เมื่อวันที่ 20 ก.ค. ที่โรงแรมโนโวเทล กรุงเทพ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ผู้นำฝ่ายค้าน กล่าวเปิดงาน ‘Forum ผู้นำฝ่ายค้าน: เกิด แก่ เจ็บ โกง’ คนไทยจะออกจากวงโคจรนี้อย่างไร ว่า ถ้าเรามองย้อนกลับไปไกลๆ ถึงปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันในประเทศไทย ตลอดความขัดแย้งทางการเมืองที่ผ่านมา หลายคนอาจคิดถึงโครงการจำนำข้าว โครงการ GT 200 ขยับมาที่ยุครัฐประหาร ที่มีรัฐบาล คสช. ไปเกี่ยวกับการยื่นบัญชีทรัพย์สิน อาจมีเรื่องนาฬิกายืมเพื่อน และล่าสุดที่กำลังเป็นประเด็นคือโครงการ TH-AI Passport และเรื่องร้อนแรงตอนนี้คือการทุจริตสอบท้องถิ่น

เชื่อว่าหลายคนเวลานึกขึ้นในใจจะคิดถึงการทุจริตจัดซื้อจัดจ้าง ที่เกี่ยวข้องกับนักการเมือง แต่ที่จริงยังมีเรื่องการทุจริตสวัสดิการประชาชน เรื่องคุณภาพชีวิตกลับอยู่ท้ายๆ ผมขอจัดปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันออกเป็น 5 กลุ่ม กลุ่มที่ 1 ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันที่ทำให้สิทธิที่คนไทยควรได้รับถูกกัดกร่อนลง ไม่ได้รับสิทธิอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย ทั้งเบี้ยผู้สูงอายุ เบี้ยผู้พิการ เบี้ยเด็กเล็ก ปัจจุบัน สำนักงบประมาณจะต้องจัดงบฯ สำหรับสิทธิ สิทธิสวัสดิการตามรายหัวของกลุ่มที่ควรจะได้รับ แต่สุดท้ายด้วยปัญหาหลายอย่าง อาจจะเป็นปัญหาพื้นที่การคลังไม่เพียงพอ

การจัดเก็บรายได้ต่อ GDP ของประเทศที่หดแคบลง และเงินที่จัดเก็บได้ในระบบนั้นยังมีช่องโหว่ รั่วไหล ไปยังการจัดซื้อจัดจ้างต่างๆ ซึ่งหากประหยัดได้จริงๆ อาจจะคืนกลับมาเป็นสิทธิของประชาชน ที่จะได้รับอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยมากกว่านี้ได้ หรือการทุจริตการศึกษาทั้งหนังสือเรียน นมโรงเรียน อย่างชายแดนใต้ยังมีปัญหาเด็กทุพโภชนาการจำนวนมาก ถ้าไม่มีการโกงกิน ก็จัดงบไปทำอาหารกลางวัน ถ้ามีการกระจายอำนาจได้ดีท้องถิ่นโปร่งใส

กลุ่มที่ 2 การจำเป็นต้องจ่ายสำหรับการขอใบอนุญาตต่างๆ การทุจริตคอร์รัปชันทำให้ต้องจ่ายแพงขึ้นเป็นค่าน้ำร้อนน้ำชา ทั้งนี้มีการศึกษาจากสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ว่ามีหลายแสนล้านบาทต่อปี ที่เป็นต้นทุนของผู้ประกอบการที่ต้องจ่ายใต้โต๊ะให้กับคนที่มีอำนาจ ที่ใช้ช่องทางระเบียบอำนาจที่มากเกินจริงมาเรียกรับส่วน สินบนใต้โต๊ะรวมถึงบางอย่างก็เป็นภาระผู้ประกอบการ

เรื่องค่าไฟที่ประเทศไทยมีกำลังการผลิตล้นเกินความจำเป็น แต่แผนพลังงานแห่งชาติยังมีแผนประเคนสัมปทานให้กับกลุ่มทุนพลังงานเพื่อสร้างโรงไฟฟ้าเกินความจำเป็น สุดท้ายก็ตีกลับมาเป็นค่าพร้อมจ่าย ที่ประชาชนทุกคนจะต้องจ่ายไปในทุกหน่วยไฟฟ้าทุกๆ เดือน

กลุ่มที่ 3 การทุจริตกินอิฐ หิน ปูน ทราย การก่อสร้างของภาครัฐที่ไม่ได้มาตรฐาน เช่น ถนนพระราม 2 ถ้ายังไม่สามารถแก้ไขกฎกติกาจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐที่ทำให้ผู้รับเหมาต้องยกระดับเพื่อแข่งขันกันจริงๆ สร้างความปลอดภัยของตัวเองให้ได้มาตรฐาน ถึงจะได้งานก่อสร้างในประเทศไทยก็จะยังคงเป็นแบบนี้ต่อไป กลุ่มที่ 4 ความหละหลวมจากกฎระเบียบภาครัฐ ทั้งที่ควรจะเข้าไปกำกับดูแลอย่างมีประสิทธิภาพ และมีความโปร่งใสมากกว่านี้ แต่ละหลวมเนื่องจากคนกระทำความผิดจ่ายสินบนเพื่อให้ตัวเองพ้นผิด เช่น บรรดาโรงงานที่ก่อมลพิษ หรือแม้แต่ผู้ประกอบการบางส่วนที่ไม่ได้ทำอย่างตรงไปตรงมา แทนที่จะทำให้สถานประกอบการของตัวเองมีความปลอดภัย กลับหลีกเลี่ยงกฎหมายกฎระเบียบบางอย่างทำให้ไม่มีมาตรฐานความปลอดภัยที่ดีเพียงพอ สุดท้ายก็ส่งผลกระทบต่อทุกคน

และกลุ่มที่ 5 คนที่ไม่มีสิทธิ ก็คอร์รัปชันเพื่อให้ตัวเองมีสิทธิ ยกตัวอย่างคนสีเทา ทุนเทา การทุจริตงานทะเบียนพ่อทิพย์ แม่ทิพย์ ซึ่งกลุ่มที่ 5 นี้ถือว่าน่ากลัวที่สุด เพราะในระยะยาวประเทศไทยจะถูกยึดครองจากคนสีเทาต่างๆ เหล่านี้ ซึ่งวันนี้ประเทศไทยก็ถูกมองในสายตาชาวโลกว่ากำลังจะกลายเป็นฐานปฏิบัติการของแก๊งอาชญากรข้ามชาติหรือไม่

นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า นี่คือการจัดกลุ่มแบบเร็วๆ ของตน แต่หากในการเสวนาจะมีการจัดกลุ่มการทุจริตคอร์รัปชันที่ 6, 7 เพื่อฉายภาพให้ชัดเจนขึ้น ก็ยินดี เสนอเข้ามาได้ ตนเชื่อว่าการจัดกลุ่มเช่นนี้จะนำไปสู่บทสรุปสุดท้ายว่า ปัญหาทุจริตคอร์รัปชันในประเทศนี้ มากกว่าการจัดซื้อจัดจ้าง มากกว่านักการเมืองที่โกงกิน แต่เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตคนเราตั้งแต่เกิดจนตาย จะแก้ไขปัญหาทุจริตคอร์รัปชันในแต่ละกลุ่มได้อย่างไร.