จากกรณีที่มีการเผยแพร่คลิปจากกล้องวงจรปิดภายในรถแท็กซี่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งปรากฏเหตุการณ์ขณะคนขับรถแท็กซี่หญิงรับผู้โดยสารชายชาวต่างชาติจากพื้นที่ ต.ป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต ก่อนที่ผู้โดยสารจะหยิบโทรศัพท์มือถือและกระเป๋าถือของคนขับไป ทำให้คนขับต้องจอดรถบริเวณหน้าซอยควนยาง พร้อมบีบแตรขอความช่วยเหลือ จนมีพลเมืองดีเข้ามาช่วยเหลือและผู้โดยสารยอมคืนทรัพย์สินนั้น

ความคืบหน้า เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 22 มิถุนายน 2569 พ.ต.ต.วิชิต นกแก้ว สว.(สอบสวน) สภ.ป่าตอง จ.ภูเก็ต รับแจ้งความร้องทุกข์จาก น.ส.พิชชาภา แสงขาน อายุ 39 ปี คนขับรถแท็กซี่ เพื่อให้ดำเนินคดีกับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่ก่อเหตุระหว่างปฏิบัติหน้าที่รับส่งผู้โดยสาร

น.ส.พิชชาภา ให้การว่า เมื่อเวลาประมาณ 09.50 น. ของวันเดียวกัน ได้รับผู้โดยสารชายชาวยุโรปจากบริเวณหน้าโรงพยาบาลป่าตอง โดยผู้โดยสารแจ้งให้ไปส่งที่โรงแรมแห่งหนึ่งใน ต.วิชิต อ.เมืองภูเก็ต

ระหว่างเดินทาง เมื่อรถวิ่งมาถึงบริเวณหน้าวัดสุวรรณคีรีวงก์ ผู้โดยสารได้เอื้อมมือหยิบกระเป๋าถือที่วางอยู่บริเวณเบาะข้างคนขับ ซึ่งภายในมีโทรศัพท์มือถือ เงินสด และเอกสารสำคัญหลายรายการ

ผู้เสียหายพยายามขอทรัพย์สินคืน แต่ผู้โดยสารไม่ยินยอม กระทั่งเมื่อรถมาถึงบริเวณหน้าซอยควนยางเจริญ จึงตัดสินใจจอดรถและพยายามนำกระเป๋าคืน ขณะที่ผู้โดยสารยังคงขัดขืนและพยายามเปิดประตูรถเพื่อหลบหนี

ด้วยความตกใจ ผู้เสียหายจึงกดแตรรถขอความช่วยเหลือจากผู้ที่อยู่ในละแวกดังกล่าว ก่อนจะมีพลเมืองดีเข้ามาตรวจสอบเหตุการณ์ ส่งผลให้ผู้โดยสารยอมคืนกระเป๋าพร้อมทรัพย์สินทั้งหมด ก่อนจะออกจากจุดเกิดเหตุ

ภายหลังเกิดเหตุ ผู้เสียหายได้เดินทางเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.ป่าตอง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

เบื้องต้น พนักงานสอบสวนได้รับคำร้องทุกข์ไว้เป็นหลักฐาน พร้อมประสานฝ่ายสืบสวนตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด รวมทั้งรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อติดตามตัวนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติรายดังกล่าวมาสอบสวนและดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป.