เมื่อวันที่ 29 มิ.ย. 2569 ที่ศาลจังหวัดพัทยา ศาลได้อ่านคำพิพากษาในคดีดำที่ อ.968/2568 และคดีแดงที่ อ.726/2569 โดยพิพากษาลงโทษจำเลยรวม 8 ราย ในความผิดหลายข้อหา ได้แก่ จัดหาบัญชี ยินยอมหรือเปิดให้ใช้บัญชีเพื่อกระทำความผิด สนับสนุนการฉ้อโกงประชาชน นำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ฟอกเงิน และปลอมเอกสารสิทธิ จากกรณีร่วมกันจัดหาบัญชีธนาคารเพื่อใช้ก่ออาชญากรรมทางเทคโนโลยี

สำหรับจำเลยซึ่งเป็นผู้จัดการสาขาและพนักงานของธนาคารพาณิชย์แห่งหนึ่งในเมืองพัทยา จำนวน 4 ราย ประกอบด้วย 1. นายสุรสิทธิ์ ผู้จัดการสาขา 2. น.ส.สิริลักษณ์ เจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด 3. น.ส.ชุติมา พนักงานหน้าเคาน์เตอร์ และ 4. นายทรงพล พนักงานหน้าเคาน์เตอร์ ศาลพิพากษาจำคุกคนละ 13 ปี โดยจำเลยทั้งหมดให้การปฏิเสธ

ศาลเห็นว่าจำเลยทั้ง 4 ราย มีส่วนร่วมเอื้ออำนวยความสะดวกในการเปิดบัญชีธนาคารให้กลุ่มผู้ต้องหาชาวจีน ก่อนที่บัญชีดังกล่าวจะถูกนำไปใช้เป็นบัญชีม้าของเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์

ส่วนจำเลยรายอื่น ศาลพิพากษาให้นายตัน เกาบิน และนายชิ ชุน สง สัญชาติจีน ซึ่งทำหน้าที่จัดหาบัญชี รับโทษจำคุกคนละ 5 ปี นายณรงค์ฤทธิ์ ต่อมใจ ผู้ทำหน้าที่ยืมบัญชีธนาคาร รับโทษจำคุก 1 ปี และ น.ส.มลธิดา ผู้ทำหน้าที่เป็นเอเย่นต์จัดหาบัญชี รับโทษจำคุก 6 ปี

คดีดังกล่าวสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 19 พ.ค. 2568 พล.ต.ต.ธีระชัย ชำนาญหมอ ขณะดำรงตำแหน่งผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 2 ได้นำกำลังตำรวจชุดสืบสวนภาค 2 และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางละมุง เข้าตรวจค้นธนาคารแห่งหนึ่งริมถนนพัทยากลาง ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี พร้อมเชิญตัวผู้จัดการสาขาและพนักงานรวม 4 ราย ไปสอบสวนขยายผล หลังพบพฤติกรรมต้องสงสัยในการเปิดบัญชีให้ชาวจีนที่ถือวีซ่านักท่องเที่ยว

ผลการสืบสวนพบว่า ธนาคารสาขาดังกล่าวมีการเปิดบัญชีให้บุคคลกลุ่มดังกล่าวมากกว่า 100 บัญชี ก่อนถูกนำไปใช้เป็นบัญชีรับโอนเงินจากผู้เสียหายในคดีแก๊งคอลเซ็นเตอร์ คิดเป็นมูลค่าความเสียหายรวมกว่า 100 ล้านบาท

ทั้งนี้ การปฏิบัติการของตำรวจสืบสวนภาค 2 ในครั้งนั้น ถือเป็นการทลายเครือข่ายบัญชีม้าที่เชื่อมโยงระหว่างนายหน้าชาวต่างชาติและพนักงานธนาคาร ซึ่งสร้างความเสียหายต่อประชาชนและระบบการเงินของประเทศอย่างร้ายแรง โดยคำพิพากษาของศาลในคดีนี้นับเป็นอีกหนึ่งคดีสำคัญในการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี การฟอกเงิน และเครือข่ายบัญชีม้าในประเทศไทย.