เมื่อเวลา 09.10 น. วันที่ 13 ก.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงการลงนามอนุมัติให้นางพงษ์สวาท นีละโยธิน ที่ยื่นลาออกจากตำแหน่งปลัดกระทรวงยุติธรรม ว่า ได้ลงนามอนุมัติไปแล้ว โดยเสนอมาที่สำนักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรี (สลน.) เพื่อดำเนินการตามขั้นตอน นางพงษ์สวาท มีวาระดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงครบสี่ปีตามระเบียบ ในวันที่ 18 ก.ค. นี้ จึงต้องดำเนินการ

เมื่อถามว่า ก่อนหน้านี้ออกมาระบุว่านางพงษ์สวาท มีคดีที่เกี่ยวข้องกับชั้น 14 อาจจะอนุมัติการลาออกไม่ได้นั้น พล.ต.ท.รุทธพล ปฏิเสธว่า ไม่ใช่ ซึ่งการลาออกของข้าราชการทุกระดับต้องมีกระบวนการ ให้ฝ่ายตรวจสอบทำเรื่องประมวลขึ้นมา ใครมีคดีอาญา มีโทษทางวินัย มีหนี้สินหรือไม่ และมีคุณสมบัติที่จะลาออกได้หรือไม่ 

เมื่อถามว่า นางพงษ์สวาท มีประเด็นในชั้น 14 ในคดีใดอย่างไร พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า อาจจะเป็นเรื่องที่อนุญาตให้นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ไปพักที่โรงพยาบาลตำรวจหรือไม่ ซึ่งตนไม่แน่ใจ เพราะเรื่องนี้จะมีตั้งแต่ผู้บัญชาการเรือนจำ ไล่ระดับไปจนถึงอธิบดี ปลัดกระทรวงด้วยหรือไม่ ซึ่งเรื่องนี้อยู่ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แต่การเซ็นอนุมัติการลาออกเป็นขั้นตอนตามปกติ เป็นงานทั่วไปที่ตรวจสอบว่าคนเหล่านี้จะลาออกได้หรือไม่ เป็นขั้นตอนของข้าราชการพลเรือนทั่วไป 

พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวถึงที่นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ตั้งข้อสังเกตว่ากรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ดำเนินคดีฮั้ว สว. ล่าช้า ว่า คดีฮั้ว สว. ที่เกี่ยวเนื่องกับอั้งยี่และฟอกเงิน กรมสอบสวนคดีพิเศษได้ส่งสำนวนไปที่อัยการแล้ว และอัยการได้ส่งสำนวนกลับมา ขณะนี้ได้มีการสั่งการและดำเนินการตามกรอบของกฎหมาย

เมื่อถามว่า ที่นายพริษฐ์ ตั้งข้อสังเกตว่ามีการส่งฟ้องจำนวนผู้ต้องหาน้อยเกินไปนั้น พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า พยานหลักฐานถึงแค่นี้ ก็คงต้องส่งแค่นี้ พร้อมระบุว่าการที่อัยการส่งเรื่องกลับมา เพราะต้องรอผลจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้วย และจะดำเนินการอย่างอื่นก่อนไม่ได้