ที่ จ.อุทัยธานี ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปยังยังสวนทุเรียนของนายประสิทธิ์ เตียวเจริญสิน หรือลุงสิทธิ์ วัย 90 ปี เจ้าของสวนทุเรียนที่บ้านคอกควาย ม.ที่ 1 ต.คอกควายควาย อ.บ้านไร่ ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร ที่นักท่องเที่ยวในหลายจังหวัด นิยมเดินทางมาสัมผัสกันตลอดทั้งวัน ไม่ว่าจะเป็นวันปกติหรือวันหยุดราชการ จะยิ่งเนื่องแน่นไม่ขาดสาย

โดยนักท่องเที่ยวที่มามีทั้งมาเป็นหมู่คณะรวมทั้งเป็นครอบครัว เพื่อมาชม ชิม ช้อป ยังสวนทุเรียนลุงสิทธิ์ ที่ปลูกมานานกว่า 30 ปี กำลังทยอยให้ผลผลิตอย่างเต็มที่ ส่วนใหญ่เป็นสายพันธุ์หมอนทอง สร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวเป็นอย่างยิ่ง ต่างถ่ายภาพโพสท่ากันอย่างมีความสุข เพื่อเป็นอีกบันทึกความทรงจำที่ดี ต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า หวานมัน มีหลายเนื้อให้เลือก ใครไม่ชอบทานนิ่มก็มีกรอบนอกนุ่มในให้เลือก มีเจ้าของสวนพาชมเดินเที่ยว เป็นเจ้าบ้านที่ดี ทำให้ไม่ต้องเดินทางไกลไปถึงที่อื่น มาแล้วไม่ผิดหวัง มาแล้วต้องกลับมาอีกและของดีต้องบอกต่อ ในขณะที่นักท่องเที่ยวบางรายบอกว่า ตั้งใจมาโดยเฉพาะไม่น่าเชื่อว่าทุเรียนจะเยอะขนาดนี้ หวานมันมาก เนื้อเยอะ เมล็กลีบ กลิ่นไม่ฉุน เปลือกบาง และที่พลาดไม่ได้ นักท่องเที่ยวต่างพากันอุดหนุนซื้อทุเรียนหมอนทอง ติดไม้ติดมือกลับบ้านกันอย่างถ้วนหน้า

ด้านนายประสิทธิ์ ซึ่งยังแข็งแรงกระชุ่มกระชวย เผยว่า ย้ายมาจาก จ.สุพรรณบุรี มาครั้งแรกมาปลูกพืชไร่เชิงเดี่ยว ทั้งสับปะรด ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ซึ่งนอกจากจะประสบปัญหาบางปีมีราคาตกต่ำแล้ว ยังต้องลงทุนปลูกเป็นประจำทุกปี ทำให้ต้องเหนื่อยจึงได้ปรับเปลี่ยนหันมาปลูกทุเรียน ซึ่งเป็นพืชที่อายุยาวให้ผลตอบแทนดีและเป็นพืชที่มีมูลค่าสูง โดยปลูกพันธุ์หมอนทอง จำนวน 2 แปลงๆและ 20 ไร่ รวม 40 ไร่ด้วยกัน ทุกแปลงให้ผลผลิตแล้วทั้งหมด ในแต่ละปีสามารถสร้างรายได้ให้อย่างเป็นกอบเป็นกำ มีนักท่องเที่ยวมาซื้อถึงในสวน มีรายได้หลักล้านบาท ชนิดที่เรียกว่า นับเงินอย่างเดียว จนเพลิน

“ช่วงที่ปลูกใหม่ทุเรียนใหม่ๆ มีแต่คนพูดจาดูถูกปรามาศ ปลูกอะไรไม่ปลูก ปลูกทุเรียน มันจะได้กินรึ บ้างก็บอก “บ้า” ไปแล้ว” แต่หลังปลูก5-6 ปี ให้หลัง ทุเรียนเริ่มให้ผลผลิตที่ดี มีรายได้ทีดี ก็มีผู้คนแห่กันปลูกตาม แต่ก็ตามไม่ทันลุงแล้ว ลุงประสิทธิ์ กล่าวทิ้งท้าย



