เมื่อวันที่ 15 ก.ค. ที่กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น (สถ.) นายสุชาติ กรวยกิตานนท์ รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้สัมภาษณ์ก่อนการเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ซึ่งมีวาระสำคัญคือการพิจารณาเพิกถอน 5,000 รายชื่อ ของผู้ที่ได้รับการบรรจุข้าราชการท้องถิ่น หลังพบคะแนนมีความผิดปกติ  ในฐานะผู้สังเกตการณ์ ว่า รายละเอียดของการประชุมตนยังไม่ทราบ เพราะเพิ่งได้รับหนังสือเชิญให้มาร่วมการประชุม ซึ่ง สถ. จะเป็นผู้ให้ข้อมูล ว่ามีการเพิกถอนบรรจุข้าราชการ 5,000 รายชื่อหรือไม่ เนื่องจากตนมาในฐานะผู้สังเกตการณ์เท่านั้น 

เมื่อถามว่าข้อมูลที่ได้สังเกตการณ์ในวันนี้ จะนำเข้าไปรวมกับสำนวนของ ป.ป.ช.ที่จะไต่สวนหรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่า ตนจะพิจารณาก่อน และขอข้อมูลเพื่อไปรวมกับข้อมูลที่ ป.ป.ช.ดำเนินการอยู่ พร้อมกล่าวว่า ในที่ประชุมตนก็จะให้ข้อเสนอแนะด้วย 

เมื่อถามว่า ในเบื้องต้น ป.ป.ช.จะเสนอแนะให้เพิกถอนรายชื่อข้าราชการทั้ง 5,000 คน เลยหรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องไปนำเรียนก่อน เนื่องจากมีการดำเนินการไต่สวนข้ามขั้ว อย่างกรณีการเพิกถอน ก็ต้องพิจารณา โดยไม่ให้ผลกระทบต่อสำนวนไปด้วย ก่อนย้ำว่าอำนาจในการเพิกถอนเป็นของ สถ. ไม่ใช่อำนาจของ ป.ป.ช. 

ผู้สื่อข่าวถามว่ามีความคืบหน้าเรื่องการตรวจข้อสอบเพิ่มเติมหรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่า การตรวจข้อสอบเพิ่มเติม เป็นเรื่องของ สถ. ว่ามีรายใดบ้างที่มีการแก้ไขกระดาษคำตอบ ส่วนผลสรุปจะเป็นอย่างไร เขาก็ยังไม่ได้ให้ข้อมูลกับป.ป.ช. ซึ่งขณะนี้ก็ยังไม่มีกำหนดว่าจะให้ข้อมูลเมื่อใด ซึ่งการไต่สวนก็จะต้องขอข้อมูลส่วนนี้มาเพื่อประกอบการพิจารณาด้วย เพื่อจะคัดแยกว่ามีใครบ้างที่เกี่ยวข้อง ทั้งเจ้าหน้าที่รัฐและผู้เข้าสอบ 

เมื่อถามว่าส่วนในที่ประชุมวันนี้จะมีการเปิดเผยรายชื่อผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องเพิ่มเติมหรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่า โดยกระบวนการไต่สวน พบว่าใครเกี่ยวข้อง ก็สามารถเรียกไต่สวนเพิ่มเติมได้ แต่ปัจจุบันยังไม่มีผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องเพิ่มเติม ยังคงเป็น 22 รายชื่อ หากมีผลการดำเนินการเพิ่มเติมอย่างไร เรื่องการไต่สวนเพิ่มเติม ป.ป.ช. ดำเนินการอยู่แล้ว ขยายผลไปถึงใครก็จะดำเนินการให้ครบถ้วน 

เมื่อถามว่า ข้อมูลของ ป.ป.ช. จะต้องส่งต่อไปยังคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง ที่นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน หรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่า หากทางรองนายกรัฐมนตรีประสานมา ก็พร้อมที่จะนำส่งข้อมูล เพราะการทำงานต้องควบคู่กันไป ป.ป.ช. มีหน้าที่ไต่สวน รัฐบาลดำเนินการแก้ไขปัญหาเพื่อวางแนวทางต่างๆ 

เมื่อถามว่า กระบวนการไต่สวนขณะนี้ถือว่าล่าช้าหรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่า ส่วนตัวมองว่าขณะนี้ ป.ป.ช. เพิ่งเริ่มดำเนินการ ตั้งกระบวนการไต่สวน และเรื่องนี้เรายกขึ้นเป็นคดีพิเศษ กระบวนการสอบสวนจึงต้องรวดเร็วขึ้น และต้องทำในรูปแบบคณะกรรมการไต่สวน ตนมองว่าเรื่องนี้น่าจะไวเพราะเป็นเรื่องที่สนใจของประชาชน ยืนยัน ป.ป.ช. ไม่ได้นิ่งนอนใจ เพราะฝ่ายเจ้าหน้าที่ก็ได้ให้ความสะดวกเรื่องของการเตรียมความพร้อม และจะเร่งรัดคดีนี้โดยเร็วที่สุด.