ในการประชุม ครม. วันที่ 14 ก.ค. “นายกฯ หนู” อนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และรมว.มหาดไทย ได้จัดทำบุญเนื่องในโอกาสวันสถาปนาสำนักนายกรัฐมนตรี ปีที่ 94 โดยมี สมเด็จพระพุฒาจารย์ กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก และเจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยาราม เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ จากนั้น “รมต.เอ” นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เข้าพบนายกรัฐมนตรี เพื่อจัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์การแสดงดนตรีของ น.ส.รัตติกานต์ อำลอย หรือ เนเน่ รอยัล ศิลปินเยาวชนชาวไทยที่ไปโชว์ความสามารถด้านดนตรีในเวทีระดับโลก ในรายการ America’s Got Talent

เนเน่ ได้โชว์ร้องเพลงซมซาน ของศิลปินเสก โลโซ ซึ่งนายกฯ และรัฐมนตรียืนโยกตามจังหวะเพลงและปรบมือตาม รมต.เอให้สัมภาษณ์ว่า เมื่อนายกฯ เห็นว่าได้สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศ ก็รีบให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาไปดูว่า จะมีวิธีจะช่วยประชาสัมพันธ์และสนับสนุนน้องเนเน่ในด้านไหนได้บ้าง รัฐบาลจะสนับสนุนค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการประกวด และช่วยประชาสัมพันธ์ให้ชาวอเมริกามาโหวตเลือกเนเน่ในการแข่งขัน แผนต่อไปจะให้น้องมาช่วยประชาสัมพันธ์ สนับสนุนการท่องเที่ยว ภาพลักษณ์ และซอฟต์พาวเวอร์ของประเทศ
เนเน่ กล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองดังขนาดนี้มันเร็วเกินไป ตอนนี้ชีวิตเปลี่ยนไปเยอะมาก เวลาไปไหนก็มีแต่คนทัก พร้อมกล่าวติดตลกว่า ตอนนี้ไปซื้อลูกชิ้นไม่ได้แล้ว อย่างไรก็ตามความฝันสูงสุดของตนคืออยากเป็นศิลปินระดับโลกทำเพลงของตัวเองทัวร์คอนเสิร์ต ตอนนี้มีเพลงอยู่แล้วสองสามเพลงขอให้รอติดตาม ตนเป็นคนใต้เป็นคนภูเก็ต ที่มีคนมาอ้างว่าตนเป็นคนกัมพูชานั้น ขอย้ำว่าตนเป็นคนภูเก็ตไทยแลนด์ ยืนยันเป็นคนไทย 100%

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าว “อดีตนายกฯ แม้ว” ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นผู้เจรจาแก้ไขปัญหากุ้ง หลังจากที่ประเทศมาเลเซียไม่ให้นำเข้ากุ้งไทย จนเป็นผลสำเร็จ ว่า ตนได้มีการนัดหมายกับ รมว.เกษตรของมาเลเซีย จึงได้ไปคุยกันจนจบเรียบร้อย ยืนยันว่าไม่ได้เกี่ยวกับ นายทักษิณ ที่มีภาพอดีตนายกฯ 3 คน ไม่ทราบว่า เป็นความเคลื่อนไหวทางการเมืองหรือไม่
เมื่อถามอีกว่าการที่มีข่าวออกไปจะถูกมองหรือไม่ว่าใช้บารมี นายทักษิณ มาทำงาน แล้วมีการด้อยค่ารัฐมนตรี ว่าใช้บารมีนายทักษิณมาทำงาน นายสุริยะ กล่าวย้ำว่า “ผมไม่คิดอย่างนั้น” เมื่อถามด้วยว่าที่มีการตีความว่า พรรคเพื่อไทยจะวัดพลังนายกรัฐมนตรีนั้น นายสุริยะ กล่าวว่า ผู้สื่อข่าวไปตีความเอง

ที่รัฐสภา มีการประชุม กมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 สภาผู้แทนราษฎร กมธ.พิจารณากองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ที่พบว่ามีปัญหาต่อการตรวจสอบบัญชี โดย “ดร.โจ” ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร กมธ. อภิปรายยาว ว่า ที่ของบประมาณ ปี 2570 จำนวน 1,089 ล้านบาท รายงานตรวจเงินแผ่นดินบ่งบอกให้เห็นว่ามีปัญหาหนักต่อการบริหารจัดการ ยิ่งกว่าเล่นขายของ เงินเข้าไม่รู้มาจากไหน เงินออกไปไหนไม่รู้ เกษตรกรบางรายไม่มีตัวตนจริง เมื่อดูตัวเลขงบฯ ตั้งแต่เริ่มจัดตั้งกองทุน ปี 2542 ใช้เงินไปแล้ว 1.6 หมื่นล้านบาท แต่ปัญหาหนี้สินเกษตรกรไม่ลดลง แสดงว่ากองทุนฟื้นฟูทำไม่ได้เป้าหมาย
นายชาดา ไทยเศรษฐ์ สส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า หากให้เงินเท่ากับว่า กมธ.ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ที่ถูกต้อง มีการหาประโยชน์ ไม่ได้ฟื้นฟูเกษตรกร แต่กลับเป็นกลุ่มผลประโยชน์ ต่อรองอำนาจรัฐ ใช้การเดินขบวนต่อรอง ที่แล้วมาปล่อยเฉย แต่วันนี้ ตามที่ สตง. รายงาน ยอมไม่ได้ต้องหาคนผิด

นางวรรณี มหานีรานนท์ เลขาธิการสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ชี้แจงว่า ยอมรับว่าตามการรายงานบัญชีของ สตง. นั้นยอมรับว่าเป็นปัญหาจริง แต่เป็นความบกพร่องทางข้อมูล บกพร่องทางการบริหารจัดการ ไม่ใช่การทุจริต ข้อมูลที่สะสางอีกว่า 2 แสนรายการ ขณะนี้มี สตง.เป็นพี่เลี้ยง ให้คำปรึกษา ภายใน ก.ย. นี้จะมีความคืบหน้า
ที่ประชุม ครม.เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. (การปรับปรุงโครงสร้างการแบ่งส่วนราชการกระทรวงวัฒนธรรม และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา) ปรับกระทรวงเป็น “กระทรวงกีฬา” และ “กระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว” เมื่อปรับโครงสร้างแล้ว กระทรวงกีฬาจะเหลือแค่สำนักงานปลัดกระทรวงกีฬา กรมพลศึกษา และรัฐวิสาหกิจคือ การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) รวมถึงเหลือมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ
ส่วนที่โอนไปกระทรวงวัฒนธรรม คือ กรมการท่องเที่ยว องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) (อพท.) การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ตำรวจท่องเที่ยว หากแยกกระทรวงเสร็จ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา และ รมว.วัฒนธรรม พ้นจากตำแหน่งเดิม และนายกฯ จะต้องแต่งตั้งรัฐมนตรีใหม่ในกระทรวงใหม่ โดย “รมต.เอ” สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล ไม่ตอบที่ว่าจะกลับมาเป็นรัฐมนตรีหรือไม่ แต่อยู่กับนายกฯ อนุทินก็พอ

“รมต.แต๋ม” ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ กล่าวถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์แนวคิดข้าวแกง ราคา 40 บาท ว่า ที่มาคือกระทรวงพาณิชย์คุยกันว่า จะลดค่าครองชีพอย่างไรได้อีก นอกจากลดค่าวัตถุดิบ จึงคิดว่า ในโครงการไทยช่วยไทยพลัส ที่มีการลงทะเบียนร้านอาหาร จำนวน 2 แสนกว่าร้านค้า ถ้าเราเอาร้านค้าเหล่านี้มาลงทะเบียนในโครงการข้าวแกงประหยัด โดยที่ภาครัฐจะสามารถสนับสนุนเรื่องของการลดต้นทุน จะเป็นทางเลือกให้กับผู้ที่มีรายได้ไม่มากนักสามารถเข้าถึงได้ ราคา 40 บาทเป็นราคาที่เสนอมา แต่ไม่ได้เป็นราคาสุดท้าย
“เมื่อได้รับคำแนะนำรวมถึงข้อโต้แย้ง เพราะมีทั้งคนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ก็ต้องเอาเรื่องนี้มาทบทวน พร้อมดูว่าจริงๆ ควรหาจุดเหมาะสมที่ตรงไหน จึงยังไม่ได้นำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุม ครม. มองว่าเรื่องนี้ไม่ควรเป็นเรื่องที่มีความคิดต่างหรือขัดแย้งกันมากขนาดนั้น ขณะเดียวกันการทำงานแบบนี้ก็ต้องร่วมมือกันในหลายภาคส่วน ถ้ามีข้าวแกงต่ำกว่า 40 บาท ก็น่ายินดี เป็นทางเลือกที่ดีอยู่แล้ว แต่ก็แปลกใจว่าทำไมถึงมีเสียงเรียกร้องที่กระทรวงพาณิชย์ ให้ช่วยดูแลในเรื่องนี้ ซึ่งเสียงเรียกร้องบอกว่าทำไมราคาพลังงานลดลงแต่ราคาข้าวแกงไม่ลดลงสักทีช่วยหน่อย”

นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ครม. เห็นชอบตามที่กระทรวงการคลังเสนอ ข้อเสนอเพิ่มเติมโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 69 ของคณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม เพิ่มเติมกลุ่มเป้าหมายของโครงการฯ ปี 69
สำหรับสรุปจำนวนลงทะเบียน ยืนยันสิทธิและจากการสำรวจ 3 กลุ่ม รวม 18.8 ล้านราย แบ่งเป็นกลุ่มที่ 1 ทบทวนสิทธิเดิม 13.2 ล้านราย มีผู้ยืนยันสิทธิ 12.7 ล้านราย, กลุ่มที่ 2 จำนวน 1.05 ล้านราย คือกลุ่มที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และกลุ่มที่ 3 กระทรวงมหาดไทย ไปสำรวจความเป็นอยู่ ผ่านฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ได้สำรวจได้อีก 5.4 ล้านราย 16 ก.ค. 69 การเปิดลงทะเบียนรูปแบบใหม่ ผู้มีบัตรฯ รายเดิม เริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. 69 เป็นต้นไป และ ผู้ได้รับบัตรฯ รายใหม่ เริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 69 เป็นต้นไป
คณะกรรมการฯ จะนำกลุ่มเป้าหมายทั้งหมดไปตรวจสอบคุณสมบัติตามเกณฑ์ ที่ทบทวนข้างต้น และจะประกาศผลการพิจารณาคุณสมบัติในวันที่ 17 ก.ค. 69 ตั้งแต่เวลา 06.00 น. ผ่านช่องทางต่าง ๆ ผู้ที่ไม่ได้สิทธิ จะแจ้งรายละเอียดสาเหตุที่ไม่ได้รับสิทธิ และมีเบอร์ติดต่อ เพื่อสอบถามและขอทบทวน โดยเปิดทบทวนตั้งแต่ 17-31 ก.ค. 69

อีกเรื่องหนึ่ง “สส.กาย” ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน แถลงผลตรวจ DNA ปลากระป๋อง ที่มีข้อสันนิษฐานว่ามาจากปลาหมอคางดำ ว่า ตนได้นำปลากระป๋องไปตรวจในหน่วยงานภาครัฐหลายแห่งที่อยู่ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) แต่ได้รับการประสานกลับมาว่าไม่สามารถตรวจสอบให้ได้ เนื่องจากมีผู้บริหารมองว่าเป็นประเด็นทางการเมือง จึงขอความร่วมมือไปยังไบโอไทย (BIOTHAI) เพื่อประสานส่งตรวจที่ศูนย์ความเป็นเลิศนานาชาติวิทยาศาสตร์และนวัตกรรม อาหารทะเล มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
ผลตรวจออกมายืนยันว่า ปลากระป๋องจากโรงงานที่ปรากฏเป็นข่าว ในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร ที่กรมประมงและ สคบ. ลงพื้นที่ไปตรวจอายัดไว้และมีผลยืนยันก่อนหน้านี้ว่าเป็นปลานิลนั้น แต่ผลตรวจแล็บซึ่งใช้การนำชิ้นปลา 3 ชิ้น ตรวจพิสูจน์ 3 แบบ ยืนยัน 8 ครั้ง ตรงกับ DNA Bank ที่กรมประมงเก็บไว้ ตรงกันว่าเป็นปลาหมอคางดำ จะส่งเรื่องไปยัง รมว.เกษตรและสหกรณ์ เพื่อสอบถามว่าจะรับผิดชอบอย่างไร
“ในฐานะที่ข้าราชการใต้กำกับดูแลไปยืนยันให้เอกชนว่าหัวเด็ดตีนขาดอย่างไรก็ไม่ใช่ปลาหมอคางดำ จะรับผิดชอบอย่างไร สถานการณ์ขณะนี้รุนแรงกว่าปีที่ผ่านมา 2-3 เท่าตัว แต่วิธีการของกรมประมงกลับไม่มีทิศทาง งบประมาณปี 2570 ไม่มีแม้แต่บาทเดียวที่เขียนเงื่อนไข ว่าจะแก้ไขหรือกำจัดปัญหาปลาหมอคางดำ” นายณัฐชา กล่าว
“ทีมข่าวการเมือง”



