เมื่อค่ำวันที่ 1 ก.ค. พล.ต.ต.กัมปนาท อรุณคีรีโรจน์ ผบก.น.4 พ.ต.อ.นิภพล สุขนิยม รอง ผบก.น.4 สั่งการ พ.ต.อ.ประสพโชค เอี่ยมพินิจ ผกก.สน.หัวหมาก พ.ต.อ.ธัญญพัทธ์ บุญสุข ผกก.สส.บก.น.4 นำกำลังชุดสืบสวน กก.สส.บก.น.4 และสน.หัวหมาก ร่วมกันจับกุมตัว นายปรวิศร์ อายุ 33 ปี พร้อมของกลางสร้อยคอทองคำ หนัก 1 บาท ภายในอู่ซ่อมรถจักรยานยนต์ บริเวณหน้าซอยนวมินทร์ 42 แยก 15

สืบเนื่องจากเมื่อเวลาประมาณ 16.51 น.ที่ผ่านมา เกิดเหตุคนร้ายวิ่งราวทรัพย์ภายในร้านทองเยาวราช สาขารามคำแหง 53 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพ โดยคนร้ายเป็นชายสวมเสื้อแขนยาวสีดำ กางเกงขายาวสีดำ อายุประมาณ 20-30 ปี เดินเข้าไปทำทีเป็นลูกค้า ขอพนักงานนำสร้อยคอทองคำน้ำหนัก 1 บาท มาให้เลือกดูก่อนสบโอกาสได้ฉวยสร้อยคอทองคำแล้ววิ่งหลบหนีออกทางประตูด้านข้างร้าน ขึ้นรถจักรยานยนต์ที่จอดเตรียมไว้หน้าร้านขี่หลบหนีอย่างรวดเร็ว โดยสร้อยคอทองคำที่ถูกชิงไปมีมูลค่า 64,700 บาท

หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.หัวหมาก ได้เร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดและแกะรอยเส้นทางหลบหนีอย่างกระชั้นชิด จนทราบว่าผู้ก่อเหตุหลบไปอยู่ภายในอู่ซ่อมรถจักรยานยนต์ บริเวณหน้าซอยนวมินทร์ 42 แยก 15 จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนนำกำลังเข้าตรวจสอบ เมื่อไปถึงพบชายต้องสงสัยนั่งอยู่ภายในอู่ซ่อมรถจักรยานยนต์ เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าควบคุมตัวไว้ได้ ทราบชื่อคือ นายปรวิศร์ พร้อมตรวจยึดของกลาง สร้อยคอทองคำน้ำหนัก 1 บาท 1 เส้น ก่อนควบคุมตัวมายังฝ่ายสืบสวน สน.หัวหมาก เพื่อจัดทำบันทึกการจับกุมและดำเนินคดีตามกฎหมาย

จากการสอบสวน ผู้ต้องหารับสารภาพว่า สาเหตุที่เลือกก่อเหตุร้านทองแห่งนี้ เพราะเห็นว่าประตูร้านเข้า-ออกได้สะดวก สามารถวิ่งหลบหนีและขึ้นรถจักรยานยนต์ได้อย่างรวดเร็ว จึงตัดสินใจเลือกลงมือก่อเหตุที่ร้านดังกล่าว เบื้องต้น แจ้งข้อหา “วิ่งราวทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะ” ก่อนนำตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจขอประชาสัมพันธ์ไปยังผู้ประกอบการร้านทอง ให้เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย โดยติดตั้ง ประตูดิจิทัล (Digital Door) เพื่อควบคุมการเข้า-ออก ควบคู่กับระบบกล้องวงจรปิดและสัญญาณแจ้งเหตุฉุกเฉิน เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากเหตุวิ่งราวทรัพย์และชิงทรัพย์ รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันเหตุอาชญากรรมในร้านทอง.



