในอัตรา 2:1 ต้มจนน้ำมันที่ได้เป็นสีเหลืองใส กรองเอาเฉพาะน้ำมัน อาจผสม การบูรเล็กน้อย เพื่อประคบบริเวณที่มีอาการ เช้า-เย็น หรือ เวลาปวดจนกว่าจะหาย
ใช้เหง้าไพลสดตำผสมการบูรประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ ห่อเป็นลูกประคบ และอังไอน้ำให้ร้อน ใช้ประคบบริเวณที่ปวดวันละ 2 ครั้ง จะช่วยบรรเทาอาการปวดได้ดี และยังมีกลิ่นสมุนไพรที่ทำให้ร่างกายและจิตใจได้ผ่อนคลายลงได้ แก้บิด ท้องเสีย ใช้เหง้าไพลสด 4-5 แว่น ตำให้ละเอียด คั้นเอาแต่น้ำเติมเกลือครึ่งช้อนชา ใช้รับประทาน หรือ ฝนกับน้ำปูนใส รับประทาน
เป็นยารักษาหืด ใช้เหง้าไพลแห้ง 5 ส่วน พริกไทย ดีปลี อย่างละ 2 ส่วน กานพลู พิมเสน อย่างละ ½ ส่วน บดผสมรวมกัน ใช้ผงยา 1 ช้อนชา ชงน้ำร้อนรับประทาน หรือ ปั้นเป็นลูกกลอนด้วยน้ำผึ้ง ขนาดเท่าเม็ดพุทรา รับประทานครั้งละ 2 ลูก ต้องรับประทานติดต่อกันเวลานาน จนกว่าอาการจะดีขึ้น
เป็นยาแก้เล็บถอด ใช้เหง้าไพลสด 1 แง่ง ขนาดเท่าหัวแม่มือ ตำให้ละเอียดผสมเกลือ และการบูร อย่างละประมาณครึ่งช้อนชา แล้วนำมาพอกบริเวณที่เป็นหนอง ควรเปลี่ยนยาวันละครั้ง ช่วยทำให้ผิวหนังชุ่มชื่น และเป็นยาช่วยสมานแผลด้วย ใช้เหง้าสด 1 แง่ง ฝานเป็นชิ้นบางๆ ใช้ต้มรวมกับสมุนไพรอื่นๆ เนื่องจากไพลมี่น้ำมันหอมระเหย
การใช้วิธีการใช้ไพลรักษาอาการบวม ฟกช้ำ อักเสบนำไพลมาฝานเป็นชิ้นบางๆ ใช้ถูนวดบริเวณที่อักเสบ เตรียมน้ำมันไพลด้วยการจี่ในกะทะ (คั่วในกะทะ) จนได้น้ำมันสีเหลือง นำมาทาถูนวด
เนื่องจากไพลเป็นสมุนไพรไทยที่ใช้กันมายาวนาน แต่เช่นเดียวกับสมุนไพรชนิดอื่น การใช้ไพลก็มีข้อควรระวังที่ผู้ใช้ควรทราบ สำหรับผลข้างเคียงที่อาจพบได้จากการใช้ไพลทาภายนอก ได้แก่ อาการระคายเคืองผิวหนัง ผื่นแดง หรือคัน โดยเฉพาะในผู้ที่มีผิวแพ้ง่าย ควรทดสอบบริเวณผิวหนังเล็กน้อยก่อนใช้เป็นบริเวณกว้าง หากพบอาการผิดปกติควรหยุดใช้ทันที
สำหรับการรับประทาน อาจทำให้เกิดอาการไม่สบายท้อง คลื่นไส้ หรือท้องเสียในบางราย โดยเฉพาะหากใช้ในปริมาณมากหรือใช้ติดต่อกันเป็นเวลานาน ผู้ที่มีปัญหาระบบทางเดินอาหารควรใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ
ไพลอาจมีปฏิกิริยากับยาบางชนิด โดยเฉพาะยาต้านการแข็งตัวของเลือดและยาละลายลิ่มเลือด เนื่องจากไพลอาจมีฤทธิ์ส่งผลต่อการแข็งตัวของเลือด ผู้ที่รับประทานยาเหล่านี้ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ไพล
หญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตรควรหลีกเลี่ยงการใช้ไพล ผู้ที่มีโรคเกี่ยวกับการแข็งตัวของเลือดหรือกำลังจะเข้ารับการผ่าตัดควรงดใช้ผู้ที่แพ้พืชในตระกูลขิง เช่น ขิง ข่า ขมิ้น อาจมีความเสี่ยงแพ้ไพล ไม่ควรใช้ไพลทาบริเวณแผลเปิด ผิวหนังที่มีรอยถลอก หรือบริเวณที่มีการอักเสบรุนแรง



