เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาวาระพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 วาระแรก วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท ต่อเนื่องเป็นวันที่ 2
นายจูรี นุ่มแก้ว สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายถึงการจัดสรรงบประมาณในการรับมือภัยพิบัติและอุทกภัย โดยระบุว่า งบประมาณเล่มนี้มองดูแล้วเหมือนมีทุกอย่างครบถ้วน ยกเว้นสิ่งเดียวที่ไม่มีคืออนาคต เนื่องจากโครงสร้างงบประมาณไม่ได้มุ่งเน้นการแก้ปัญหาเชิงยุทธศาสตร์เพื่อยกระดับชีวิตประชาชนอย่างแท้จริง สิ่งที่ตอกย้ำว่ารัฐบาลชุดนี้ไม่มีอนาคต คือการบริหารงบประมาณเพื่อรับมือภัยพิบัติในสภาวะโลกรวน รัฐบาลยังคงยึดติดกับวิธีการเดิมๆ คือ รอให้เกิดเหตุก่อนแล้วค่อยคิดทำ โดยยกตัวอย่างงบประมาณของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ที่ได้รับจัดสรรงบประมาณ 4,800 ล้านบาท แต่กลับแบ่งมาใช้ในงานป้องกันเพียง 331 ล้านบาท หรือไม่ถึง ร้อยละ 7 ของงบทั้งหมด แต่งบส่วนใหญ่กว่า 3,400 ล้านบาท กลับตั้งไว้รอเยียวยาหลังเกิดเหตุ และอีกกว่า 1,000 ล้านบาท นำไปจัดซื้อเฮลิคอปเตอร์ จนทำให้ ปภ. แทบจะกลายเป็นกรมบรรเทาสาธารณภัยเพียงอย่างเดียว สะท้อนว่ารัฐบาลไม่ได้ให้ความสำคัญกับการป้องกันความเสียหายตั้งแต่ต้น
“สะท้อนให้เห็นจากกรณีน้ำท่วมใหญ่อำเภอหาดใหญ่เมื่อปี 2568 ที่ระบบพยากรณ์อากาศล้มเหลว ไม่มีความแม่นยำ แจ้งเตือนอพยพประชาชนล่าช้า จนสร้างความเสียหายทั้งชีวิตและทรัพย์สิน แต่รัฐบาลกลับเลือกที่จะไปเพิ่มงบกลางจากปีก่อนขึ้นมาอีก 60,000 ล้านบาท รวมเป็น 690,000 ล้านบาท มากองไว้ที่หน้าตักตนเอง เพราะงบกลางตรวจสอบยาก หยิบใช้ง่าย เพียงแค่เติมคำว่าพลัส เข้าไปในชื่อโครงการ สุดท้ายงบเยียวยาเหล่านี้ก็คือภาษีของประชาชน”นายจูรี กล่าว
สส.สงขลา กล่าวต่อว่า ลึกๆแล้ว พี่น้องชาวหาดใหญ่ และประชาชนในพื้นที่ภัยพิบัติไม่มีใครอยากได้เงินเยียวยาหลักพันหลักหมื่น เพราะมันไม่คุ้มค่ากับความเสียหายทางเศรษฐกิจหลักแสนหลักล้าน หากต้องน้ำท่วมแล้วรอรับเงินเยียวยาแบบนี้ทุกปี ประชาชนคงค่อยๆตายไปเอง สิ่งที่ประชาชนต้องการคือการลงทุนระบบป้องกันน้ำท่วมอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ ที่ผ่านมานายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีลงพื้นที่หาดใหญ่หลายครั้ง เคยหาเสียงว่าจะสร้างระบบป้องกันน้ำท่วม แต่จนถึงวันนี้คำสัญญาว่าจะสร้างสิ่งเหล่านั้นหายไปหมด กลายเป็นการสร้างหนี้แทน
“อยากให้รัฐบาลตอบชัดๆจากหัวใจ ว่า มาตรการและโครงการป้องกันน้ำท่วมที่เคยหาเสียงไว้ บรรจุอยู่ในบรรทัดไหนของงบประมาณปี 2570 ตอนนี้ภาคเอกชนและประชาชนกำลังนับถอยหลังอีก 100 วันจะเข้าสู่ฤดูน้ำท่วมแล้ว แต่รัฐบาลยังไม่มีมาตรการอะไรออกมารองรับเลย จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนงบกลาง แล้วกระจายงบลงสู่ท้องถิ่นเพื่อให้พื้นที่จัดการตนเอง รัฐบาลต้องเปลี่ยนวิธีคิดหันมาให้ความสำคัญกับการรู้ก่อน เตือนก่อน ป้องกันก่อน เหมือนในหลายประเทศที่เขาเรียนรู้จากภัยพิบัติเพื่อไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอย ไม่ใช่ปล่อยให้ประชาชนเผชิญยถากรรมแล้วรอแจกเงินเยียวยาเป็นวัฏจักรไม่รู้จบ” นายจูรี กล่าว



