โดยมีไฮไลต์สำคัญที่ฝ่ายค้านประกาศ จองกฐินรัฐบาล “อนุทิน 2 คือการยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจที่จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน 100 เปอร์เซ็นต์ เพราะตามรัฐธรรมนูญ ให้ใช้กลไกสภาผู้แทนราษฎร ตรวจสอบการทำงานฝ่ายบริหารได้ปีละ 1 ครั้ง ถ้าไม่ทำสมัยประชุมนี้ ก็จะ กลายเป็น “เสียของ” หรือถูกมองฝ่ายค้านไปจับมือพรรครัฐบาล ในการ “เกี้ยเซียะ” ปล่อยผ่านรัฐบาลไปแบบชิลชิลอีก 1 ปี

ล่าสุดในการสัมมนาพรรคประชาธิปัตย์ ที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา “มาร์ค” อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ประกาศเดินหน้าใช้แพลตฟอร์ม “ส่องรัฐ” ของพรรค ตรวจสอบการใช้งบประมาณของรัฐบาล ประเดิมในศึกซักฟอก เล็งแฉพิรุธขึ้นบัญชีนวัตกรรม ล็อกกลุ่มบริษัทจัดซื้อจัดจ้าง ใน งบ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ในการเปลี่ยนผ่านพลังงาน เพื่อนำไปสู่การจัดซื้อจัดจ้างแบบเฉพาะเจาะจง โดยเฉพาะโครงการที่เกี่ยวข้องกับโซลาร์เซลล์ ที่ทำให้รัฐต้องจัดซื้อในราคาที่แพงเกินจริง  อีกทั้งยังชี้ให้เห็นว่าโครงการต่างๆ มีบริษัทที่เกี่ยวข้องเดิมๆ อยู่ ทำให้การแข่งขันราคาจำกัดเกินไป ทำให้รัฐและประชาชนเสียประโยชน์ จนนำไปสู่ทุจริตคอร์รัปชัน

นอกจากนี้ยังมีปมร้อนจากกรณีที่ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ได้ออกหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดยกเลิกการจัดทำแผนงานโครงการเปลี่ยนผ่านพลังงาน ตาม พ.ร.ก.กู้เงิน 400,000 ล้านบาท  ซึ่งรัฐบาลอ้างความจำเป็นเร่งด่วน แต่ก็ยังไม่มีความชัดเจนว่า รัฐจะนำเงินกู้ไปเปลี่ยนผ่านพลังงานอย่างไร เพียงแต่อ้างความจำเป็นเร่งด่วน

ขณะที่ “สส.แทน” ชัยชนะ เดชเดโช สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรค ล็อกเป้าไปที่ “รมต.แต๋ม” นางศุภจี สุธรรมพันธ์ุ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์  ถึงมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนผลไม้ โดยเฉพาะพื้นที่ภาคใต้ซึ่งเข้าสู่ฤดูเก็บเกี่ยวผลผลิต ที่ต้องคิดมาตรการเตรียมไว้ล่วงหน้า ไม่ใช่ถึงเวลาแล้วค่อยมาคิดแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า  ส่วนการจะทำให้ข้าวแกงเหลือจานละ 40 บาท ทั้งๆ ที่ปัจจุบันข้าวแกงราคาอยู่ที่ 30 บาท ซึ่งสงสัยจะเป็น ข้าวราดแกงกุ้งมังกร เพราะราคาสูงกว่าทั่วไป

สอดคล้องกับ “อ.ไหม” น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ที่ตอกย้ำนโยบาย “รมต.แต๋ม” ข้าวแกง 40 บาท ว่า ตอนเห็นราคาก็ไม่ได้จูงใจมาก เพราะข้าวแกงปกติก็อยู่ที่ราคา 40-50 บาท อยู่แล้ว กังวลว่าโครงการลักษณะนี้ จะมีผู้ได้รับผลประโยชน์สักกี่คน เช่น โครงการธงฟ้า หรือรถพุ่มพวง เมื่อมีงบประมาณจำกัดก็ทำไปได้ไม่กี่ที่ คนได้รับผลประโยชน์จริงมีค่อนข้างน้อย เป็นโครงการแนวประชาสัมพันธ์ มากกว่าการแก้ไขปัญหาปากท้องให้กับประชาชนได้จริง 

ตรงนี้เป็นแค่หนังตัวอย่างเพราะพรรคร่วมฝ่ายค้านยังมี เวทีซักซ้อม ก่อนถึงศึกอภิปราย เพราะจะมีการเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญเพื่อพิจารณาอนุมัติ พ.ร.ก.กู้เงิน  4 แสนล้านบาท หลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าไม่ขัดกับรัฐธรรมนูญ ที่คาดว่าสามารถเปิดวิสามัญได้เร็วสุดภายในสิ้นเดือน ก.ค.นี้ หรือหากรอคำวินิจฉัยฉบับเต็มอย่างเป็นทางการจากศาลรัฐธรรมนูญ อาจต้องพิจารณาในช่วงเดือน ส.ค. เป็นอำนาจของคณะรัฐมนตรี  

อีกทั้งยังมีเป้าใหญ่คือ “กลุ่มรัฐมนตรีลูกเทพ” กล่องดวงใจรัฐบาลอีกที่จะกลายเป็น หมู่บ้านกระสุนตก ศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจรอบนี้

แต่ไม่ว่าจะเป็นศึกอภิปรายในรูปแบบใด พรรคฝ่ายค้านก็ไม่มีเสียงเพียงพอที่จะคว่ำรัฐบาลได้เพราะในการลงมติไม่ไว้วางใจ จะต้องใช้เสียง มากกว่ากึ่งหนึ่ง ของจำนวนสมาชิกที่มีอยู่คือ 500 เสียง ซึ่งขณะนี้พรรคร่วมรัฐบาลมีเสียงสนับสนุนแบบเป็นทางการมากกว่า 200 เสียง  และใน “ทางลับ” ยังมีบางพรรคการเมืองรอสแตนด์บาย เป็นพรรค “ฝ่ายคอย” จ้องรอเสียบเข้าร่วมรัฐบาล “อนุทิน 2” ในช่วงปลายปีนี้

อีกทั้งยังมีไทม์ไลน์ของ 2 พรรคการเมืองใหญ่  คือ การปรับ ครม. หลังมี “รัฐมนตรีบางคน” หมดเวลาและหมดสัญญาใจ จึงนำมาสู่การปรับ ครม. “อนุทิน 2/1 ในช่วงปลายปีนี้.