เมื่อวันที่ 14 ก.ค. นายอมร กุศล ทนายความประจำตัวของ นายธีรพงษ์​ คงแก้ว หรือโค้ชเจมส์ เปิดเผยภายหลังร่วมฟังการสอบสวนปากคำ ว่า วันนี้พนักงานสอบสวนก็ได้แจ้งข้อกล่าวหาและพฤติการณ์ทางคดี อาทิ เกี่ยวกับการกู้ยืมเงินเกินกฎหมายกำหนด การฉ้อโกงประชาชน พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 การฟอกเงิน เป็นต้น ก่อนหน้านี้ ตนเองในฐานะทนายความได้มีหนังสือลงวันที่ 8 ก.ค. 69 ส่งถึงดีเอสไอตั้งแต่ต้นแล้วว่า ในวันที่ 24 ก.ค. 69 จะพาลูกความเข้ามาชี้แจงข้อเท็จจริงทั้งหมด ซึ่งก็มีการนัดหมายกับพนักงานสอบสวนไว้เรียบร้อยแล้ว เพื่อให้นำเอกสารต่าง ๆ มาชี้แจงกับเจ้าหน้าที่ ลูกความจึงไปเที่ยวสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (เมืองดูไบ) แต่ระหว่างไปเที่ยวก็ทราบข่าวว่าคดี Forex จะมีการออกหมายจับตัดสินใจกลับไทยจึงถูกจับกุม

DSI รวบ ‘โค้ชเจมส์’ คาสนามบินสุวรรณภูมิ โยงคดีฟอเร็กซ์ ‘รุทธพล’ ยันไม่ได้แกล้ง ‘ภาวุธ’

นายอมร กล่าวต่อว่า แปลกใจมาก ในเมื่อเรายื่นหนังสือคำร้องวันที่ 8 ก.ค. 69 ไว้แล้ว แต่ไม่ให้ความเป็นธรรมกับเราเลย สิ่งที่สังคมสื่อสารกันออกไปว่าลูกความตนหนีนั้นไม่เป็นความจริง เมื่อกลับมาถึงสนามบินก็แจ้งดีเอสไอว่าถึงแล้วให้มารับตัวได้ ไม่ใช่การไปจับกุมคาสนามบินตามที่มีข่าวออกไป เราพร้อมจะสู้คดีอยู่แล้ว จึงแปลกใจว่าเหตุใดต้องรีบขอศาลออกหมายจับ ยังไม่ถึงวันนัดหมาย ยังไม่เคยให้การในฐานะพยาน ยังไม่เคยมีหมายเรียกผู้ต้องหาครั้งที่ 1 แต่กลับเป็นสถานะผู้ต้องหาตามหมายจับ ท้ายสุดก็ยังได้คำตอบจากเจ้าหน้าที่ดีเอสไอว่า การออกหมายจับกับการจับกุมวันนี้เป็นคนละหน่วยกัน เพราะชุดทำคดีคือพนักงานสอบสวน ชุดจับกุมคือชุดสืบสวน ตนก็ไม่เข้าใจอยู่ดีว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ลูกความยืนยันปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา

สำหรับในเรื่องของรายละเอียดภายในคดี ต้องขอสงวนไว้ก่อน เพราะหากสิ่งใดพูดออกไป จะเป็นพยานหลักฐานยืนยันทางตนเองได้ แต่ตอนนี้ขอกลับไปรวบรวมพยานหลักฐานให้ลูกความเรียบร้อยก่อน เมื่อถามว่ารายงานแผนผังการสืบสวนของดีเอสไอก่อนหน้านี้ที่มีการเปิดเผยถึงเส้นทางการเงินของโค้ชเจมส์ ที่เชื่อมโยงไปยังบริษัทโบรกเกอร์หลายราย นั้น นายอมร ระบุว่า ส่วนนี้จะเป็นเรื่องภายในสำนวนที่ลูกความต้องให้ปากคำ จึงขออนุญาตสงวนไว้ก่อน เพราะประเด็นนี้ก็จะเป็นข้อต่อสู้ของทางเราด้วยให้ความมั่นใจในความบริสุทธิ์ของลูกความว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการกระทำความผิดคดี Forex แม้ทางดีเอสไอจะมีการยืนยันจำนวนผู้เสียหายที่ได้สอบปากคำกว่า 300 ราย ซึ่งมีการร้องทุกข์กล่าวโทษไว้

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า การแจ้งข้อกล่าวหาแก่นายธีรพงษ์ หรือโค้ชเจมส์ พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ได้ร่วมกันแจ้งข้อกล่าวหา ร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์โดยไม่ได้รับใบอนุญาต, ประกอบธุรกิจ สัญญาซื้อขายล่วงหน้าโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่, ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน และสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน.