พวกคนจีนเข้ามาหานอมินีในไทย เอาเงินตัวเองลงทุนแล้วกัดกินทรัพยากรไทยแบบสบายใจ โดยไม่รู้ว่างานนี้มีเจ้าหน้าที่รัฐปล่อยปละละเลยหรือไม่รู้เรื่อง เอาที่ใกล้ๆก็ที่ ย่านห้วยขวาง ในกรุงเทพ แทบจะกลายเป็น “มณฑลไท่กั๋ว” ถึงขนาดมีร้านอาหารจะรับแต่เงินหยวนเท่านั้น
“นายกฯ หนู” ได้หารือเกี่ยวกับเรื่องจีนเทากับผู้นำจีนด้วย “รมต.อ้วน”สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้วรองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 20 ก.ค.ว่า คณะของไทยได้หารือกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เรื่องอาชญากรจีน ว่า ไทยให้ความสำคัญและหยิบยกขึ้นหารือเป็นลำดับแรก คือการเร่งปราบปรามขบวนการสแกมเมอร์หรือแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะยกระดับความร่วมมือในทุกมิติ ทั้ง ปราบปรามการค้ามนุษย์ ป้องกันฟอกเงิน
นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า เราเน้นย้ำจุดยืนกับจีนว่า รัฐบาลไทยมุ่งส่งเสริมเฉพาะการลงทุนที่มีคุณภาพ มีความยั่งยืน และนักลงทุนต้องปฏิบัติตามกฎหมายของประเทศไทยอย่างเคร่งครัด แม้ว่ากลุ่มธุรกิจสีเทาเหล่านี้จะเป็นเพียงส่วนน้อยเมื่อเทียบกับการลงทุนโดยรวมของจีนในไทย แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์กระทำผิดกฎหมายขึ้น ก็ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นและจิตใจของประชาชนชาวไทย ฝ่ายไทยจึงได้ขอให้ทางการจีนให้ความสำคัญกับปัญหาดังกล่าว
และขณะนี้ “จีนเทา” ดูจะโกงล้ำลึกขึ้น โดยการจ้างคนไทยลงนามรับรองบุตรที่เป็นคนจีน หรือเรียกว่า“พ่อทิพย์-แม่ทิพย์” ซึ่งรุนแรงระดับที่เรียกได้ว่า ขโมยชาติ ได้เลย ซึ่ง“สส.โตโต้” ปิยรัฐ จงเทพ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ระบุว่า สัญชาติไทยจะเป็นตั๋วใบแรกให้ทำธุรกรรมต่างๆ ทำให้เกิดขบวนการซื้อสูติบัตรให้ลูกของเขาเพื่อมีบัตรประชาชน ทำธุรกรรมต่างๆ ได้ไม่ว่าจะเป็นการซื้อบ้านซื้อที่ดิน หรือถือครองอสังหาริมทรัพย์ 100%
“จากการทำข้อมูลร่วมกับชุดจับกุมขบวนการซื้อสัญชาติ พบว่ามีการจ่ายเงิน 110,000 บาท เพื่อซื้อสัญชาติให้กับลูกของตัวเอง นายหน้าจะประสานงานต่อกับเจ้าหน้าที่เวชระเบียนของโรงพยาบาลในประเทศไทย แก้ไขเอกสารรับรองการเกิด (ทร 1/1) เพื่อสวมสิทธิ์นำชื่อพ่อคนไทยที่มารับจ้างเสียบแทนชื่อพ่อคนจีน หรือเรียกว่า พ่อทิพย์ แล้วนำเอกสารนี้ไปที่สำนักงานเขต เพื่อทำหน้าที่แก้ไขเอาชื่อเด็กเหล่านี้ออกเป็นสูติบัตรไทยทันที



