กรณีเจ้าหน้าที่กู้ภัยวังกรูด อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ ได้รับแจ้งเหตุฉุกเฉินให้ออกรับผู้ป่วยเป็นชายชักเกร็ง หายใจติดขัด อยู่บริเวณถนนสายเปลี่ยว เชื่อมต่อระหว่างหมู่บ้านคุ้มมูล หมู่ที่ 2 ต.สตึก เมื่อเวลา 04.00 น. ของคืนวันที่ 25 มิ.ย. ที่ผ่านมา ทางทีมกู้ภัยจึงไม่รอช้า รีบจัดกำลัง พร้อมรถพยาบาลฉุกเฉินรุดไปยังที่เกิดเหตุทันที แต่เมื่อขับรถไปตามเส้นทางที่ได้รับแจ้ง บริเวณหน้าศาลปู่ตา ใกล้กับทาง 3 แพร่ง ซึ่งเป็นถนนที่ค่อนข้างมืดและสองข้างทางเป็นป่ารกทึบ แต่สิ่งที่รออยู่กลับไม่ใช่คนไข้ เมื่อแสงไฟหน้ารถได้ส่องไปกระทบกับท่อนไม้และกิ่งไม้ขวางเต็มพื้นผิวจราจร ถึง 3 แห่ง เพื่อไม่ให้รถวิ่งผ่าน แต่สิ่งที่น่าตกใจ คือ มีศาลพระภูมิตั้งอยู่กลางถนน จึงรีบเรียกกำลังกู้ภัยมาช่วยเคลียร์พื้นผิวจราจรออก พร้อมทั้งโทรศัพท์ติดต่อผู้ป่วยชักเกร็งที่ให้เบอร์ไว้ ซึ่งตนเองโทรฯ ติดต่อไว้ถึง 3 ครั้ง ต่อมาปลายทางรับสาย แต่ให้คุยกับเด็กชายอายุประมาณ 7 ขวบ และติดต่อไม่ได้ จึงรู้ว่าถูกหลอกนั้น
ล่าสุด เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว เมื่อวันที่ 26 มิ.ย. 69 พ.ต.อ.อนันต์ ทองบันเทิง ผกก.สภ.สตึก อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.ภานุวัฒน์ มากมูล รอง ผกก.(สืบสวน) พร้อมกำลัง เข้าควบคุมตัวเยาวชน อายุ 12 ,15, 16 และ 17 ปี บริเวณบ้านคุ้มมูล หมู่ที่ 2 ต.สตึก จำนวน 4 คน มาสอบสวนที่ สภ.สตึก

โดยนาย เอ (นามสมมุติ) อายุ 17 ปี หัวหน้าแก๊ง ยอมรับสารภาพว่า ตนเองทำไปเพราะความคึกคะนองและอยากทำคอนเทนต์ลงโซเชียล เนื่องจากช่วงกลางคืนบริเวณดังกล่าวเป็นถนนสายเปลี่ยว วังเวง มีศาลปู่ตา และเป็นทาง 3 แพร่ง จึงชักชวนวัยรุ่นในหมู่บ้านไปเก็บท่อนไม้ กิ่งไม้ และศาลพระภูมิเก่าที่คนมาทิ้งไว้ แล้วนำมาวางขวางไว้ ส่วนศาลพระภูมิได้ตั้งตรงไว้กลางถนน แล้วพากันแอบซุ่มดูผลงาน เห็นรถเก๋ง และรถกระบะ ที่วิ่งมาเจอศาลพระภูมิ พากันขับถอยหลังกลับ ซึ่งคาดว่าคนขับน่าจะกลัวผี จึงมีไอเดียว่า กู้ภัยจะกลัวผีไหม จึงโทรศัพท์เข้าไปแจ้งเหตุที่ 1669 ว่ามีผู้ป่วยชักเกร็ง เพื่อที่จะให้กู้ภัยวังกรูดสตึก ออกมารับคนป่วย

“ผมแค่อยากรู้ว่าพี่ๆ กู้ภัยที่เจอคนตายบ่อยๆ เขาจะกลัวผีกันไหม ไม่คิดว่าจะเป็นเรื่องใหญ่โตขนาดนี้ครับ ตอนนี้ตนยอมรับผิดและขอโทษเจ้าหน้าที่กู้ภัยด้วยครับ” นายเอ กล่าว
ด้าน พ.ต.อ.อนันต์ ทองบันเทิง ผกก.สภ.สตึก เปิดเผยว่า การกระทำดังกล่าวถือเป็นความคึกคะนองที่ขาดสติและอันตรายเป็นอย่างมาก เนื่องจากจุดที่นำศาลพระภูมิไปตั้งเป็นถนนที่มีรถวิ่ง และหากเป็นช่วงดึกที่ทัศนวิสัยไม่ดี อาจทำให้ผู้ขับขี่หักหลบกะทันหันจนรถคว่ำ หรือชนเข้าอย่างจังจนเกิดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินได้ อยากฝากเตือนไปยังน้องๆ วัยรุ่นรวมถึงผู้ปกครอง ให้ช่วยกันดูแลสอดส่องพฤติกรรมแบบนี้ไม่ใช่มุกตลก แต่คือการสร้างความเดือดร้อนและความเสี่ยงขั้นรุนแรงบนท้องถนน

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินคดีกับกลุ่มเยาวชนในข้อหา “สร้างสิ่งกีดขวางบนทางสาธารณะ จนอาจก่อให้เกิดอันตรายแก่การจราจร และสร้างความเดือดร้อนรำคาญ” พร้อมตักเตือนสั่งเปรียบเทียบปรับ ตามกฎหมายต่อไป.



