เมื่อวันที่ 26 มิ.ย. 69 น.ส.กุลวลี นพอมรบดี สส.ราชบุรี พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยคณะกรรมาธิการ ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ และติดตามความคืบหน้าการดำเนินคดี บริเวณหาดนุ้ย ตำบลกะรน อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต หลังพื้นที่ดังกล่าวกลายเป็นประเด็นสังคมที่ได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง

น.ส.กุลวลี กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นภารกิจของคณะกรรมาธิการในการติดตามการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐด้านที่ดินและทรัพยากรธรรมชาติ โดยช่วงเช้าได้ประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อรับฟังข้อมูลและติดตามความคืบหน้าปัญหาการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ พื้นที่อุทยานแห่งชาติ และพื้นที่ชายฝั่ง รวมถึงขอเอกสารเพิ่มเติมจากหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมาธิการในสภาผู้แทนราษฎร

จากนั้นในช่วงบ่าย คณะกรรมาธิการได้ลงพื้นที่หาดบางเทาและหาดนุ้ย ซึ่งเป็นพื้นที่ที่อยู่ระหว่างข้อพิพาท โดยเฉพาะหาดนุ้ยที่เป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ บางจุดสภาพป่าเสื่อมโทรม และมีการพบนกเหงือก นั่นหมายถึงสิ่งบ่งชี้ถึงความอุดมสมบูรณ์ของป่า แต่มีการนำไปออกเอกสารสิทธิ ส.ป.ก .จึงต้องตรวจสอบว่าพื้นที่ดังกล่าวมีคุณสมบัติเหมาะสมสำหรับการทำการเกษตรหรือไม่ เนื่องจากสภาพพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาและมีความลาดชัน อีกทั้งยังพบความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศ มีสัตว์ป่าคุ้มครองอย่างนกเงือกอาศัยอยู่ ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญประกอบการพิจารณาของคณะกรรมาธิการ

ขณะที่ ก่อนหน้านี้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้มีคำสั่งให้ผู้ครอบครองรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างจำนวน 39 รายการ ภายในวันที่ 9 กรกฎาคม 2569 หากไม่ดำเนินการ เจ้าหน้าที่จะเข้ารื้อถอนตามอำนาจหน้าที่ และเรียกเก็บค่าใช้จ่ายจากผู้ครอบครอง

ประธาน กมธ.การที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมฯ กล่าวว่า จะติดตามข้อมูลจากสำนักงานที่ดิน จังหวัด และอำเภออย่างใกล้ชิด พร้อมขอความร่วมมือจากสื่อมวลชนช่วยติดตามเอกสารและข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การตรวจสอบเป็นไปอย่างโปร่งใส ก่อนนำข้อเท็จจริงทั้งหมดเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมาธิการ เพื่อผลักดันแนวทางแก้ไขปัญหาและคืนความเป็นธรรมให้กับประชาชน สำหรับประเด็นหลักที่คณะกรรมาธิการกำลังติดตาม ประกอบด้วย การตรวจสอบการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนและที่สาธารณะบริเวณหาดนุ้ย การรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว การเปิดทางสาธารณะลงหาด หลังมีข้อร้องเรียนเรื่องการปิดกั้นและเรียกเก็บค่าผ่านทาง และแนวทางการคืนพื้นที่สาธารณะให้ประชาชนสามารถใช้ประโยชน์ร่วมกันได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย รวมถึงการตรวจสอบการใช้นอมินีของชาวต่างชาติในการถือครองหรือครอบครองพื้นที่.